อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทถูกจำกัดโดยแรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า เป็นการเข้าดูแลเสถียรภาพเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตลอดจนแรงขายเงินบาทเพื่อทำกำไรของนักลงทุนในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนของสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สำหรับในวันศุกร์ เงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับประมาณ 34.18 (ตลาดเอเชีย) เทียบกับระดับ 34.29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 พ.ค.)
ในสัปดาห์หน้า (8-12 มิ.ย.) เงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 34.00-34.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ สัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของ ธปท. ทิศทางของตลาดหุ้น และการปรับตัวของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่ทิศทางของเงินดอลลาร์สหรัฐอาจขึ้นอยู่กับการเปิดเผยเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่สามารถคืนเงินให้กับโครงการลดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของรัฐบาลสหรัฐ (TARP) ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ อาทิ ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ สตอกสินค้าภาคค้าส่ง-ภาคธุรกิจเดือนเมษายน ยอดค้าปลีก ดุลการคลัง ดัชนีราคานำเข้า/ส่งออกเดือนพฤษภาคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ จัดทำโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน เดือนมิถุนายน (ขั้นต้น) และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของธนาคารกลางสหรัฐ
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

