www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ประเทศผู้ผลิตก๊าซฯ เชื่อราคาจะกลับมาขยับขึ้นปีหน้าตามความต้องการที่มีอยู่
กลุ่มประเทศผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ ยังเชื่อราคาก๊าซธรรมชาติน่าจะกลับมาสูงได้ในปีหน้า แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะทำให้ความต้องการใช้น้อยลง ขณะที่บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)เตรียมปรับตัวเป็นบริษัทผู้ค้าพลังงานชั้นนำระดับโลก

ในการประชุม GASTECH 2009 ของบริษัทชั้นนำด้านพลังงานจากทั่วโลก ที่ Abu Dhabi  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านก๊าซธรรมชาติแสวงหาความร่วมมือ ทั้งเชิงพาณิชย์ และ เทคโนโลยี  โดยปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิดของ GAS : A time of Change. A time for challenges, solutions and alternatives ที่เจ้าภาพผู้จัดงานเล็งเห็นว่า ถึงเวลาที่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจพลังงานก๊าซธรรมชาติจากทั่วโลกจำเป็นต้องเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่ท้าทาย เพื่อความอยู่รอดของการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ ในการสัมมนาดังกล่าว ได้มีการสรุปภาพรวมการใช้ก๊าซธรรมชาติ ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่า แม้ใน
ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะทำให้ความต้องการใช้พลังงานลดลงและดูเหมือนว่าตลาดจะไม่ได้เป็นของผู้ขายแล้ว แต่ตลาดก็ยังไม่ใช่ของผู้ซื้อ เพราะระยะยาวตลาดยังมีความต้องการอยู่ แม้ในปี ค.ศ. 2009 ราคาก๊าซธรรมชาติจะอยู่ในแนวโน้มขาลง  แต่ในปี ค.ศ. 2010  ความต้องการใช้จะกลับมามีมากขึ้นหลังวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินโลกคลี่คลาย  ทำให้การลงทุนด้านก๊าซธรรมชาติยังมีความจำเป็น

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวย้ำในเวทีการประชุม GASTECH ว่า ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก แม้ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจจะ ถดถอย แต่ก็คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นกลับมาได้ ซึ่งรัฐบาลไทย ได้มีการวางยุทธศาสตร์พลังงานโดยให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทน เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานผ่านการวิจัยและการพัฒนา และแสวงหาความร่วมมือระดับนานาชาติ

สำหรับประเทศไทยโดยในส่วนของก๊าซธรรมชาติ ถือเป็นพลังงานหลักในการผลิตไฟฟ้า และยังขยายไปสู่ภาคขนส่งสาธารณะ โดยความต้องการใช้ก๊าซของไทยเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 30 ปีก่อน จาก 130 ล้านลูกบาทศ์ฟุตต่อวัน
เพิ่มเป็นถึง 3,600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ดังนั้นเมื่อภาวะเศรษฐกิจกลับมาสู่ภาวะปรกติ ก็คาดว่าความต้องการใช้ก๊าซในประเทศไทยทั้งหมดจะขึ้นไปสูงถึง 4,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือในปี ค.ศ. 2014 นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีนโยบายสนับสนุนการสำรวจแหล่งก๊าซธรรมชาติใหม่ ๆ ของบริษัทพลังงานแห่งชาติอย่าง ปตท. ซึ่ง ปตท.ได้มีการสร้างคลังรับก๊าซแอลเอ็นจีที่จังหวัดระยอง ที่สามารถรองรับก๊าซแอลเอ็นจีในรูปของเหลวได้ถึง 5 ล้านตัน โดยคาดหมายว่าจะแล้วเสร็จในปี 2554 ซึ่งนอกจากจะรองรับความต้องการใช้ในประเทศแล้ว ยังสามารถขยายบทบาทในการเป็นผู้ค้าในภูมิภาค

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. กล่าวว่า ปตท.จะปรับบทบาทตัวเองจากการเป็นบริษัทพลังงานของประเทศ เป็นบริษัทการค้าด้านพลังงานในระดับโลก และให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติของคนไทยที่ดำเนินธุรกิจสำรวจ จัดหา ผลิต และขนส่งก๊าซธรรมชาติอย่างครบวงจร โดยเปิดกว้างในการไปลงทุน และหาพันธมิตรด้านพลังงานในต่างประเทศ ทั้งที่ตะวันออกลาง และในเอเชีย โดยในส่วนก๊าซแอลเอ็นจี ปตท.ได้ตัดสินใจลงนามซื้อก๊าซจำนวน 1 ล้านตันต่อปีจากแหล่งก๊าซในประเทศกาต้าร์ ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของโลก เป็นเวลา 20 ปี รองรับความต้องการใช้งานในประเทศอนาคต  นอกจากนี้ยังจะเดินหน้าหาแหล่งก๊าซในอีกหลายประเทศ โดยขณะนี้ ปตท.สผ.ได้เข้าไปลงทุนในโอมาน รวมทั้งในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งคาดว่าจะสามารถพัฒนาก๊าซแอลเอ็นจีและป้อนพลังงานให้กับประเทศไทยได้ในอนาคต

สำหรับความน่าสนใจของงาน GASTECH 2009  ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 24 ในระหว่างวันที่  25-28 พฤษภาคมนี้  ADNOC & Group of Companies  ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติของ อาบู ดาบี ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานหลังจากที่ได้เคยเป็นเจ้าภาพในงานจัดงาน GASTECH เมื่อปีค.ศ. 2006  ด้วยเหตุผลสำคัญคือ Abu Dhabi  เป็นเมืองที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับสองของตะวันออกกลาง อีกทั้งยังมีแหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก  และเป็นประเทศที่มีการส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LPG) ใหญ่ที่สุดของโลก   โดยในส่วนของการแสดงนิทรรศการและนวตกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติอย่างครบวงจร  จาก 330 บริษัท กว่า 30 ประเทศ  รวมถึงประเทศไทย ที่จะเข้าร่วมแสดงนิทรรศการในปีนี้บนพื้นที่กว่า 13,000 ตารางเมตร อาทิ Qatargas , BP Gas Asia Pacific , Chevron Global Gas  และ กลุ่มบริษัท ปตท

ที่มา     : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก