www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ดัชนีหุ้นไทยปิดสูงสุดในรอบกว่า 7 เดือน
ดัชนีหุ้นไทยปิดสูงสุดในรอบกว่า 7 เดือน
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานสรุปภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สัปดาห์นี้ (12-15 พ.ค.) ว่าดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 533.92 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.17 จาก 527.72 จุดในสัปดาห์ก่อน และพุ่งขึ้นร้อยละ 18.66 จากสิ้นปี 2551 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 77.48 จาก 81,482.81 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 144,613.88 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นจาก 27,160.94 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 28,922.78 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 4,192.07 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 2,602.14 ล้านบาท และ 1,589.95 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ปิดที่ 169.00 จุด ขยับขึ้นร้อยละ 1.26 จาก 166.89 จุดในสัปดาห์ก่อน และพุ่งขึ้นร้อยละ 3.73 จากสิ้นปีก่อน

สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวขึ้นติดต่อกันในช่วงต้นสัปดาห์ นำโดยหุ้นในกลุ่มพลังงานเป็นหลัก ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ทำให้คาดหวังถึงผลประกอบการว่าจะออกมาดี จึงทำให้มีแรงเก็งกำไรในหุ้นพลังงานเข้ามาต่อเนื่องหลายวัน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นในรอบกว่า 1 ปี โดยดัชนีหุ้นไทยปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ท่ามกลางแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และขนส่ง ทั้งนี้ นักลงทุนได้พากันเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงจากการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 1/52 ขณะที่ดัชนีปิดปรับตัวขึ้นต่อในวันอังคาร จากแรงซื้อที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ดัชนีปิดปรับขึ้นติดต่อกัน 8 วันทำการในช่วงกลางสัปดาห์ และทำระดับปิดสูงสุดในรอบกว่า 7 เดือน ด้วยมูลค่าซื้อขายกว่า 3 หมื่นล้านบาท หนาแน่นสุดในรอบกว่า 1 ปี หลังจากนั้น ดัชนีปรับลดลงร้อยละ 4.73 ในวันพฤหัสบดี มากกว่าการปรับลดลงของตลาดหุ้นภูมิภาค โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 วันทำการ ขณะที่มีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้ ส่วนในวันศุกร์ ดัชนีปิดปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ด้วยมูลค่าซื้อขายกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคที่ฟื้นตัวขึ้น หลังจากร่วงแรงในวันก่อนหน้า โดยมีแรงซื้อในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ รวมถึงหุ้นพลังงาน ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนโดยรวม

สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์หน้า (18-22 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีน่าจะอยู่ในช่วงของการปรับฐาน เนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวดีไปพอสมควรแล้ว ขณะที่ตัวเลขผลประกอบการในไตรมาส 1/2552 ก็ออกมาหมดแล้ว ทำให้ตลาดขาดปัจจัยหนุน โดยปัจจัยที่ยังคงต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ และผลการประชุม กนง. ในวันที่ 20 พ.ค. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ คงจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลก และการปรับตัวของตลาดหุ้นภูมิภาค ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 522 และ 508 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 538 และ 555 จุด ตามลำดับ

ที่มา    : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก