สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวขึ้นติดต่อกันในช่วงต้นสัปดาห์ นำโดยหุ้นในกลุ่มพลังงานเป็นหลัก ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ทำให้คาดหวังถึงผลประกอบการว่าจะออกมาดี จึงทำให้มีแรงเก็งกำไรในหุ้นพลังงานเข้ามาต่อเนื่องหลายวัน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นในรอบกว่า 1 ปี โดยดัชนีหุ้นไทยปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ท่ามกลางแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และขนส่ง ทั้งนี้ นักลงทุนได้พากันเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงจากการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 1/52 ขณะที่ดัชนีปิดปรับตัวขึ้นต่อในวันอังคาร จากแรงซื้อที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ดัชนีปิดปรับขึ้นติดต่อกัน 8 วันทำการในช่วงกลางสัปดาห์ และทำระดับปิดสูงสุดในรอบกว่า 7 เดือน ด้วยมูลค่าซื้อขายกว่า 3 หมื่นล้านบาท หนาแน่นสุดในรอบกว่า 1 ปี หลังจากนั้น ดัชนีปรับลดลงร้อยละ 4.73 ในวันพฤหัสบดี มากกว่าการปรับลดลงของตลาดหุ้นภูมิภาค โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 วันทำการ ขณะที่มีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้ ส่วนในวันศุกร์ ดัชนีปิดปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ด้วยมูลค่าซื้อขายกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคที่ฟื้นตัวขึ้น หลังจากร่วงแรงในวันก่อนหน้า โดยมีแรงซื้อในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ รวมถึงหุ้นพลังงาน ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนโดยรวม
สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์หน้า (18-22 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีน่าจะอยู่ในช่วงของการปรับฐาน เนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวดีไปพอสมควรแล้ว ขณะที่ตัวเลขผลประกอบการในไตรมาส 1/2552 ก็ออกมาหมดแล้ว ทำให้ตลาดขาดปัจจัยหนุน โดยปัจจัยที่ยังคงต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ และผลการประชุม กนง. ในวันที่ 20 พ.ค. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ คงจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลก และการปรับตัวของตลาดหุ้นภูมิภาค ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 522 และ 508 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 538 และ 555 จุด ตามลำดับ
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

