รศ.ดร.เสาวลักษณ์ รัตนวิชช์ อาจารย์ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว ) เปิดเผยถึงงานวิจัยในโครงการประภาคารการรู้หนังสือด้วยแนวทฤษฎี การสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ซึ่งเป็นความร่วมมือของ มศว องค์กรโรตารี่สากลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่างานวิจัยชิ้นนี้เป็นกระบวนการเรียนการสอนด้านภาษาเพื่อมุ่งเน้นการรู้หนังสือให้กับคนไทยและคนต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ เนปาล อินเดีย แอฟริกาใต้ บราซิล ตุรกี อียิปต์ มุ่งเน้นไปในกลุ่มผู้เรียนหลายวัย ตั้งแต่เด็กนักเรียน นักศึกษา และผู้ใหญ่ ยังเรียนอยู่ในระบบการศึกษาและนอกระบบการศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นเด็กที่เรียนในระบบการศึกษาพิเศษ ซึ่งมีความผิดปกติทางการได้ยินและการมองเห็น ผู้ที่มีความผิดปกติทางร่างกายพิการแขนขา เด็กออทิสติก ตลอดถึงเด็กเร่ร่อน ขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นกำลังสนใจวิธีการรู้หนังสือแนวทฤษฎีการสอนแบบมุ่งเน้นประสบการณ์ภาษาอย่างมาก แม้ประเทศญี่ปุ่นจะไม่มีปัญหาทางการรู้หนังสือ แต่เขาต้องการเรียนรู้ ศึกษาวิธีการนี้เพื่อนำไปใช้กับการเรียนรู้ภาษาที่สองอย่างภาษาอังกฤษให้กับประชาชนญี่ปุ่น
รศ.ดร.เสาวลักษณ์ กล่าวว่า การเรียนรู้หนังสือด้วยแนวทฤษฎีการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาเป็นกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นธรรมชาติในการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นหลัก ใช้กิจกรรมที่กระตุ้นการเรียนรู้แบบธรรมชาติให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้ภาษา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นภาษาแม่ หรือภาษาที่สอง ที่สาม กระบวนการทางภาษาด้วยกระบวนการทางความคิดของตัวเอง ใช้หลักการทางสมองเป็นหลักควบคู่ไปกับศักยภาพส่วนตัวที่เรียกว่าพหุปัญญาและใช้จิตวิทยาหลายด้านเข้ามาร่วม สิ่งสำคัญเด็กได้ค้นคว้า ลงมือปฏิบัติทางภาษาด้วยตัวเอง การสอนในลักษณะนี้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ เมื่อได้เรียนรู้ด้วยวิธีการนี้จะสนุกและอยากเรียนรู้
“งานวิจัยที่เราดำเนินการมุ่งเน้นไปที่เด็กหรือผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือ หรือรู้บ้าง ตลอดถึงบางคนรู้ภาษาแม่แล้วและต้องการจะก้าวหน้าในภาษาที่สอง การสอนให้เด็กหรือผู้ใหญ่คนหนึ่งรู้ภาษานั้น เราเน้นกิจกรรมที่ใช้ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก อย่างเด็กเร่ร่อนหรือผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือ ตลอดถึงเด็กที่เรียนอยู่ในโรงเรียน กิจกรรมที่ใช้ได้ผลคือการฝึกอาชีพหรือวิชาชีพเป็นหลัก เข้ามาสอนภาษา การสอนภาษาด้วยกิจกรรมที่ทำอยู่ในชีวิตประจำวัน ผู้เรียนจะได้ใช้ภาษาด้วยตัวของเขาเอง เขาจะได้คิด การมุ่งเน้นให้คนรู้หนังสือด้วยวิธีการนี้ใช้เวลาไม่มากนัก ถ้าเป็นภาษาแม่หรือภาษาประจำชาตินั้น ๆ ใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือน และต้องเรียนรู้ภาษาผ่านกิจกรรม 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นภาษาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษาแม่ อาจจะเป็นภาษาที่สอง ที่สามของบางคนต้องใช้เวลา 6 เดือน และต้องเรียน 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่สำหรับบางคนที่มีการเพิ่มจำนวนชั่วโมงให้มากขึ้นก็จะใช้เวลาในการเรียนสั้นลง” รศ.ดร.เสาวลักษณ์ กล่าว
อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ กล่าวด้วยว่า แม้ว่า มศว จะทำงานวิจัยชิ้นนี้สำเร็จและได้รับการยอมรับจากประเทศต่าง ๆ หากแต่ในสังคมไทยยังไม่สนใจโดยเฉพาะรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เอง ก็ไม่เอาจริงเอาจัง เราจะเห็นว่าการรู้หนังสือของเด็กไทยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ส่วนภาษาที่สองอย่างภาษาอังกฤษเด็กไทยก็ยังสื่อสารไม่รู้เรื่อง เรียนในโรงเรียน 5- 6 ปีก็ยังใช้ไม่ได้ เพราะผู้เรียนไม่ได้เรียนและนำไปใช้จริงอย่างที่อยากจะใช้ ทุกวันนี้การเรียนภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาแม่หรือภาษาที่สองไม่ได้ผล เพราะผู้เรียนถูกตีกรอบให้เรียนมากเกินไป ถูกบังคับให้เรียนในเรื่องต่าง ๆ ผู้เรียนไม่ได้อยากเรียนในหัวข้อที่ถูกกำหนดให้เรียน เขาจึงไม่สนใจ การเรียนภาษาคือการสร้างงานหรือสร้างประสบการณ์ของตัวเองขึ้นมาให้ได้ทุกวัน ไม่ใช่เรียนกันแต่ในตำรา เรียนแบบท่องจำ เด็กหรือผู้เรียนจะเป็นผู้คิดเองว่าเขาจะใช้ภาษาเพื่ออะไร แล้วเขาจะใช้ภาษาด้วยตัวเขาเอง โดยไม่จำเป็นต้องเรียนโดยการท่องจำ
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

