แพทย์ชี้เป็นสิวแล้วล้างหน้าบ่อยเกินไป ใช้ยากันแดด SPF สูงเกินไปสิวยิ่งเห่อ
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์อเมริกันบอร์ดสาขาโรคผิวหนัง อาจารย์พิเศษภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าสิวเกิดจากความสกปรก เมื่อเป็นสิวจึงโหมล้างหน้าวันละหลายครั้ง ที่จริงแล้วการทำความสะอาดผิวมากเกินไปกลับทำให้สิวและสภาพผิวเลวลง เพราะจะทำให้ขบวนการสร้างเคอราตินของเซลล์ผิวหนังไม่เกิดตามปกติ ส่งผลให้ ผิวหยาบ แห้ง ลอก แดง และมีตุ่ม มีจำนวนเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ก่อโรคมากขึ้น มีสิวอุดตันเพิ่มมากขึ้น และ ผิวระคายเคือง ทำให้แสบ คันง่าย การทำความสะอาดผิวหน้าจึงควรทำเฉพาะในเวลาเช้า และเย็น เพื่อล้างครีมกันแดด เมคอัพ หลังทำกิจกรรมที่ร้อน และมีเหงื่อออกมา
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยาที่รักษาสิวทำให้ผิวหนังได้รับผลเสียจากแสงแดดได้ง่ายขึ้น คือ ทำให้เกิดผิวไหม้แดด เกิดรอยด่างดำ และผิวเหี่ยวแก่จากแสงแดด ผู้ที่รักษาสิวอยู่จึงควรใช้ยากันแดดร่วมด้วย พบว่ายากันแดดที่มีค่า SPF สูงมากเกินไป มักก่อให้ผิวระคายเคืองและเกิดสิวได้ง่ายขึ้น และยังมีราคาแพงโดยไม่จำเป็น จึงควรเลือกค่า SPF ให้เหมาะสม เช่น การโดนแสงแดดตามกิจวัตรประจำวันให้ใช้ SPF 10 หรือ 15 ถ้าต้องออกโดนแดดนานกว่าปกติ อาจใช้ SPF 30 ควรเลือกใช้ยากันแดดที่ไม่ทำให้สิวเห่อ และทาแล้วไม่ปวดแสบปวดร้อน
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก