www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
หนังสือนำเข้า-ส่งออก อิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
นางอภิรดี  ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการที่กรมการค้าต่างประเทศได้พัฒนาการให้บริการออกหนังสือสำคัญการส่งออก-นำเข้าสินค้าโดยใช้ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange :EDI) ซึ่งในปี 2551 การขอหนังสือสำคัญฯด้วยระบบ EDI มีจำนวน 624,250 ฉบับ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 61 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 29 เมื่อเทียบกับจำนวน 482,530 ฉบับ ในปี 2550 

        นางอภิรดี กล่าวว่า ในปี 2551 กรมฯ ให้บริการออกหนังสือสำคัญฯ จำนวน 1,020,697 ฉบับ แบ่งเป็นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าประมาณ  ร้อยละ 92  และเป็นใบอนุญาตและหนังสือรับรองการส่งออกและนำเข้าสินค้าร้อยละ 8   เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการขอหนังสือสำคัญที่เพิ่มขึ้นทุกปี  ซึ่งลักษณะการให้บริการด้วยระบบ EDI จะเป็นรูปแบบของ Web Application ที่ผู้ใช้บริการสามารถยื่นคำขอหนังสือสำคัญฯผ่านเครือข่าย Internet โดยระบบจะตรวจสอบและตอบกลับให้ทราบสถานะของคำขอฯภายใน 5 นาที  การให้บริการด้วยระบบ EDI จะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที  ซึ่งการยื่นขอหนังสือสำคัญด้วยระบบ EDI จะมีความสะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเมื่อเปรียบเทียบกับยื่นขอหนังสือสำคัญด้วยระบบ Manual  จึงทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้บริการด้วยระบบ  EDI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

      สำหรับจำนวนหนังสือสำคัญฯที่กรมฯให้บริการด้วยระบบ EDI ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าประมาณร้อยละ 71  และเป็นใบอนุญาตและหนังสือรับรองการส่งออกและนำเข้าสินค้าร้อยละ 29    ปัจจุบันจำนวนผู้ประกอบการที่ขอจดทะเบียนเป็นสมาชิกในการขอหนังสือสำคัญฯ ด้วยระบบ EDI มีจำนวนทั้งสิ้น 5,050 ราย โดยเป็นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าจำนวน 4,036 ราย  และใบอนุญาตและหนังสือรับรองการส่งออกและนำเข้าสินค้าจำนวน 1,014 ราย  นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศกำลังพัฒนาการให้บริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยจะนำระบบการให้บริการออกหนังสือสำคัญโดยการนำระบบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์(Digital Signature) มาใช้ในการให้บริการผู้ประกอบการ

ที่มา     : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก