ถอดเทป
รายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน"
ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์
วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 08.00 น.
ช่วงที่ 1
พิธีกร (นายธีรัตถ์ รัตนเสวี) : สวัสดีครับ นี่คือรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน วันนี้เราถ่ายทอดสดจากจังหวัดเชียงใหม่ จัดกันที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ซึ่งถือว่าจะมีงานสำคัญ เพราะช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมามีการจัดนิทรรศการด้านน้ำ เพราะจะมีการประชุมผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นที่นี่ ถ้าท่านผู้ชมต้องการที่จะสื่อสารหรือแสดงความคิดเห็นกับทางรายการสามารถที่ส่งเป็น SMS มาได้ที่หมายเลข 4221559 SMS ครั้งละ 3 บาท โดยผู้ที่ร่วมรายการกับเราในวันนี้ ท่านแรกรองนายกรัฐมนตรีปลอดประสพ สุรัสวดี และคุณนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สวัสดีทั้ง 2 ท่าน
ดร.ปลอดประสพฯ : สวัสดีครับ
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : สวัสดีครับ
พิธีกร : ตอนนี้เราอยู่ในพื้นที่ ตรงนี้เป็นพื้นที่อะไรครับ
ดร.ปลอดประสพฯ : ตรงนี้อยู่ในตึก ถ้ามองเหมือนอยู่สนาม เป็นหอสร้างแบบล้านนา
พิธีกร : ถ้าใครเคยไปพืชสวนโลกจะเห็นคล้าย ๆ แบบนี้
ดร.ปลอดประสพฯ : ไม่เหมือนกัน อันนั้นสำหรับกลางแจ้ง อันนี้สำหรับภายใน เวลาที่ผู้นำมาจะมารวมกันอยู่ในห้องนี้ทักทาย ปราศัยได้เจอกัน จากนั้นก็ไปทำกิจกรรมอย่างอื่น อีกหนึ่งอย่างคือห้องพัก ห้องรับรอง ซึ่งออกแบบให้เกิดโอกาสพูดคุยหารืออย่างใกล้ชิด
พิธีกร : การจัดงานผู้นำด้านน้ำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 มีความสำคัญอย่างไร ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : การจัดครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น ปี 2550 และปี 2552 ประเทศไทยขอเป็นเจ้าภาพ คณะรัฐมนตรีสมัย ปี 2554 ได้อนุมัติให้จัด เดิมก็จะจัดในปี 2555 แต่ขณะนั้นประเทศไทยน้ำท่วม ที่สำคัญคือเรื่องน้ำกับชีวิตกับคนไทยเรื่องน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญสุด การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำแล้ง ถ้าเราบริหารจัดการให้ได้ดีแล้วประชาชนก็จะมีความสุข เพราะฉะนั้นเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ท่านรองนายกฯ ได้ดำเนินงานตรงนี้ขึ้นมา
พิธีกร : การที่มาจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ คือเป็นต้นน้ำของบ้านเราก็ว่าได้
ดร.ปลอดประสพฯ : คือจังหวัดเชียงใหม่ก็มีเหตุผลหลายเรื่อง 1. เราพูดเรื่องน้ำ จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของต้นน้ำแม่ปิง ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญสุดของลุ่มน้ำเจ้าพระยา 2. เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศเมืองหนึ่งเต็มไปด้วยวัฒนธรรม การมาที่นี่ก็ได้มาเรียนรู้วัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมล้านนาได้มาเห็นสภาพภูเขา ซึ่งเป็นต้นน้ำจริง ๆ ได้เห็นสภาพแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ก็มีขนาดใหญ่ มีโรงแรม ต่าง ๆ ได้เรื่องการท่องเที่ยวด้วย
พิธีกร : คนที่มาร่วมประชุมครั้งนี้เห็นว่ามาจาก 49 ชาติด้วยกัน
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : เรียนว่าการจัดการประชุมครั้งนี้เป็นการจัดการประชุมครั้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เพราะว่าผู้นำประเทศ 10 ประเทศมาที่บ้านเรา มี 4 ประธานาธิบดี 5 นายกรัฐมนตรีรวมของเราเป็น 6 และมีกษัตริย์ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ท่านก็มาด้วยก็เป็น 11 และมีประธานสมัชชาจากสหประชาชาติ นอกจากนั้นยังมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี อีก 30 ประเทศ และมีผู้เข้าร่วมสัมมนาอีกเป็น 1,000 คน ทั้งไทยและต่างประเทศ ตรงนี้ก็สำคัญมาก
พิธีกร : ท่านรองนายกฯ มาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่แล้ว มาเตรียมการด้วย มาอยู่งานนิทรรศการ การเตรียมความพร้อมที่ศูนย์ประชุมแห่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ดร.ปลอดประสพฯ : ผมไม่ได้มาอาทิตย์ที่แล้ว มา 2 เดือนแล้ว เป็นหัวหน้าคนงาน ช่วยคิด ช่วยทำ ต้องขอขอบคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรีบรรหารฯ ที่อุตส่าห์ช่วยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมชายฯ ทำจนเสร็จ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ฯ ก็ส่งผมมาทำให้สมบูรณ์ ในเรื่องของความสวยงาม วัฒนธรรม ให้ใช้ได้จริง ๆ เพราะที่นี่ทำโดย 3 นายกรัฐมนตรี ที่นี่เป็นหอประชุมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พิธีกร : เป็นหอประชุมที่ครบครันทุกอย่าง เท่าที่ผมเดินดูมีห้องประชุมเล็ก ห้องประชุมย่อยต่าง ๆ มากมาย
ดร.ปลอดประสพฯ : ห้องประชุมกลาง โรงอาหารเล็ก โรงอาหารใหญ่ ห้องแสดนิทรรศการ ห้อง SMEs ห้องออฟฟิศ
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : การประชุมครั้งนี้เป็นการแสดศักยภาพของศูนย์ประชุมนี้ เป็นศูนย์ประชุมที่ทำไว้สำหรับนานาชาติ เพราะฉะนั้นก็มาดูมาเห็นดูความพร้อมแล้ว เราสามารถที่จะดึงเรื่องการประชุมสัมมนาระดับโลกมาที่นี่ได้
ดร.ปลอดประสพฯ : การประชุมเซียนที่นี่ด้วย
พิธีกร : คือเป็นการแสดงศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทุกอย่างไม่ต้องไปลงที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด แต่จังหวัดเชียงใหม่ก็มีศูนย์ประชุมระดับภูมิภาคอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม การต้อนรับ การเดินทางก็สะดวก อย่างที่ท่านปลอดประสพฯ ได้กล่าวเช่นกันว่า มีเรื่องของวัฒนธรรม การท่องเที่ยวด้วย นอกเหนือจากผู้นำที่มาแล้วคนที่มาร่วมสัมมนาเขาจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่มาจังหวัดเชียงใหม่บ้าง
ดร.ปลอดประสพฯ : ชาวต่างชาติอีก 1,000 กว่าคน ตอนที่ไม่ประชุมเขาก็ไปเที่ยว ไปซื้อของ ภรรยาสามีก็มาด้วย ถามว่าเขามาได้อะไร เขาก็รู้จักเมืองไทย ได้มาเที่ยว มีความสุข แล้วเราได้อะไร เราได้ตัง เราไม่ใช่รัฐบาลคือประชาชน รถแดง รถเขียว พ่อค้า แม่ค้า ได้หมด นี่คือนโยบายรัฐบาล รัฐบาลไม่มีกำไรขาดทุนกับใคร เพียงแต่อยากเห็นผู้คนมีรายได้มีความสุข
พิธีกร : เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เมืองเชียงใหม่ไปในตัวด้วย เพราะโรงแรมก็ต้องมีการใช้บริการ การเดินทาง ร้านค้าต่าง ๆ
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : อันนี้เป็นเรื่องของการกระจายความเจริญ กระจายรายได้สู่ภูมิภาค นอกจากจังหวัดเชียงใหม่แล้วยังไปที่อื่น ๆ ได้ ทั่วประเทศ
พิธีกร : งานเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 14
ดร.ปลอดประสพฯ : งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 14-20 ในวันที่ 18 มีนิทรรศการ วันที่ 16-18 WORKSHOP วันนี้เป็นวันนี้สุดท้าย พอ 19 ก็จะเข้าการประชุมที่เรียกว่า Asia-Pacific Water Forum ครั้ง 2 เพื่อสร้างไกด์ไลน์ พออีกวันหนึ่งผู้นำประเทศจะให้ความเห็นคอมเม้นและแสดงวิสัยทัศน์ และแนวทางในการที่จะร่วมมือกันศึกษา ค้นคว้า ช่วยเหลือ ยามทุกข์ซึ่งกันและกัน
พิธีกร : รวมถึงจะมีตติยาเชียงใหม่ด้วย
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : เป็นข้อตกลงที่ได้สรุปกันจากการประชุมสัมมนาผู้นำทั้งหมดมีข้อตกลงว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร จะบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างไร ซึ่งเชียงใหม่เล็คคอลเลชั่นได้ผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
ดร.ปลอดประสพฯ : เมื่อคืนนี้ส่วนหน้าของทุกประเทศก็ได้อ่าน ได้แก้ จนได้ Final
พิธีกร : ก็ทำทุกอย่างทุกประเทศที่จะแถลงร่วมกัน
ดร.ปลอดประสพฯ : ที่ผมดูแล้วเป็นคุณูปการกับความอยู่รอด ดำรงอยู่ และอยู่รอดของมนุษชาติ ในภูมิภาคเอเชีย เป็นกลาง เป็นวิชาการ เป็นความมั่นคงทางน้ำ เช่น น้ำกิน น้ำใช้ น้ำท่วม น้ำแล้ง ทำให้เบาใจว่าในวันหน้าเราคงอยู่กันได้อีกเป็น 100 เป็น 1,000 ปี ความร่วมมือเป็นแบบนี้
พิธีกร : หัวข้อประชุมหลัก ๆ ที่ให้ความสำคัญมี theme ในการประชุมครั้งนี้หรือไม่
ดร.ปลอดประสพฯ : มีครับ ก็จะมีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องน้ำของทั้งโลก นโยบายของน้ำภูมิภาคนี้ อันนี้ก็ย่อยว่าน้ำกิน น้ำใช้เป็นอย่างไร น้ำเพื่อชุมชนเป็นอย่างไร น้ำในบ้านเป็นอย่างไร น้ำเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร ซึ่งองค์กรหลัก เขาเข้ามา เช่น ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank - ADB) ,องค์กรสหประชาชาติ (UN) , United , ESCAP เป็นต้น คือองค์กรหลักของโลกที่มารวมตัวกัน เป็นข้อสังเกตของผมเอง องค์กรของสหประชาชาติเหล่านี้ แต่ละองค์กรก็ใหญ่ ไม่น่าเชื่อ อาจจะเป็นมนต์ขลังของเชียงใหม่มาคุยกัน โดยน้ำเป็นโฟกัส พอยส์ ทำให้ทุกคนเข้ามา ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่ดี สำหรับ UN เอง ที่จะทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายไปที่เดียวกัน ที่เม็ดน้ำ หยดนั้น
พิธีกร : มีการแบ่งประสบการณ์ ในการบริหารน้ำของประเทศไทยให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วโลกได้รับทราบด้วยหรือไม่
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ก็มีที่นิทรรศการที่พูดถึงโครงการพระราชดำริ เป็นนิทรรศการใหญ่ และมีเรี่องเกี่ยวกับประเทศไทย มหาอุทกภัย และวิธีการที่เราเตรียมที่จะแก้ไขอย่างไร เป็นประสบการณ์ที่เรานำมาแสดงด้วย เพิ่มเติมด้วยนิทรรศการต่าง ๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชนที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ
พิธีกร : มีการพูดถึงโครงการที่เราจะมีการเดินหน้า ในการบริหารจัดการน้ำของเราต่อไปอย่างไร
ดร.ปลอดประสพฯ : อันนั้นจริง ๆ เป็นของแถม จริง ๆ เขียนไว้ใน TOR แต่ไม่ได้ระบุว่าที่ไหน คนที่มาเสนอจะต้องนำเรื่องนี้ไปสู่ topic เขาก็ถือโอกาสส่วนหนึ่งนำมาแสดงที่นี่ ส่วนที่เขาเสนอหน้าตาเป็นอย่างไร นอกจากในหนังสือสามารถเห็นได้สัมผัสได้ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งไม่ถึงกับเป็นประชาพิจารณ์ ส่วนหนึ่งที่เปิดออกมาให้ไถ่ถาม เท่าที่ผมถามก็มีนักวิชาการ ผู้คนที่เคยแสดงความเห็นมา บางคนมาใช้เวลาเป็นชั่วโมง ที่เจอกับผมออกไปมาชมกับผม ผมก็พูดว่าเมื่อก่อนไม่เห็นพูดแบบนี้เลย
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : การจัดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เราเคยจัดครั้งหนึ่งแล้วที่เซ็นทรัลลาดพร้าว การพูดถึงการบริหารจัดการน้ำของเราคิดอย่างไร จะทำอะไร อย่างไร
พิธีกร : ส่วนการประชุม WORKSHOP ที่ 2-3 วันที่ผ่านได้อะไรบ้าง
ดร.ปลอดประสพฯ : เย็นนี้สรุป อย่างที่ผมเรียนไปแล้ว 6-7 ข้อ จะลงลึกในแต่ละข้อและนำทุกข้อมาโยงกัน ในที่สุดก็จะเกิดเป็นแผนโลก ใช้คำว่าอยู่รอด ปลอดภัย โดยบทบาทของน้ำ
พิธีกร : นอกจากนี้ผู้นำมาจะมีกิจกรรมคือการแสดงที่มีท่านปลอดประสพฯ
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : เป็นการต้อนรับผู้นำ ซึ่งท่านมาเราก็รับรอง เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีอยู่แล้ว ค่ำนั้นจะพาไปเลี้ยงที่เวียงกุมกาม ซึ่งเป็นโบราณสถาน ได้มีการแสดงศิลป วัฒนธรรม เลี้ยงอาหารค่ำ และมีการแสดงเกี่ยวกับเรื่องเวียงกุมกาม ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของที่นี่ แต่ถูกน้ำท่วม และพญาเม็งราย ก็ย้ายไปเชียงใหม่ ฉะนั้นก็เป็นราวแบบนี้ และท่านรองนายกฯ ปลอดประสพก็เป็นผู้ร่วมแสดงด้วย จริง ๆ เป็นเรื่องละครอิงประวัติศาสตร์ และมีผู้แสดงมากมายนับพันคน ซ้อมหนักมาก
พิธีกร : นอกจากท่านรองนายกฯ แล้วยังมีท่านปลัดฯ ธงทองฯ ด้วย
ดร.ปลอดประสพฯ : มีอาจารย์มหาวิทยาลัย 5-6 คน ระดับคณบดี และศิลปินแห่งชาติหลายคน ทุกคนก็มาช่วยเล่นบทคนละเล็กละน้อย บทมาก ๆ ผู้แสดงหนุ่ม ๆ สาว ๆ พวกกิตติมศักดิ์
พิธีกร : มีคนสนใจมาก
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ช่อง 11 วันที่ 19 เวลา 19.45 น.
พิธีกร : คืนวันอาทิตย์ถ่ายทอดสด
ดร.ปลอดประสพฯ : เนื้อหาตามประวัติศาสตร์ เรื่องนี้เคยเล่นมาแล้ว เมี่อ 10 ปีที่แล้วก็เล่นเหมือนครั้งนั้น และหลังจากนั้นก็ไม่เคยเล่นตรงนี้อีกเลย ไปเล่นตามโรงละคร แต่คราวนี้กลับมาเล่นที่เดิม เนื่องจากวันนี้มันผ่านมา 10 ปี เทคโนโลยีเรื่องแสงสีเสียงเปลี่ยนไปมาก
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : เรื่องที่ต้องเรียนคือวันที่ 20 ตอนเช้าผู้นำมาที่นี่และจะมาแสดงวิศัยทัศน์ พร้อมทั้งแผนของประเทศต่าง ๆ เรามีการถ่ายทอดสดโดยช่อง 9 เวลา 08.30 น. ครบทั้งผู้นำทั้งคน 11 ท่าน เชิญติดตามด้วย วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม ตั้งแต่ 08.30 – 12.30 น.
พิธีกร : ผู้นำจะได้มีโอกาสดูนิทรรศการด้วย เดี๋ยวเราไปดูนิทรรศการกันดีกว่าที่เปิดให้ผู้นำและประชาชนดูมาแล้ว 4-5 วัน เป็นอย่างไรกันบ้าง
ช่วงที่ 2
พิธีกร : สดจากศูนย์แสดงสินค้าและประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งที่นั่นมีการจัดนิทรรศการและการประชุมสุดยอดผู้นำด้านน้ำแห่งเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 2 ท่านผู้ชมสามารถแสดงความเห็นได้ผ่านทาง SMS หมายเลข เรายังคงอยู่กับ รองฯ ปลอดประสพฯ และรัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ ถามท่านรองฯ
ดร.ปลอดประสพฯ : เมื่อสักครู่เราเดินผ่านมาซึ่งเป็นห้องรับรอง เป็นห้องราชพฤกษ์ปิดประตูหนาแน่น เห็นว่าห้องนั้นจะเป็นห้องที่มีการประชุมใหญ่
ดร.ปลอดประสพฯ : ห้องประชุมใหญ่วันที่ 20
พิธีกร : รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ บอกว่าจะมีการถ่ายทอดสดซึ่งในห้องนั้น ตลอดทางเดิน ที่เดินมาสวยงามมาก ถือว่าเป็นการจัดต้อนรับผู้นำอย่างเต็มที่ ซึ่งก่อนที่ผู้นำจะมาร่วมประชุมก่อนวันที่ 20 ก็จะมีการประชุมแบบทวิภาคีประชุม ครม.ร่วมไทย ลาวด้วย
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมไทย ลาว นี้ วันที่ 19 ตั้งแต่ 10 โมง ถึงเที่ยงจัดนอกสถานที่ไม่ใช่ตรงนี้นอกจากนั้นจะมีคณะมนตรีจากไทยและลาว จะมีประชุมร่วมครม.มาสมัยก่อนพอมาสมัยนี้ก็เริ่มมาแล้วประเทศหนึ่ง คือ เวียดนาม ลาว แล้วก็เพื่อนบ้านรอบๆ เรา เพื่อจะเชื่อมความสามัคคี เรื่องการค้าการลงทุน เรื่องการท่องเที่ยวและอื่น ๆ ความร่วมมือทั้งหลาย มีทวิภาคี 5 ประเทศ ทวิภาคีคือการพบกันระหว่างผู้นำ โดยปกติเมื่อนำมาเจอกันส่วนมากจะมาคุยเรื่องเกี่ยวกับ ประเทศของตน ความร่วมมือต่าง ๆ ไม่ว่าเรื่องการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและอื่น ๆ พอดีมีของ จอเจีย อิหร่าน บังคลาเทศ ซาอุฯ ของสหประชาชาติ5 ทวิภาคี ซึ่งตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะได้คุยและดูว่าจะมีความสำคัญและก็จะช่วยเหลืออย่างไร
พิธีกร : ในเมื่อผู้นำมาแล้วก็ใช้โอกาสนี้ที่จะได้หารือร่วมกันด้วย ควบคู่กัน
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ทั้งวันที่ 19 และ20 ก็เป็นวันที่ทำงานกันเต็มที่
พิธีกร : ซึ่งพอวันที่ 20 เมื่อผู้นำมาในห้องประชุมราชพฤกษ์แล้วตรงนี้เราอยู่ในพื้นที่นิทรรศการ ตรงนี้จะมีการพาผู้นำมาดูบ้างหรือไม่
ดร.ปลอดประสพฯ : ผมจะไล่ระดับนะครับ ประมาณ 7 โมงครึ่ง จะพาทุกท่านมาที่ประตูท่าแพ และไปรับประทานอาหารเช้า แบบเหนือในห้องทางเหนือและมารอที่ห้องประชุมใหญ่ และเมื่อพร้อมก็มาที่ห้องนี้ดูนิทรรศการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับเรื่องน้ำ พระองค์ทำอย่างไรมา ทรงมองสิ่งแวดล้อมอย่างไร มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนอย่างไร จากนั้นก็ดูที่พวกผมต่อสู้กับน้ำ คิดอย่างไร ท่านนายกฯวางแผนอย่างไร Single Command คืออะไร 2P2R คืออะไร แอพโพส คืออะไร จากนั้นก็ออกจากห้องนี้จากนี้ก็ไปที่ห้องประชุมหลัก ท่านก็แสดงสุนทรพจน์ยาว ครึ่งวันแรกผู้นำอย่างเดียว ครึ่งวันหลังก็ระดับรองลงมา แต่ระดับรองลงมาก็เป็นระดับรองประธานาธิบดี รองนายกรัฐมนตรีวันนั้นก็ทั้งวันเลย
พิธีกร : และมีปฏิญญาที่เราคุยกันเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาด้วย
ดร.ปลอดประสพฯ : ในช่วงตอนบ่ายนี้หลายประเทศ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ เล่าให้ฟังก็จะจับคู่กับประเทศไทยเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ทีละคู่ ทีละคู่
พิธีกร : โดยเน้นด้านน้ำเป็นหลักหรือทุกเรื่อง
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ไม่ใช่น้ำอย่างเดียวเศรษฐกิจสังคม
พิธีกร : อย่างจุดที่เรายืนอยู่เป็นจุดนิทรรศการเปิดมาตั้งแต่วันที่14 ที่ผ่านมา
ดร.ปลอดประสพฯ : มีคนมาประมาณ 5,000 -7,000 ก็ถือว่ามากนะสำหรับจัดต่างจังหวัด
พิธีกร : เห็นว่ามีนักเรียนนักศึกษามาดูมาก
ดร.ปลอดประสพฯ : นักเรียนครึ่งหนึ่ง แต่นั่นยังไม่น่าสนใจเท่า สำหรับผมเท่ากับผู้มาแสดง ถ้าไปสู่ทางด้านนี้ จะเป็นนักเรียนในภาคเหนือ มาออกบูธเอง จัดเป็นกลุ่มจะมาแสดงแนวความคิดเกี่ยวกับน้ำ น้ำกิน น้ำใช้ น้ำสะอาด การบำบัดน้ำแม้กระทั้งเอาน้ำขี้โคลนมาใส่เมล็ดไม้บางอย่างกลายเป็นแบตเตอร์รี่ เป็นไฟ อธิบายว่าเวลาน้ำท่วมไม่มีไฟอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นทำไฟเองดีกว่าด้วยน้ำขี้โคลน พวกนี้เก่งขนาดนี้ และต่างประเทศก็จัดการแสดงมาเรื่องน้ำ การแสดงนี้แสดงทั้งทางวิทยาศาสตร์ด้วย การเต้นรำด้วย
พิธีกร : แต่จุดตรงนี้เป็นจุดที่พูดถึงโครงการพระราชดำริที่เรียกว่ามีหลากหลายโครงการหรือไม่
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : คือมีทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้ง 12 ทฤษฎีที่ว่ามาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เรานำมาปฏิบัติและนำมาดำเนินการกันต่อไปในอนาคต
ดร.ปลอดประสพฯ : นี่ถือว่าเป็นตำราเล่มที่หนึ่ง ยึดตำรานี่มาแล้วนำมาขยายของพระองค์ท่านเป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ
พิธีกร : คือรัฐบาลเน้นเรื่อง 2P2R
ดร.ปลอดประสพฯ : อันนี่คือการเผชิญเหตุการเตรียมพร้อมในการที่จะต่อสู้กับภัยพิบัติ อันนี้ที่จะนำไปพูดในห้องโน้น ผู้นำทุกท่านจะอยู่ในกรอบนี้
พิธีกร : Prevention Preparation คือ 2P ที่เราคุยกันและ2R คือ Response Recovery นี่คือหัวใจหลักของการพูดในวันพรุ่งนี้ วันจันทร์
ดร.ปลอดประสพฯ : ขนาดที่เราอยู่ในภาวะที่เรียกว่าโลกร้อน เพราะว่าที่เกิดการแปรปรวน ความชื้นมาก เกิดพายุมากไม่รู้วันไหนจะมามากน้อยอันตราย ตรงนี้จะเป็นหัวใจการดำรงอยู่ของมนุษยชาติโดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเรียกว่าเป็นเหยื่อที่อ่อนแอของภัยพิบัติทางธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้จะต้องมาก่อนเป็นตำราสำหรับเมืองไทย ท่านนายกฯคิดนะไม่ใช่พวกผม พวกผมก็นำมาปฏิบัติตาม สำหรับนายกฯเน้น P ตัวแรก ท่านนายกฯบอกผมเสมอว่า สำหรับท่านPrevention ดีที่สุด ป้องกันไว้ก่อน
พิธีกร : อันนี่เหมือนนิทรรศการที่เซ็นทรัลลาดพร้าวแบบย่อม ๆ มาอยู่ที่นี่เลย
ดร.ปลอดประสพฯ : อันนี่มันพัฒนาไปจากอันโน่น
พิธีกร : เพิ่มเติมใช่หรือไม่
ดร.ปลอดประสพฯ : อันนี่มาคิดอีกว่าจะทำอย่างไร มันถึงจะปฏิบัติได้ดีแม่นยำติดตามได้ อันนี่จะเป็นรุ่น2 รุ่น 3 แล้ว
พิธีกร : จากที่เป็น 2P2R ก็จะเริ่มลงในรายละเอียดมากขึ้นจากที่ผมเห็นจากคำว่าPrevention มีการพูดถึงการป้องกันขนานใหญ่ บอกว่า Water Be Trong ต้องมีการเก็บน้ำบริหารเก็บน้ำหรือไม่
ดร.ปลอดประสพฯ : เป็นยุทธศาสตร์ที่ค่อนข้างจะสำคัญเป็นแนวคิดหลักที่ว่าน้ำต้องมีที่อยู่ น้ำต้องมีที่ไป
พิธีกร : เรามาเดินดูแผนที่กันครับ นี่คือ น้ำมีที่อยู่ น้ำต้องมีที่ไป
ดร.ปลอดประสพฯ : น้ำไม่มีที่อยู่น้ำก็ท่วม
พิธีกร : ตอนนี่เราอยู่บริเวณต้นน้ำ
ดร.ปลอดประสพฯ : นี่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบไปด้วย 8 ลุ่มน้ำ พอนึกต้องเข้าใจภาพว่าเต็มไปด้วยภูเขา เต็มไปด้วยต้นไม้ หน้าที่ของข้างบนคือรองรับฝนและเป็นหลังคาบ้าน ต้องประวิง ต้องดูด ต้องซึมน้ำ นั่นก็คือป่า ฉะนั้นก็กลับไปปรับปรุงป่าให้ทำหน้าที่เป็นหลังคาบ้านที่ดี จากนั้นจากหลังคาบ้านหลับตานึกถึงบ้านเรานะก็ต้องมีราง จากรางคืออะไร จากรางต้องเป็นตุ่มเราก็ต้องไปสร้างเขื่อน คิดต้นน้ำว่ามีตุ่มไว้ทำไมก็ต้องเก็บน้ำไว้ใช้ ก็เริ่มไหลลงมากลางน้ำ Down Stream กลางน้ำมีไว้ทำไมคือต้องเก็บน้ำไว้ใช้ด้วย ชะลอด้วย ชะลอทำไมก็เพื่อให้โอกาสข้างล่างเตรียมตัวเก็บไว้ใช้ที่แก้มลิง เมื่อก่อนแก้มลิงอยู่ข้างล่าง อันนั้นไม่ใช่แก้มลิงเป็นที่น้ำท่วม ทุกวันนี้เรารู้ว่าแก้มลิงอยู่ตรงนี้นะ พอลงมาข้างล่าง หน้าที่ต้องเอาออกโดยเร็ว ในกรณีน้ำท่วมใหญ่นะ ถ้าน้ำไม่ท่วมใหญ่ก็ไม่เอาออกใช้เต็มที่ออกเฉพาะที่เกิน รัฐบาลหรือนักวิชาการคนไหนไม่มีใครคิดจะทิ้งน้ำนะ เอาออกเฉพาะที่เป็นส่วนเกินที่อันตรายและเฉพาะช่วงที่เป็นอันตรายเท่านั้น
พิธีกร : เพราะที่ผมเห็นตรงนี้คือ Down Stream ที่บอกว่าโครงการพื้นที่ปลายน้ำจะต้องมีการขุดลอก ซ่อมแซม เจาะให้ไหล
ดร.ปลอดประสพฯ : ถ้าจะไปท่วมเมืองไหนก็มี Planing wall พื้นที่สำคัญเราปล่อยให้ท่วมไม่ได้
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : เป็นเรื่องของต่างประเทศจะเป็นเรื่องปกติเรียกว่ากำแพงเก็บน้ำ บ้านเราถ้าสร้างกำแพงไว้รู้สึกตกใจ แต่ประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลี มีหมด
พิธีกร : คนที่มาจะได้เห็นตัว P ที่บอกว่าPrevention ทั้งหมดเป็น P แรกที่เราได้คุยกันไม่ว่าจะเป็นโครงการปลูกป่าที่รัฐบาลเดินหน้าไปช่วย และโครงการกลางน้ำต่าง ๆ นี้คือส่วนที่เราได้คุยไปในP แรก ขณะเดียวกันเรื่องของการเตรียมความพร้อมที่ผ่านมาข้อมูลในช่วงปี อาจจะกระจัดกระจาย ตอนนี่มีการรวมศูนย์ข้อมูลใช่หรือไม่
ดร.ปลอดประสพฯ : เรามีหน่วยเกี่ยวกับน้ำอยู่ กว่าหน่วยทุกคนมีวิธีเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน คือเก็บคนละเวลา เก็บคนละสถานที่ เก็บคนละเครื่องมือ เก็บคนละมาตรฐาน ด้วยเหตุผลที่ว่าวัตถุประสงค์การใช้แตกต่างกัน ท่านนายกฯบอกไม่เอาแล้วแบบนี้ ทำฐานข้อมูลดีกว่าทุกอย่างเข้ามาตรงกลาง ศูนย์เดียวและตรงกลางก็แปลนเรื่องไปใหม่แล้งส่งกลับไปต่อไปนี้ทุกคนต้องใช้เครื่องมือมาตรฐานเดียวกันเวลาสถานที่เหมือนกันและมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดเวลาไม่ว่าข้อมูลนั้นจะเป็นข้อมูลแต่เบื้องต้น ปฐมภูมิ หรือข้อมูลสุดท้ายทุติยภูมิ
พิธีกร : คือทุกคนจะได้เห็นข้อมูลชุดเดียวกัน
ดร.ปลอดประสพฯ : นี่คือข้อมูลนะ แปลนข้อมูลการใช้ พายุอยู่ที่ไหน เคลื่อนตัวเป็นอย่างไร ขึ้นฝั่งที่ไหน ตกมากตกน้อย ตกไปแล้วไหลจากไหน ไหลช้าไหลเร็ว ฉะนั้นทุกคนก็จะรู้พฤติกรรมของน้ำ ทุกคนจะรู้ว่าจะอยู่หรือจะหนี
พิธีกร : อย่างเช่นที่ท่านรองฯ บอกว่าเราจะดูทั้งสภาพอากาศ น้ำในลำน้ำ น้ำในเขื่อน น้ำทะเลนุน มาเป็นคลังข้อมูลน้ำและบอกว่าต้องส่งไปที่ข้อมูลเตือนภัยด้วย
ดร.ปลอดประสพฯ : ข้อมูลมาตอนนี่ขยับรวมเลย จะปิดจะเปิดตรงไหน จะให้น้ำวิ่งไปทางไหน
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : นอกจากข้อมูลแล้วเรายังมีระบบข้อมูลเซ็นเซอร์ ระบบที่จะบอกว่าระดับน้ำตอนนี่ที่เขื่อนเท่าไหร่ แม่น้ำเท่าไหร่ ตรงนั้นตรงนี้เท่าไหร่ เราจะได้บริหารจัดการได้ ออนไลน์เลยอยู่ที่ศูนย์กลางสามารถเห็นพวกนี่ได้ มีข้อมูลมีภาพสามารถใช้ในการตัดสินใจดียิ่งขึ้น
พิธีกร : เมื่อสักครู่ผมเห็นตู้ตรงนั้น เป็นCCTV จะเห็นเป็นภาพของริมประตูน้ำต่าง ๆ
ดร.ปลอดประสพฯ : ใช่ ๆ ซึ่งตอนนี่มีอยู่ สัก1,000 นะ 1,000 มาจากหลายรุ่นหลายสมัยใช้จริง ๆ ก็เป็นร้อยแต่ว่าอีกต่อไป เราจะมีมาก ประเทศจีนมีเป็นแสน
พิธีกร : ที่ท่านนายกฯ ไปดูบอกว่าประเทศจีนจะมีแบบการติดตามดูประตูน้ำ เขื่อนที่เห็นภาพสด ๆ ตลอดเวลา
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ในต่างประเทศการเปิดปิดประตูน้ำมาจากศูนย์กลางได้เลย กดปั๊บปิดที่ไชน่าได้เลย ตรงนี่เพื่อความรวดเร็วและทันการมิฉะนั้นกว่าจะสั่งการเป็นทอด ๆ เมื่อไหร่จะรีบปิดน้ำท่วมซะแล้ว
พิธีกร : อันนี่ก็แสดงว่ามีการบันทึกข้อมูลในอดีตมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ได้ด้วยว่าย้อนหลัง
ดร.ปลอดประสพฯ : ก็เหมือนน้ำหรืออากาศก็เหมือนนิสัยคนต้องรู้ว่าพฤติกรรมย้อนไปทั้งหมด ผมพูดถึงนโยบายรัฐบาล วิธีคิดทั้งหมดในวันหน้าเรากำลังอยู่ในวิธีคิดร้อยปี คือใช้สถิติร้อยปี ของความปลอดภัย ร้อยปีเป็นอย่างไร ก็คือ ช่วงปี 2554 หรือปี 2583 ก็เอามาใช้ในการที่จะคำนวณอีกที เอามาเป็นตัวสูงสุดถ้าเกิดมาอีกสามารถรับมือได้ วันหน้าเราจะไปสู่บางจุด เอา 500 ปีเลย 500 ก็แสดงว่ายิ่งใหญ่ไปกว่านั้นเท่า ๆ กับบางจุด อย่างเช่นที่นาในที่ลุ่มเราใช้ 20 ปีก็พอ
พิธีกร : แต่ว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ภาครัฐใช้ในการตัดสินใจว่าจะเปิดประตูน้ำ ปิดประตูน้ำ อะไรอย่างไร
ดร.ปลอดประสพฯ : จะให้น้ำที่ไหนไหลเร็ว ไหลช้า ไหลแรง เข้าคลองไหน ไปออกคลองไหน ทำนองนั้น
พิธีกร : แต่ว่าเราจะเตือนประชาชนอย่างไรเห็นว่ามีระบบการต้องมีการเชื่อมข้อมูลเหล่านี้ไปให้ประชาชนรับทราบว่าข้อมูลที่ภาครัฐมีและข้อมูลที่ประชาชนมีควรจะเป็นข้อมูลชุดเดียวกันหรือไม่
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : มีหลายระดับ นักวิชาการก็ต้องการข้อมูลทางด้านเทคนิคมาก แต่ประชาชนไม่ต้องการเทคนิค ข้อมูลเดียวกันเราก็ต้องทำข้อมูลให้ประชาชนนี้ง่ายขึ้น ดูแล้วรู้เรื่อง นักวิชาการเขาจะดูในรายละเอียดต่าง ๆ
พิธีกร : ผมมองว่ามีเว็บไซต์ water for thai ตัวนั้นเป็นข้อมูลที่ประชาชนเข้าไปดูได้
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : รวมถึงมีแอพสโต water for thai สามารถเข้าไปโหลดได้เลย
พิธีกร : ประชาชนก็สามารถติดตามสถานการณ์ได้ทุกวินาที แต่เป็นชุดข้อมูลที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น อาจจะไม่ละเอียดถึงขั้นที่จะเข้ามาพิจารณาพิเคราะห์
พิธีกร : ผมมองไปเห็นว่ามีเว็บไซต์ http://www.waterforthai.go.th/ตัวนี้เป็นข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าไปดูได้ รวมถึงมี แอพพลิเคชั่น เป็นแอพสโตล์ วอล์เตอร์ฟอร์ไทย สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้เลย
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ใช่ครับ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้เลย
พิธีกร : นี่คือประชาชนก็สามารถเข้าไปติดตามสถานการณ์ได้ทุกวินาที และก็เป็นข้อมูลที่เข้าใจง่ายขึ้น อาจจะไม่ได้ละเอียดถึงขั้นนำมาพิจารณา แต่สามารถรู้ว่าน้ำของตนเองเป็นอย่างไร ซึ่งนี้คือคู่มือ เป็นอย่างไรบ้างครับหนังสือนี้
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : เป็นเอกสารที่เราจัดนิทรรศการ ที่กรุงเทพฯ จะอธิบายเรื่องเกี่ยวกับ 2P,2R และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับโครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นเอกสารที่ทำขึ้นในช่วงนั้น
พิธีกร : ในงานนี้มีแจกด้วย ใครอยากรู้มีแจกในงาน นี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่เราคุยกันถึงเรื่อง 2P มาแล้ว
ดร.ปลอดประสพฯ : มาดูส่วนนี้ สักเล็กน้อยตัวนี้เตือนตอนต้นน้ำ เพราะว่าเราป้องกันไม่ให้น้ำป่า กับดินถล่ม จะเป็นแบบหนึ่ง ตัวนี้เตือนในเมือง หรือพื้นที่อุตสาหกรรมก็จะเตือนอีกแบบหนึ่ง ส่วนตัวนี้จะเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นไปที่ประชาชนเลย
พิธีกร : ที่มีระบบเป็นเว็บไซต์ มีกล่องที่เป็นเหมือนทีวีไปตั้งตามชุมชน
ดร.ปลอดประสพฯ : ซึ่งเป้าหมายก็จะต่างกัน ระหว่างเป้าหมายลงที่บุคคล กับเป้าหมายลงที่สถานที่ และที่สำคัญคือในพื้นที่เสี่ยงภัย เพราะฉะนั้น จึงมีความแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดก็จะเชื่อมโยงกัน
พิธีกร : สิ่งนี้เรานำมาจากประสบการณ์ตอนน้ำท่วมใหญ่ของเราด้วยใช่หรือไม่
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ตรงนี้เป็นเรื่องการเตือนภัยล่วงหน้า จากแหล่งข้อมูล จากภูมิอากาศ จากแหล่งอื่นๆ จะเกิดเหตุอะไรเราสามารถรู้ล่วงหน้าได้พอสมควร ฉะนั้นเราจะสามารถบอกหรือแจ้งประชาชนล่วงหน้าได้ เช่น ฝนตก ดินถล่ม หรืออะไรต่างๆ ซึ่งจะมีเครื่องมือที่อยู่ตามท้องถิ่นมากมาย ทำให้การทำงานดีขึ้นมาก
พิธีกร : หรือเรียกว่าเป็นการป้องกันโดยตรงในการเตรียมความพร้อม ซึ่งเมื่อสักครู่เราคุยถึงกระบวนการ
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรง : เมื่อมีเหตุก็สามารถปฏิบัติการได้เลย
พิธีกร : แต่ว่าพอหลังจากนั้นมาแล้วคือเรื่องของการรับมือเป็นอย่างไรบ้าง
ดร.ปลอดประสพฯ : การรับมือ จะมีก่อนเกิดเหตุว่า รับมืออย่างไร แล้วยิ่งรู้ว่าน้ำจะมาแน่ ขณะเกิดเหตุต้องทำอย่างไร หลังเกิดเหตุจะทำอย่างไร ซึ่งก็มีการวางแผนเพื่อหาคนไปดูแล ทั้งเรื่องที่อยู่ รวมถึงการดูแลบ้านแทน
พิธีกร : นี้คือไม่ใช่ดูแค่เรื่องน้ำอย่างเดียว แต่จะดูแลแทบทั้งหมด ชีวิตก็ดูด้วย ทั้งอาหารมีเพียงพอหรือเปล่าด้วย
ดร.ปลอดประสพฯ : ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ความสะดวก เช่น รถมารับจากที่ไหน คนแก่ เด็กไปส่งไว้ที่ไหนอย่างไร เรือไปรับที่ไหน วิ่งไปตรงไหน แล้วคนจะอยู่อย่างไร เราก็ตามไปดูด้วย
พิธีกร : แสดงว่าต้องมีการให้ประชาชนรู้จักขั้นตอนการอพยพ
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ครับ มีการซ้อมกันทั่วไป
ดร.ปลอดประสพ : หลังจากนี้พอพ้นช่วงน้ำ ถึงเวลากลับบ้านได้ ก็มาคิดว่า เอาคนกลับไปอย่างไร จะต้องซ่อมบ้านอย่างไร ไร่นาเป็นอย่างไร
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ถนนหาทาง พังจะทำอย่างไร
พิธีกร : นี้คือการซ้อมสถานที่เส้นทางเผชิญเหตุที่ได้มีการดำเนินการไว้ แสดงว่าทุกภาคส่วนไม่ใช่แค่รัฐบาลจะดำเนินการผู้เดียว แต่หมายถึงทุกหน่วยงาน
ดร.ปลอดประสพฯ : ทุกหน่วยงานครับ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร มูลนิธิ โรงพยาบาล และหน่วยงานอื่น ๆ
พิธีกร : ส่วนระบบการเตือนภัยที่เราคุยกันก็คือ Warning system ใช่มั้ยครับที่พอมีข้อมูลมาจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลยังไง
ดร.ปลอดประสพฯ : ใช่ครับ
พิธกร : นี้คือข้อมูลที่มาจากชุดเดียวกับเมื่อสักครู่นี้
ดร.ปลอดประสพฯ : ครับ ในกลุ่มแรก เวลาที่รับเข้ามาจากเสา เราจะบอกกระบวนการว่าเข้าไปที่มือถือ ที่เว็บไซต์ วิทยุอย่างไร SMS อย่างไร
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ข้อมูลจากที่วิเคราะห์เราก็จะส่งเข้าไปเพื่อกระจายบอกข่าวทั้งหลาย
พิธีกร : ก็คือข้อมูลทุกอย่างจะเชื่อมโยงกันหมดเลย
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ครับ พอเสร็จเรียบร้อยจากตรงนี้ เข้ามาถึง Clear Two ก็จะวิเคราะห์เพื่อไปสู่ Clear ที่ 3 คือการนำหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
พิธีกร : นี้คือ R ที่เรียกว่า Response ส่วนอีกหนึ่ง R คือ Recovery การฟื้นฟูเยียวยา ทำอะไรบ้างครับ
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ทำอย่างที่เราทำ คือไปซ่อมบ้านให้ ให้เงินช่วยเหลือ เป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกเรื่อง เช่น ไร่นา มีความเสียหายจะทำอย่างไร ซึ่งเมื่อปี 2554 – 2555 ตอนที่เกิดเหตุเราได้ช่วยเหลือไปพอสมควร จากเงินกองกลาง 2 หมื่นล้านบาท นำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งทำถนน โครงสร้างต่าง ๆ
พิธีกร : นี่คือ 8 เรื่องหลักใช่มั้ยครับ เป็นการฟื้นฟูหลังจากที่ผ่านน้ำท่วมมาแล้ว
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : เมื่อประชาชนประสบภัยเช่นนั้น รัฐบาลก็จะมีหน้าที่ในการช่วยฟื้นฟูเยียวยา
ดร.ปลอดประสพฯ : ซึ่งบางทีก็ยาวเรื่องนี้ ตั้งแต่ปัจจุบัน ทัน ด่วน ถึงยาว ยาวก็อาจจะหมายถึงปี หรือครึ่งปีประมาณนี้
พิธีกร : มีการติดตามผลด้วย
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : แน่นอน ๆ
ดร.ปลอดประสพฯ : และจะเริ่มเข้าสู่ระบบทางราชการ
พิธีกร : ให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปรับผิดชอบดูแล
ดร.ปลอดประสพฯ : ใช่ครับ
พิธีกร : มาดูในส่วนนี้จะเห็นบูธของทาง สบอช. (สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ) ด้วย Q& A สงสัยสนใจอย่างไร สามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ และมีหนังสือแจกด้วย เดี๋ยวเราเดินต่อเพราะนี่คือส่วนหนึ่งของ ภาครัฐ และนอกจากนี้เราเดินมาด้านนอก จะมีทั้งภาคเอกชน และหน่วยงานราชการ
ดร.ปลอดประสพฯ : มีหน่วยงานราชการด้วย อย่างองค์การพิพิธภัณฑ์
พิธีกร : นี่ก็เช่นกันเป็นเรื่องต่อเนื่อง ในการจัดการ
ดร.ปลอดประสพฯ : อันนี้จะอยู่ในกลุ่มฟื้นฟู
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : นี่คือ 2 หมื่นล้านบาท ที่พูดถึง จะอธิบายว่าเราได้ช่วยอะไรไปบ้าง เช่น การเยียวยาผู้ประสบภัย เป็นเงิน 37% เรื่องเกี่ยวกับ โครงสร้างพื้นฐาน 20% เป็นต้น
พิธีกร : นี่เป็นข้อมูลการฟื้นฟูถนน คมนาคมขนส่ง ใช่มั้ยครับ
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ใช่ครับ
พิธีกร : ส่วนนี้เป็นโครงการ การแก้ไขหลังจากที่เกิดน้ำท่วมเมื่อปี 2554 – 2555 ที่ขออนุมัติงบไปตอนนั้น
ดร.ปลอดประสพฯ : ใช่ ถือว่าเป็นการรายงานการใช้เงินให้กับประชาชนได้ทราบ ว่า 2 หมื่น ล้านบาทใช้อะไรไปบ้าง
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ส่วนมากจะนำมาใช้ให้กับประชาชน
ดร.ปลอดประสพฯ : ครับ อย่างที่เห็นเราใช้ให้กับประชาชน ผู้ประสบภัย
พิธีกร : เป็นการเยียวยา ถึง 4 หมื่น 5 พัน ล้านบาท จากงบประมาณ 2 หมื่น ล้านบาท
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : เกี่ยวกับสถานที่ราชการก็ไม่น้อยเช่นกัน ประมาณ 6% 7 พัน กว่า ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องซ่อม ที่ถนนเสีย
พิธีกร : นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากปี2554แต่หลังจากนี้ไป รัฐบาลจะมีการวางระบบจัดการน้ำ ในอนาคต
ดร.ปลอดประสพฯ : ใช่ครับ
พิธีกร : ที่เราคุยกันถึง โครงการครั้งใหญ่ด้วย และดำเนินการไปพร้อมกับ โครงการในพระราชดำริ ด้วย
ดร.ปลอดประสพฯ : จริงๆ จะมีอยู่ 2 เรื่อง เรื่องที่ 1 การเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ที่ผ่านมา 1.4 ล้านล้านบาท เราต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ทำใหม่ให้ดีกว่าเดิม เรื่องที่ 2 คือเรายังไม่เคยมีระบบ ระบายน้ำ ครั้งนี้เราจะสร้างระบบนั้น นี่เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องการบริหารประเทศไทย เพื่อให้มีระบบการบริหารจัดการน้ำที่ดีที่สุด และน้ำก็ไม่ท่วม และไม่แล้ง ซึ่งในระบบปกติที่ได้งบประมาณปกติของทุกหน่วยงานราชการจะถูกจูนใหม่ เพื่อให้เดินคู่กับงบ 3 แสน 5 ล้านบาท ที่จะมีการลงทุน เพราะแต่ก่อนต่างคนต่างคิด กรมชลประทานคิดอย่างหนึ่ง กรมน้ำบาดาลคิดอีกอย่าง ต่อไปจะไม่ทำแบบนั้นแล้ว เนื่องจากเรามีแผน เพราะฉะนั้น เส้นทางรางรถไฟเส้นนั้นก็จะมา เส้นนี้ก็จะมา กลายเป็นรางคู่แล้วคราวนี้
พิธีกร : หลังจากนี้ใช่หรือไม่ ก็คือโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่บอกไป
ดร.ปลอดประสพฯ : รวมทั้งการร่วมมือกับ การคมนาคม ในเรื่องเส้นทางนั้นทำอย่างไรถึงจะไม่ขวางทางน้ำ
พิธีกร : แต่ว่าท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างทุกโครงการ ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไรด้วยหรือไม่
ดร.ปลอดประสพฯ : ที่จริงแล้ว ถ้าถามผม ต้องขอตอบ 2 ส่วน อย่างวันนี้ มีคนที่เกี่ยวข้องเป็นหมื่นเป็นแสนคน ซึ่งพวกเขาก็คือประชาชน อีกส่วนหนึ่งจะเกี่ยวข้องโดย รัฐธรรมนูญ ที่พูดกันในเรื่อง EIA และ SIA จะเป็นอย่างนี้ 100%
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : คือถ้าเริ่มตั้งแต่สมัยเมื่อน้ำลดใหม่ๆ ท่านนายกฯ ได้เดินทางทั่วประเทศ เพื่อดูแลเรื่องน้ำท่วม และฟังเสียงจากประชาชน ว่าเดือดร้อนอย่างไร ควรจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งเป็นการประชาพิจารณ์อีกแบบหนึ่ง ที่ทำกัน ทั้งคณะรัฐมนตรี และผู้ทำงาน นี่เป็นส่วนหนึ่ง รวมถึงการจัดนิทรรศการที่ เซนทรัลฯ ลาดพร้าวกรุงเทพฯ นั้นก็เป็นประชาพิจารณ์แบบหนึ่ง เพื่อแสดงให้ดูว่า จะทำแบบนี้และขอความคิดเห็น หลังจากนี้เมื่อประมูลในระหว่างนี้ก็ต้องทำ EIA , SIA เช่นกัน ถามว่าทำไมไม่ทำก่อนหน้านี้ เพราะสิ่งที่เราจะทำจริงๆ เรากำลังรอจากผู้ประมูล ถ้าได้ชัดเจนและเลือกว่าจะทำตรงไหนอย่างชัดเจนแล้ว ถึงจะนำไปประชาพิจารณ์ เพื่อให้ตรงเป้าหมาย ไม่ใช่ว่ายังไม่รู้ว่าจะทำอะไรหรือยังไม่ชัดเจนว่าจะเอาตรงไหน
พิธีกร : ซึ่งงานนี้เปิดให้ประชาชนดู จนถึงวันสุดท้ายใช่ไหมครับ
ดร.ปลอดประสพฯ : คือวันที่ 18– 20 นี้ทางฝ่ายความมั่นคง ขอว่าอยากให้ปิดชั่วคราว เพราะว่าผู้นำประเทศมากันมาก ผมไม่อยากปิดเลย แต่เป็นเรื่องจำเป็น หลังจากนั้นว่าจะเรียนถาม ท่านนายกฯ อยู่ เหมือนกันว่าท่านคิดอย่างไร อาจจะเปิดต่อได้
พิธีกร : แต่ว่าถ้าวันนี้ใครยังไม่ได้มา ทั้งคนเชียงใหม่และต่างจังหวัดใกล้เคียง ขอให้รีบมาในวันนี้ เห็นว่ามีรถแดงรับส่งมาถึงนี่ด้วย ซึ่งไม่ไกลมากอยู่บริเวรคูเมือง อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้และเป็นเจ้าภาพต้อนรับ งานนี้เปิด 9.00 น. ก็เริ่มมีคนมาแล้ว เพราะว่านอกเหนือจากภาครัฐก็ยังมีทั้งภาคเอกชน และหน่วยงานอื่น ๆ อีกมากมาย
ดร.ปลอดประสพฯ : โดยปกติ งานแบบนี้เท่าที่เห็นจะเป็นงานเกี่ยวกับธุรกิจการค้า เช่น รถยนต์ ทีวี เฟอร์นิเจอร์ นี้เป็นงานแรกทางวิชาการที่คนมาก
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ตอนที่จัดที่ลาดพร้าว คนสนใจเพราะว่าเป็นปัญหาของทุกคน ทุกคนต้องช่วยกันในการบริหารจัดการน้ำให้ดีที่สุด ผมอยากเรียนเพิ่มเติมอีกนิด เรื่องการรักษาความปลอดภัยของผู้นำประเทศ เป็นเรื่องที่สำคัญไม่ได้หมายความว่า เราเห็นผู้นำต่างประเทศดีกว่าคนไทย ไม่ใช่แบบนั้น แต่เป็นเรื่องที่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นชื่อเสียงประเทศจะเสียหายมาก นี้เป็นเรื่องสำคัญทุกประเทศทำเช่นนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ช่วงนี้ 19- 20 จึงอยากจะขอไว้ก่อน หลังจากนั้นเชื่อว่าเราจะเปิดต่อได้ เพราะว่าศูนย์ประชุมนี้เป็นของเรา
ดร.ปลอดประสพฯ : ผู้นำประเทศ 43 คน มาอยู่ในที่เดียวกันนี้ไม่มีบ่อยครับ และระดับผู้นำประเทศแท้ ๆ อีก 11 ประเทศ มาที่นี่
พิธีกร : คุยกันเรื่องน้ำด้วย
ดร.ปลอดประสพฯ : ผมว่าคนอื่นมองประเทศไทยดี ให้เกียรติประเทศไทยมาก ผมว่าอย่างนั้น ในความรู้สึกผมคิดว่า เขาให้เกียรติท่านนายกฯ ของเรามาก ไม่รู้เหมือนกันแก่แล้วเห็นโลกมามากแต่ไม่ได้เห็นสิ่งเหล่านี้บ่อย ๆ
พิธีกร : ถ้าประชาชนจะมา อยากให้มาวันนี้ก่อน และอีกประเด็นหนึ่งคือการมีส่วนร่วมของประชาชนนอกเหนือจากงานนี้แล้ว ท่านรัฐมนตรี นิวัฒน์ธำรงฯ มีกิจกรรมที่ชื่อว่า “เปิดโครงการ ร้อยมือ สร้างเมือง”เป็นกิจกรรมใหม่
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ครับ เป็นโครงการของรัฐบาล ซึ่งเป็นโครงการหลักจะเรียกว่าใหม่ก็ไม่ใช่ เพราะเป็นโครงการที่คิดอยู่แต่พึ่งนำออกมา ซึ่งเรามีโครงการกองทุนหมู่บ้าน โครงการSML ซึ่งเราจะพูดถึงชุมชนในชนบทส่วนใหญ่ แต่ในเมืองก็มีปัญหาเช่นกัน อยากจะพัฒนาสิ่งต่าง ๆ แต่ไม่มีกองทุน นายกรัฐมนตรีฯ จึงมีดำริ ให้จัดตั้งกองทุนเมืองขึ้นมาเพื่อพัฒนาชุมชนเมือง เพราะเราไปในที่เจริญอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา แต่ในเมืองยังมีหย่อมที่มีปัญหาอยู่ ที่อยากจะพัฒนาแต่ไม่มีงบประมาณ
พิธีกร : นี่คืออยู่ในเขตเทศบาลหรือไม่ หรือจะเป็นกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ก็ได้
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ทั่วประเทศ ทั้ง กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ดร.ปลอดประสพฯ : ผมขอเสริมหน่อยครับ ได้ความรู้จากท่านรัฐมนตรีฯ เกี่ยวกับเรื่องชุมชนเมือง เรื่องน้ำผมก็ไม่นึก ว่าจะมีองค์กรของ UN หน่วยหนึ่งที่ดูน้ำ เฉพาะชุมชนเมือง ผมก็พึ่งมานึกออกว่ามีความแตกต่างจากชุมชนชนบท วิธีคิด วิธีใช้ คนละมาตราฐาน
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : แต่คนนึกว่าในเมืองเจริญแล้ว ทิ้งเลย ซึ่งในเมืองมีที่เดือดร้อนอยู่มาก
พิธีกร : ตรงนี้อยากให้ประชาชนส่งโครงการเข้ามา
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ครับอยากให้ประชาชนคิดโครงการ และไปดูถ้าเป็นโครงการที่เหมาะสมเราจะให้เงินทุน5 แสน ถึง 2 ล้านบาท ซึ่งเราจะมีคณะกรรมการในการตรวจสอบ ถ้าเหมาะสมก็ให้ไป ไม่เหมาะสมก็ขอไว้ เพราะว่าเงินทุนมีจำกัด
พิธีกร : แต่ว่าเป็นกิจกรรมออกทางรายการโทรศัทพ์ทางช่อง 9
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : คือเพื่อให้ทราบถึงการประชาสัมพันธ์โครงการ ให้องค์ความรู้ในเรื่องการพัฒนา และดูบ้านเราว่าอยากจะพัฒนาอะไรจะได้ส่งข้อมูลมาให้ครบถ้วน ในเรื่องนี้
พิธีกร : ซึ่งตรงนี้ถ้าเกิดว่า ชุมชนมีปัญหาเรื่องน้ำ สามารถเสนอมาได้เลย
รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรงฯ : ครับเสนอมาได้เลย โครงการนี้เพิ่งเริ่มและกำลังฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อยู่ กำลังขอข้อมูลเข้ามา และเราจะเริ่มประกวด และนำมาออกทีวีประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ จนถึงปลายปีและให้ดำเนินโครงการ ส่วน วันนี้ 20.30 น. ช่อง 9 คือรายการนี้ได้ให้ทาง Work Point ทำรายการและนายกฯ จะมาพูดคุยถึงโครงการนี้ ขอเชิญชมเวลาดังกล่าวทางช่อง 9 นี้ด้วย
พิธีกร : อย่างไรก็ตามงานน้ำก็ยังมีอยู่ และยังมีงานประชุมสุดยอดผู้นำอีก 2 วันหลังจากนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 19 เวลา 19.45 น. ทางช่อง 11 และเช้าวันจันทร์ ทางช่อง 9 พิธีเปิดและการประชุมของผู้นำ วันนี้ขอขอบพระคุณทั้ง 2 ท่านมากครับ ท่านผู้ชมที่อยากมาชมงาน นิทรรศการ จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเปิดได้ถึงวันนี้ ส่วนกิจกรรมที่ ท่านรัฐมนตรี นิวัฒน์ธำรงฯ ได้พูดถึง “ร้อยมือ สร้างเมือง” สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.ร้อยมือสร้างเมือง.com เป็นกิจกรรมที่อยากให้ชุมชนเมือง มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเอง ทั้งหมดคือ รายการยิ่งลักษณ์ พบประชาชน วันนี้ผม ธีรัตถ์ รัตนเสวี สวัสดีครับ
………………………………………..
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
