ถอดเทป
รายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน"
ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์
วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 08.00 น.
ช่วงที่ 1
พิธีกร (ธีรัตถ์ รัตนเสวี) : สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน กับผมธีรัตถ์ รัตนเสวี วันนี้อยู่ที่ประเทศมองโกเลีย เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางมาเยือนประเทศมองโกเลียอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยที่เดินทางเยือนประเทศมองโกเลีย โดยประเทศไทยและประเทศมองโกเลียจะสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันครบ 40 ปี ในปี 2557 โดยปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศมองโกเลียจะไม่สูงมากนัก แต่การเดินทางเยือนครั้งนี้ได้มีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่าจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ได้ 2 เท่า ภายใน 3 ปี และมีการประกาศร่วมมือกันในหลาย ๆ ด้าน การเดินทางมาครั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มีการกล่าวสุนทรพจน์เรื่องของประชาธิปไตยในงานที่ชื่อว่า Community of Democracies ที่ประเทศมองโกเลียเป็นเจ้าภาพอีกด้วย สวัสดีครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ
นายกรัฐมนตรี : สวัสดีค่ะ
พิธีกร : ทำไมมาประเทศมองโกเลีย
นายกรัฐมนตรี : มีวัตถุประสงค์ 2 เรื่อง ใหญ่ ๆ ด้วย เรื่องแรกก็มาหารือกับท่านประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี ประธานสภาฯ และกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หญิงด้วย วันนี้มีโอกาสได้มาร่วมกับในเรื่องของการจัดสัมมนาประชาคมประชาธิปไตย ซึ่งเวทีนี้ครั้งนี้ทางประเทศมองโกเลียเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้
พิธีกร : ถ้าเราดูแล้วเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เดินทางเยือนประเทศมองโกเลีย ซึ่งมาครั้งนี้ ถ้าเรามองถึงการกระชับความสัมพันธ์ มีความสำคัญอย่างไรเรื่องของการขยายการค้า การลงทุน ความร่วมมือระหว่างกัน
นายกรัฐมนตรี : ต้องขออนุญาตเล่าความเป็นมาว่า จริง ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมองโกเลีย เรามีความสัมพันธ์กันมา 39 ปี ปีหน้าก็ครบรอบ 40 ปี ซึ่งเรายังไม่เคยมีการเยือน ฉะนั้นครั้งนี้ก็เป็นการเยือนครั้งแรก และถือว่าประเทศมองโกเลียก็เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโต เพราะว่าเศรษฐกิจของเขาก็โตค่อนข้างมาก จากประมาณ 10-15% ทุก ๆ ปี และเป็นประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เหมืองแร่ ทองคำ โลหะที่หายาก รวมถึงพลังงาน ที่นี่ก็มีพลังงานหลายประเภทด้วยกัน เช่น การส่งเสริมพลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ความร้อนจากพื้นดินด้วย ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เรามองว่าน่าสนใจ และการเยือนครั้งนี้ เราได้นำภาคธุรกิจเอกชนมาประมาณ 30 บริษัท มีโอกาสได้มาหารือกัน
พิธีกร : แม้ว่าประเทศไทยกับประเทศมองโกเลียจะมีความสัมพันธ์กันมาเกือบ ๆ 39 ปี แต่มูลค่าการค้าระหว่างกันยังไม่สูงมากนัก มีการพยายามในการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันด้วยหรือไม่
นายกรัฐมนตรี : ครั้งนี้ก็ประสบความสำเร็จ ที่เราได้มาตกลงกันว่าอยากเห็นมูลค่าการค้า การลงทุน ในอีก 3 ปี ข้างหน้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า
พิธีกร : ซึ่งตรงนี้เอกชนที่มากับท่านนายกฯ เขาเห็นธุรกิจ เห็นโอกาสอย่างไรบ้าง ในการทำธุรกิจในประเทศมองโกเลีย
นายกรัฐมนตรี : อย่างที่เรียนว่าเอกชนก็เห็นศักยภาพของประเทศมองโกเลีย กลุ่มอุตสาหกรรมที่มา เช่น กลุ่มด้านพลังงาน ภาคการเกษตร ด้านการเงิน โรงพยาบาล สถานศึกษา มหาวิทยาลัยก็มากับเราครั้งนี้ด้วย เรียนว่าอย่างแรกเรื่องของการค้า การลงทุน ที่เราได้มีการหารือกันคือสิ่งที่ภาคธุรกิจก็อยากได้รับการสนับสนุนของภาครัฐคือเรื่องของการลงนาม MOU ความร่วมมือร่วมกันส่งเสริม และการคุ้มครองการลงทุน ซึ่งจะทำให้ภาคเอกชนมีความมั่นใจในการลงทุน และได้รับการขานรับจากประเทศมองโกเลียที่จะมีการปรับปรุงก็เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว เราก็คงจะได้เห็นความร่วมมือนี้เกิดขึ้น เพราะเขาจะมีการปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ เราก็คงจะสามารถขอความร่วมมือนี้ได้ นอกจากนี้ก็มีเวที ที่เรียกว่าเป็นเวทีที่ร่วมกันในการหารือเรื่องของการค้า การลงทุน โดยเฉพาะเรื่องของการค้าทั้งหมดก็จะมีเวทีในการที่จะหารือว่า เราจะมีสินค้าประเภทไหนบ้างที่จะส่งไปยังประเทศมองโกเลีย หรือจะนำเข้ามาเพื่อที่จะช่วยกันในการส่งเสริมมูลค่าการค้า การลงทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นจะมีความร่วมมือทางด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ความร่วมมือทางด้านของวิทยาศาสตร์ ทางวิชาการ การศึกษา เรื่องสาธารณสุข และเรื่องท่องเที่ยวที่ทางประเทศมองโกเลียต้องการความช่วยเหลือจากประเทศไทย อันนี้ก็จะเป็นภาครวมที่เราได้คุยกับทางด้านของรัฐบาล สำหรับการที่ได้คุยกับภาคเอกชน ได้รับฟังภาคเอกชนหลังจากที่เอกชนไปเจอกับภาคเอกชนที่ประเทศมองโกเลียได้มีความร่วมมือหลายประเภทเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
พิธีกร : เรามองถึงโอกาสที่ประเทศมองโกเลียเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก เรามีโอกาสที่จะมีการนำเข้าทรัพยากรทางประเทศมองโกเลียเข้าไปในประเทศไทยด้วยหรือไม่
นายกรัฐมนตรี : มีโอกาส เพราะเราเองก็ต้องการทางด้านของทรัพยากร โดยเฉพาะการลงทุนในเหมืองแร่ต่าง ๆ มีความต้องการเป็นจำนวนมาก ซึ่งตรงนี้ถ้ามีโอกาสได้เข้ามาลงทุนก็จะทำให้แหล่งทรัพยากรต่าง ๆ นี้สามารถที่จะช่วย ในเรื่องของต้นทุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในขณะเดียวกันเราก็มีโอกาสในการส่งออก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ถ้าเรามองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ที่นี่อาจจะเป็นตลาดอีกตลาดหนึ่งที่เราสามารถที่จะส่งชิ้นส่วนเข้ามาประกอบที่นี่ได้ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว โดยลักษณะภูมิประเทศของประเทศมองโกเลีย อาจจะค่อนข้างที่อยากในการขนส่ง ซึ่งอันนี้จะเป็นอีกโจทย์หนึ่งของภาคการเกษตรที่เราจะต้องดูว่า เราจะมีช่องทางในการขนส่งอย่างไร ในสินค้าต่าง ๆ เพื่อให้ได้ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้
พิธีกร : เพราะว่าเขาเป็นแลนด์ล๊อคที่ไม่ติดทะเล เพราะฉะนั้นเรื่องของการส่งสินค้าค่อนข้างที่จะลำบาก เรือก็เข้ามาถึงไม่ได้ แต่ก็มีโอกาสเหมือนกันในแง่ของการพัฒนาการเกษตรร่วมกัน อาจจะต้องการเทคโนโลยี หรือความรู้ในเรื่องของพัฒนาเกษตรในประเทศด้วย
นายกรัฐมนตรี : จะมีหลายอย่างทั้งเรื่องของเทคโนโลยีเพื่อการลงทุนที่จะผลิตหรือขายในประเทศ ขณะเดียวกันก็นำเข้า การนำเข้าเท่าที่หารือกัน เราคงต้องไปพูดคุยกันว่าเราจะมีวิธีการส่งสินค้ามาอย่างไร แต่ที่น่าสนใจคือภาคการศึกษา ได้เชิญมหาวิทยาลัยมากับเราด้วย 3 มหาวิทยาลัย ก็พบว่าที่นี่มีจำนวนมหาวิทยาลัยมากทีเดียว แต่ขณะเดียวกันเขาก็มีความต้องการที่จะผลิตบุคลากรทางด้านของการท่องเที่ยว ทางด้านของโรงแรม เพราะเขาก็มีความประทับใจว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เรียกว่ามีการบริการที่สูง มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาก เขาก็อยากเรียนรู้และแลกเปลี่ยน เพราะเขาเองก็มีวัฒนธรรมมากก็จะเป็นโอกาสของทางด้านของมหาวิทยาลัย ในการที่แลกเปลี่ยนนักศึกษาหรือความรู้ข้อมูลทางด้านวิชาการต่อกัน และโยงไปถึงเรื่องของโรงพยาบาลที่อยากจะพัฒนาไม่ว่าจะเป็นทางด้านของวิชาการ และบริการทางด้านของโรงพยาบาล เพราะวันนี้ทางประเทศมองโกเลียก็ไปรักษาที่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นโอกาสอีกส่วนหนึ่งที่เราอาจจะไปช่วยดู ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนหรือการให้คำแนะนำทางด้านของอุตสาหกรรม ด้านสุขภาพ ของโรงพยาบาลได้
พิธีกร : กลับไปที่เรื่องของการศึกษา เห็นว่าอาจจะมีการพัฒนาในเรื่องของการทำปริญญา 2 ประเทศ เป็นดับเบิลดีกรีระหว่างกัน รวมถึงประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวก็อาจจะนำความรู้เรื่องของการท่องเที่ยวมาเผยแพร่ต่อว่าการบริหารการจัดการท่องเที่ยวเป็นอย่างไร เพราะถือว่าประเทศมองโกเลียอาจจะเพิ่งเริ่มสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เป็นโอกาสอันดีที่ทางด้านการศึกษาจะได้มีความร่วมมือระหว่างกัน
นายกรัฐมนตรี : จริง ๆ เรื่องของการท่องเที่ยวเชื่อมได้หลายอุตสาหกรรม เพราะว่าการท่องเที่ยว 1. เป็นการเชื่อมระหว่างประชาชนต่อประชาชน และเชื่อมโยงเรื่องของวัฒนธรรม เชื่อโยงทางด้านสุขภาพ ซึ่งเราก็เห็นโอกาสนี้ และเขาก็อยากจะเรียนรู้ ถือว่าเป็นเรามีความร่วมกันและเห็นพ้องว่าสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
พิธีกร : ในแง่ของการเปิดเส้นทางมีการคุยหรือไม่ว่าอยากจะเห็นการบินตรงกรุงเทพฯ-อูลานบาตอร์ เหล่านี้
นายกรัฐมนตรี : เขาขอมาก็คงจะต้องประสานกับทางสายการบิน ตรงนี้ต้องไปศึกษาดู ถ้ามีเส้นทางบินตรงได้ก็จะทำให้โอกาสการลงทุนเราง่ายขึ้น เพราะวันนี้เราก็ต้องบินผ่านที่ประเทศอื่นก่อนแล้วค่อยมาที่ประเทศมองโกเลีย และที่น่าสนใจคือเรื่องของพลังงานทดแทน ที่นี่เขาจะมีทางด้านของพลังงานทดแทน เมื่อวานนี้ได้มีการพูดคุยกันทางด้านของงานวิจัย ทางมหาวิทยาลัยของประเทศไทยเราทำเรื่องของกังหันลม ทั้งนี้เราก็อาจจะมาช่วยเขาในการร่วมมือเรื่องของการศึกษา ทางด้านของการทำงานพลังงานลมด้วย และพลังงานด้านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เรามองเห็น
พิธีกร : ส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศมองโกเลียกับอาเซียน ท่านนายกฯ เป็นโอกาสอย่างให้ประเทศมองโกเลียมองประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังอาเซียนด้วยหรือไม่
นายกรัฐมนตรี : จริง ๆ ประเทศมองโกเลียก็สนใจที่ได้มีการติดต่อหรือทำธุรกรรม หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ของอาเซียน ซึ่งเราเองเราก็สนับสนุน โดยที่ประเทศไทยก็อาจจะเป็นตัวกลางในการติดต่อประสานกับอาเซียนได้ และรวมถึงในส่วนของภูมิภาคอื่น ๆ สิ่งที่เราได้มีการคุยอีกเรื่องหนึ่งคือ เนื่องจากที่นี่บางครั้งอากาศค่อนข้างหนาว ลมแรง ที่นี่เขาจะมีแคชเมียร์ ซึ่งแคชเมียร์เขาจะส่งออกประมาณ 40% ทางประเทศไทยก็มีผ้าไหมไทย เราก็ได้พูดคุยกัน ทางนายกฯประเทศมองโกเลียได้ขอมาว่าน่าจะมีการร่วมมือระหว่างเรื่องของการผลิตทางด้านของผ้าแคชเมียร์กับผ้าไหมไทย หรืออาจจะเป็นผ้าอื่น ๆ ในผ้าไทยของเรานั้นให้มีความร่วมมือ อาจจะเป็นผ้าชนิดใหม่หรือเป็นสินค้าอื่น ในการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ดิฉันก็ได้มีโอกาสได้ไปชมโรงงานแคชเมียร์ เขาก็ทันสมัย เครื่องจักรของเขาก็มีการปรับปรุงไปมาก แทนที่จะทอแคชเมียร์ในลักษณะเป็นผืน ๆ ก็กลายเป็นว่าทอแล้วรวบขั้นตอนจนกลายเป็นผลิตของมาเป็นเสื้อ หนึ่งตัวสามารถใช้เวลาไม่เกิน 50 นาที เร็วกว่าขั้นตอนแรก เมื่อก่อนแยกเป็นเครื่องจักรแต่ละเครื่องคือผลิตเป็นผ้าแล้วค่อยเย็บ แต่อันนี้สำเร็จรูปแล้วก็รีดเลยก็ประมาณ 3 เท่าที่เสร็จเร็วขึ้น
พิธีกร : ขณะเดียวกันโอกาสเรื่องของข้าวไทย มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน เห็นว่ามีการนำข้าวของประเทศไทยมาให้ทางรัฐบาลของประเทศมองโกเลียด้วย
นายกรัฐมนตรี : จริง ๆ ประเทศมองโกเลียเคยซื้อข้าวไทยอยู่แล้ว เราก็มาขอบคุณและหวังว่าเขาจะสั่งซื้อข้าวไทยอีกเพิ่มเติม รวมถึงสินค้าเกษตรด้านอื่น ๆ เขาก็สนใจ เช่น มันฝรั่ง ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ด้วย เขาได้บอกความต้องการของเขามา
พิธีกร : ขณะเดียวกันก็มีการลงนาม ในแง่ของภาคเอกชนที่ร่วมมือกับทางประเทศมองโกเลียเป็นการขยายความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้ระหว่าง 2 ประเทศ เป็นการยกระดับการพัฒนาเรียกว่าบรรยากาศในการลงทุนระหว่างกัน
นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ เราเองก็อยากส่งเสริม และเห็นพ้องว่าเราควรส่งเสริมตั้งแต่เรื่องของความร่วมมือในการไปมาหาสู่กันตั้งแต่ระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล และระดับเอกชนต่อเอกชน อันนี้ถือว่าเป็นการเปิดจุดเชื่อมโยงที่จะทำงานร่วมกัน ดิฉันได้มีโอกาสเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีมองโกเลียไปเยือนประเทศไทยก็หวังว่าจะได้มีการติดตามความคืบหน้าหลังจากที่มาเยือน ในครั้งนี้ด้วย
พิธีกร : ที่สำคัญการที่ท่านนายกฯ มาเยือนครั้งนี้ได้มีโอกาสกล่าวสุนทรพจน์ ในงานที่ชื่อว่า Community of Democracies งานนี้มีความสำคัญอย่างไรด้านของประชาธิปไตยหรือไม่
นายกรัฐมนตรี : จริง ๆ แล้ว ประชาคมนี้ก็เป็นประชาคมที่ประเทศสมาชิกที่เป็นประชาธิปไตย หรือต้องการอยากจะผลักดันให้ประเทศของตนเองนั้นก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ก็เข้ามาเป็นสมาชิก ซึ่งดิฉันเองก็ได้รับการเชิญจากท่านประธานาธิบดี ในฐานะที่เป็นประธานในการจัดงานครั้งนี้ ให้มาพูด ซึ่งเราเองก็เห็นว่าเวทีที่สำคัญ เพราะเป็นเวทีที่ทั้งสนับสนุนในการช่วยเหลือ และให้คำแนะนำ เรียกว่าแชร์ประสบการต่าง ๆ แต่ละภูมิภาคนั้นว่าทำอย่างไรในการพัฒนาประเทศของตนเอง เข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งในความหมายของเขาคือว่าการทำอย่างไรให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเสรีภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่เขามอง และหลาย ๆ ประเทศให้ความร่วมมือ ถือว่าประเทศไทยก็อยากเห็นการมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็งในประเทศ ดิฉันก็ได้มีโอกาสกล่าวสุนทรพจน์ในครั้งนี้
พิธีกร : ในประเด็นที่ท่านนายกฯ กล่าวได้พูดถึงพัฒนาการของประชาธิปไตยในประเทศไทย และได้กล่าวถึงว่าประชาธิปไตย อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะประชาชนทุกที่ทั่วโลกต่างต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
นายกรัฐมนตรี : ดิฉันบอกว่า 1. ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องใหม่ และบางครั้งการที่เราเองบอกว่ารูปแบบการทำงานเป็นประชาธิปไตย แต่จริง ๆ แล้วต้องดูตั้งแต่ผลสุดท้ายของการทำงาน เรียกว่าเริ่มตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการมีประชาธิปไตย และพัฒนาการต่าง ๆ นั้นต้องให้แน่ใจว่าขบวนการต่าง ๆ เป็นไปตามหลักนิติธรรม และประชาชนมีความเข้าใจอย่างเพียงพอ ซึ่งประชาชนได้ใช้สิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่ นั่นคือผลของประชาธิปไตยที่เจริญงอกงาม ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ และการให้ความรู้ความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ในทุก ๆ องค์กร หน่วยงานที่จะช่วยกันสนับสนุน เพราะบางครั้งเราบอกว่ามีประชาธิปไตยที่แข็งแรง แต่ถ้ามีการใช้ในทางที่ผิดก็จะเกิดปัญหาอีกเช่นกัน ในฐานะของประเทศ จากที่เราได้มีการเลือกตั้ง คือประชาธิปไตยของเรากลับคืนมาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องให้แน่ใจว่าขบวนการต่าง ๆ นั้นเป็นไปตามหลักกฎหมาย ตามหลักนิติธรรม และที่สำคัญมีการสร้างความสมดุลในแต่ละองค์กร เพื่อให้ประชาชนนั้นได้สิทธิเสรีภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และเสมอภาคเท่าเทียมกัน
พิธีกร : มีการเล่าในฟังถึงพัฒนาการประชาธิปไตยของประเทศไทย ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาด้วยใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และจุดยืนของท่านที่ได้กล่าวไว้ก่อนที่จะรับตำแหน่งด้วยว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรนูญให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์มากขึ้นด้วย
นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ เราเองถือว่าเป็นหน้าที่และภารกิจของทุกฝ่ายร่วมกันที่จะทำให้ประชาธิปไตยของประเทศของเรานั้นได้แข็งแรง และที่สำคัญก็จะทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุขและไม่อยากเห็นความเจ็บปวดแบบนี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยอีกแล้ว
พิธีกร : ท่านนายกฯ ได้ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในปี 2553 ในครั้งนั้นที่มีผู้เสียชีวิต เพราะการเรียกร้องประชาธิปไตยนั้นเป็นบทเรียนสำคัญอย่างไรบ้าง
นายกรัฐมนตรี : เรียกว่าเป็นบทเรียนที่เรียกว่าการที่จะได้มาซึ่งประธิปไตยนั้น เราไม่อยากให้พี่น้องประชาชนเสียเลือดเนื้อ ในเรื่องของความทุกข์ ถือว่าตรงนี้ให้เป็นบทเรียนและเป็นอุทราหรณ์ที่เราจะได้ร่วมกัน และช่วยให้ประเทศเรานั้นมีประชาธิปไตยอย่างแข็งแรง คือการที่จะทำอย่างไรให้กลไกทุกกลไกทำงานอย่างเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้หมายความว่าเรามาจากการเลือกตั้ง พอเลือกตั้งแล้วจบเป็นประชาธิปไตย แต่จริง ๆ แล้ว ดิฉันเรียนว่ามีขั้นตอนอีกมากกว่านั้นที่จะทำให้แข็งแรงในทุก ๆ มิติ ทุก ๆ องค์กร ทุก ๆ ขั้นตอน ซึ่งจะเห็นว่าหลาย ๆ ประเทศที่เขามีความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ เขามีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แน่นอนประเทศไทยก็ควรจะมีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง และให้ทันกับทิศทางของโลกด้วย
พิธีกร : ท่านนายกฯ ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายว่าอยากจะให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อนเป็นเหตุการณ์ครั้งสุดท้าย ที่เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยของคนไทยที่มีการเสียเลือด เสียเนื้อ ใช่หรือไม่
นายกรัฐมนตรี : การที่ต้องดูแลเยียวยารักษาจิตใจของผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตยนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ และทำอย่างไรให้พวกเราทุกคนนั้นสามารถที่จะเดินหน้า และก้าวไปอยู่ในสังคมร่วมกัน และเห็นสันติภาพ ความปรองดองของประเทศ และการก้าวไปข้างหน้าของประเทศเป็นเรื่องสำคัญและเรื่องใหญ่
พิธีกร : วันนี้ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีมากครับ ช่วงนี้เราพักกันสักครู่ก่อนครับ
ช่วงที่ 2
พิธีกร : กลับสู่รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ท่านผู้ชมสามารถจะร่วมแสดงความคิดเห็นผ่าน SMS มาได้ที่หมายเลข 4221100 ครั้งละ 3 บาท หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปลายปี 2554 รัฐบาลมีความพยายามเต็มที่ ในการที่จะหาทางในการป้องกันปัญหาน้ำ ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ความคืบหน้าของการจัดการน้ำต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง วันนี้มี 3 ท่าน มาให้คำตอบกับเรา ท่านแรก อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านที่ 2 คุณอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และคุณสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักนโยบายบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย สวัสดีทั้ง 3 ท่านครับ
พิธีกร : เรียนถามท่านเลขา (สบอช.) ก่อนนะครับว่าหลังจากเกิดน้ำท่วมในปี 2554 เป็นต้มมา ทางภาครัฐได้มีการเตรียมการและดำเนินการที่จะป้องกันปัญหาน้ำอย่างไร
นายสุพจน์ฯ : ผมสรุปเป็น 3 ขั้นตอนนะครับ เราทำในนามของรูปแบบ Single Command ในลักษณะของคณะกรรมการหลังจากน้ำท่วมในปี 2554 ก็มีการตั้ง (กยอ.) ซึ่งชื่อเต็มคือกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู คือสร้างอนาคตประเทศ เพื่อที่จะกำหนดนโยบายต่าง ๆ ขึ้นมา หรือยุทธศาสตร์หรือเรื่องอะไรขึ้นมา ซึ่งในนั้นมียุทธศาสตร์หนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เรื่องของเครือข่ายของภัยแล้งเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของ (กยอ.) เสริมสร้างอนาคตของประเทศครับ ถัดจากนั้นคณะกรรมการ (กยน.) หรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำก็นำยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่ (กยอ.) กำหนดขึ้นมาจัดทำแผนแม่บทในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งของประเทศไทยกินลักษณะของน้ำท่วมปี 2554 และในปี 2485 ซึ่งจะอยู่ในช่วง 100 ปี ที่เรียกกันว่าค่าวิบัติปี 1 ใน 100 ปี สามารถเกิดหนัก ๆ แบบนี้ได้ ในประเทศไทยก็มีในปี 2554 กับปี 2485 เราก็เอาตัวนี้มาเป็นตัวกำหนดที่ว่า ถ้าจะเกิดการออกแบบโครงการต่าง ๆ จะต้องไม่ให้น้ำท่วมในลักษณะของ 2554 หรือในปี 2485 อีก สุดท้ายก็เพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้จากแผนแม่บทดังกล่าว ซึ่งแผนแม่บทที่ กยน. ได้กำหนดขึ้นมาเป็นเพียงกรอบแนวคิดที่รัฐบาลควรจะทำอย่างไรบ้าง ทำในส่วนของมาตรการอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคม เรื่องของวิศวกรรม เรื่องของประชาชนอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดก็คณะ กบอ.เรียกว่าคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ซึ่งมีท่านรองนายกฯ ปลอดประสพฯ เป็นประธาน ตอนนี้ก็รับแผนแม่บทมาจัดทำแผนปฏิบัติการ ทำอยู่ 2 ส่วน ด้วยกันส่วนที่ 1 เป็นระยะเร่งด่วนเพื่อเตรียมรับมืออุทกภัยปี 2555 ซึ่งผ่านมาแล้วตรงนั้นก็ทำในเรื่องของการขุดคลอง หนอง บึง ทำเรื่องคันปิดล้อมพื้นที่ขนาดใหญ่ พื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เราได้รับปากให้คำมั่นเอาไว้ทั้งหมดดำเนินการไปกว่า 3 หมื่นล้านในช่วงนั้นก็สามารถที่จะบริหารจัดการผ่านพ้นมาได้ด้วยดีนั้นคือระยะเร่งด่วน ส่วนระยะยั่งยืนก็จะดำเนินการโดยการใช้การกู้เงิน มีแผนการการเตรียมการด้านการเงินก็คือแผนแม่บทต่าง ๆ ทั้งหมดมาทำว่าระยะยั่งยืนควรจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งสรุปได้ว่าสามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยของลุ่มเจ้าพระยาและลุ่มอื่น ๆ ใช้เวลาทั้งหมด 5 ปี วงเงินประมาณ 350,000 ล้านบาท ใน 350,000 ล้านบาท เรามีอยู่ 1 หมื่นล้านที่เป็นอนาคตประเทศ ตัดออกไปเป็นของเรื่องน้ำจริง ๆ 340,000 ล้านบาท และหลังจากที่ได้ใช้ไปแล้วประมาณกว่า 3 หมื่นล้าน และมีการปรับอีกครั้งหนึ่งเงินทั้งหมดที่ใช้คือ 301,000 ล้านบาท ณ ปัจจุบันนี้ตรงนี้ใช้ในระยะเวลา 5 ปี ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ใน 350,000 ล้านบาท จะเอามาทำอย่างไรในเชิงปฏิบัติก็ทำอยู่ 2 ระดับด้วยกัน ระดับแรกคือ เชิญชวนผู้สนใจที่มีความรู้ทั้งในและต่างประเทศมารับเอกสารข้อเสนอกรอบแนวคิดที่เรียกว่า Conception Plans ใช้เวลา 3 เดือนในการดูว่าประเทศไทยกำหนดขึ้นมาอย่างเช่น ในแผนแม่บท เรากำหนดขึ้นมาว่าจัดการแก้ไขในเรื่องเขื่อน เรื่องแก้มลิง เรื่องพื้นที่ปิดล้อม เรื่อง Flood Way เรื่องคลังข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ถ้าแต่ละชาติหรือแต่ละผู้เชี่ยวชาญมาดู อาจจะมาวิเคราะห์ได้ว่าบางสิ่งบางอย่างควรทำเพิ่มหรือลดลงทุกคนก็ไปคิดมา แล้วนำมาเสนอก็เป็นกรอบแนวคิด เรียกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของแต่ละกลุ่มแต่ละประเทศนั้น ถัดจากนั้นซึ่งกระบวนการนั้นผ่านมาแล้วประมาณ 6 เดือน ถัดจากนั้นก็ Best Practice ทั้งหมดที่มีมาร่วมกับแผนแม่บทแล้วมานั่งทำ TOR ล่าสุดขึ้นมาเรียกว่า การออกแบบขึ้นมาชัด ๆ เลย แม้ว่าแต่ละเรื่องอย่างเช่นเรื่องเขื่อนจะต้องสร้างเขื่อนที่ไหนบ้าง แต่ยังไม่รู้ความสูง ไม่รู้ความจุเท่าไหร่แต่รู้ว่าจะสร้างบริเวณนี้เท่าไหร่อย่างไร กี่ตัวกำหนดขึ้นมาได้จากข้อมูลกำหนด Best Practice ที่เราได้กลายเป้น Best Solution ก็คือการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด เรียกออกมาแล้วชี้เป้าได้เลย แต่ยังไม่ถึง หรือยังไม่สามารถเสริมเหล็กได้ เพราะโครงการนี้เป็นลักษณะ Designned เพราะฉะนั้นที่รับเอกสารวันนี้ก็คือทุกบริษัทจะเอามายื่นข้อเสนอว่าทำ 16 ตัว ทำตรงไหนอย่างไร Flood Way จะเริ่มจากตรงไหน แนวทางเป็นอย่างไร ตรงนี้จะออกมาชัดเจนและมีราคาเรียบร้อยแล้ว ราคาที่เสนอจะต้องเป็น Guaranteed Maximum Price ก็คือราคาสูงสุดที่รัฐบาลกำหนดไว้อย่างเช่นเขื่อนทั้งหมดต้อง 5 หมื่นล้านบาท จะต้องเสนอไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ทุกสิ่งทุกอย่างค่าศึกษา ค่าออกแบบก่อสร้าง EIA รับฟังความเห็นประชาชนเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินต่าง ๆ จะอยู่ในนั้นทั้งหมด สถานะปัจจุบัน สถานะปัจจุบันก็อยู่ในขั้นตอนนี่ก็เรียนให้ทราบในเบื้องต้น
พิธีกร : ท่านอัชพรฯ ครับเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมามีกลุ่มบุคคลไปร้องต่อศาลปกครองให้มีการคุ้มครองฉุกเฉินและเรื่องของการจัดการน้ำ ตรงนี้ทางกฤษฎีกาได้มีการดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องของการจัดการน้ำขั้นตอนต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ถูกต้องตามกระบวนการหรือไม่
นายอัชพรฯ : ความจริงรัฐบาลทราบดีว่าจะต้องทำอะไรอยู่แล้ว จะต้องทำตามรัฐธรรมนูญหรือตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องบ้าง แต่ว่าตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องอยู่ในขั้นตอนไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็เลยจะเล่าต่อจากท่านสุพจน์ฯ ว่าสิ่งที่เดินหน้ามาตั้งแต่ต้นมาจนถึงวันนี้ คืออะไร เริ่มต้นจากน้ำเริ่มซาลง รัฐบาลเริ่มมาตั้งทิศว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้น้ำท่วมปีถัดไปหรือปีอื่น ๆ ตลอดไปทีนี้จะเริ่มต้นอย่างไรก็ไปเชิญผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์สูง ๆ มาเป็นคณะกรรมการ (กยน.) มาช่วยคิดให้รัฐบาลที่ว่ารัฐบาลควรจะเริ่มอย่างไรตรงนี้มาถือแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำที่มีการพูดหรือมีการฟ้อง ซึ่งตรงนี้อาจยังเกิดการเข้าใจผิดกันอยู่ถึงแม้จะเรียกว่าแผนแต่จริง ๆ แล้วคือข้อเสนอของคณะกรรมการกลุ่มนั้นต่อรัฐบาลว่าควรจะเริ่มต้นทำงานอย่างไรในสิ่งที่กำหนด จะกำหนดเฉพาะในหัวข้อว่าทำอย่างไรบ้าง หน่วยงานไหนที่ควรรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการ โดยไม่มีรายละเอียดว่าพื้นที่จะทำอะไรอย่างไรโครงการจะทำอย่างไรไม่มีในแผนนั้น ๆ
พิธีกร : เราต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน คือยังไม่สามารถทำได้เพราะยังไม่มีโครงการอย่างที่ท่านได้บอกไปก่อนหน้านี้
นายอัชพรฯ : ถูกต้องครับ ถือว่าเป็นเพียงแนวทางภายในของภาครัฐว่าควรจะทำงานกันอย่างไรต่อไป พอหลังจากนั้นแล้วรัฐบาลก็มาตั้ง (กบอ.) เกิดขึ้นเพื่อให้ (กบอ.) เป็นตัวทำงานบริหารจัดการน้ำทั้งหมดในระยะแรก (กบอ.) ก็ให้ทุกหน่วยงานเสนอโครงการเข้ามาก็ปรากฎว่าทุกหน่วยงานเสนองานเข้ามาซ้ำซ้อนกันบ้าง เสนอเงินรวมทั้งหมดแล้วเกิน 3 แสนล้านบาทอีก แล้วไม่มีคำตอบให้ ถ้าทำตามที่หน่วยงานเสนอมาแล้วจะมีความสำเสร็จหรือไม่ น้ำ มันจะลงทะเลหรือไม่ ไม่รู้เพราะโครงการแยกแยะเป็น 1,000 โครงการ (กบอ.) ต้องคิดใหม่รื้อใหม่หมดบอกว่าเห็นทีต้องระดมความคิดเห็นทั้งคนไทยและคนต่างประเทศมาช่วยกันวาง ว่าวิธีการเอาน้ำออกไป น้ำที่เหลือที่ต้องท่วมจะทำอย่างไร ก็ได้แสดงความคิดเห็นเข้ามา มาถึงขั้นตอนใน Conceptual ก็ความที่จะเสนอก็แจกจ่ายเอกสารไปเป็น 1,000 สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่รับรู้กันหมดแล้วว่ากำลังจะเดินหน้า Conceptual ก็เท่ากับว่ายังไม่มีการทำอะไรเลยเสนอความคิดมาแล้ว มาต่อขั้นตอนของ TOR หลังสุดเป็นความคิดที่น่าจะดีที่สุด ที่น่าจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่น่าจะพอมีราคาที่รับได้อยู่กลุ่มไหนมาถึงขั้นตอนที่ ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ กำลังทำตามแล้วทุกกระบวนการเป็นเพียงแค่แนวความคิดยังไม่รู้เลยว่าตอนนี่จะทำอะไรที่ไหน ต่อเนื่องหรือแน่นอนแล้วจึงจะไปนั่ง ถามคนที่เขาได้รับผลกระทบซึ่งจะออกมาจากข้อเสนอต่าง ๆ จะรู้ว่าอ่างเก็บน้ำจะทำในตำบลไหน ท่วมไปที่หมู่บ้านไหนบ้าง ตรงนี้ต้องไปถามเขาได้
พิธีกร : ซึ่งพอศาลมีคำสั่งไม่คุ้มครองเมื่อวันพฤหัสบดี เมื่อวันศุกร์ ตรงนี้เริ่มต้นจะมีการรับซองแต่ว่าศาลมีการรับฟ้องเอาไว้ มีคนถามว่าการรับฟ้องของศาลหมายความว่าอย่างไร
ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ : คือในกระบวนการพิจารณาในคดีปกครองพอยื่นฟ้องเข้ามาแล้วจะมีการขอคุ้มครอง
ชั่วคราวมาด้วย ลำดับแรกศาลจะดูเรื่องการคุ้มครองชั่วคราวก่อน เนื้อหายังไม่ตรวจสอบหรือไต่สวน ศาลจะดูว่าความจำเป็นหรือจะคุ้มครองอย่างไรหรือไม่ ก็เมื่อวานที่มีการให้ชี้แจงทั้งสองฝ่าย ศาลบอกว่ายังไม่จำเป็นที่จะคุ้มครองส่วนการฟ้องเก็บไว้ดูทีหลังอีกที
พิธีกร : เป็นปกติที่ศาลจะแยก 2 ขั้นตอนออกจากกันหรือไม่
ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ : คือเรื่องการไต่สวนเพื่อจะดูความฉุกเฉินเร่งด่วนของคนคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาและมีคำสั่งไม่คุ้มครอง แต่กระบวนการที่เป็นคดีพื้นฐานคดีก็ต้องรับฟ้องไว้ก่อน เพราะยังไม่ได้ว่ากันเลยทั้งผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี ทางราชการยังไม่ได้พูดกันเลยในส่วนนั้น พูดแค่ว่าฉุกเฉินไม่ฉุกเฉินเป็นสาระสำคัญก็ต้องอธิบายกันต่อไปในภายหน้า แต่ว่าพอหลังจากนั้นมาในวันศุกร์ก็เลย มีเอกชนสามารถมายื่นซองได้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็พบว่ามาตั้งแต่เช้า ผมมาทำงานก็ไปดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องอย่างที่ ท่านสุพจน์ฯ ท่านอัชกรฯ บอกว่าความคิดในเรื่องนี้เป็นภาพใหญ่มากเป็นเบื้องต้นสุดท้ายก็ไปรวมเป็น Concept ตอนหลังเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่สุดท้าย แต่สุดท้ายแล้ว ต้องแล้วแต่กำลังเดินไปสู่ขั้นตอนที่จะมีความชัดมากขึ้น โดยที่บริษัทหรือกลุ่มบริษัทไม่ว่า งานมันโตกว่าบริษัทใดบริษัทหนึ่งจะทำได้โดยลำพังโดยมากเขาก็จะรวมเข้ามาเป็นกิจการร่วมค้า เขาก็จะร่วมมาแล้วก็เอาการบ้านที่เราบอกไปตั้งแต่เดือนมีนาคม เมื่อกลางเดือนวันที่ 19 เขาไปทำการบ้านประมาณเดือนครึ่ง แต่นี่ไม่ใช่เดือนครึ่งทุกบริษัทหรือกลุ่มบริษัท 5-6 กลุ่มทำมาก่อนตั้งแต่ปลายปีเขามีข้อมูล มีวิศวกรทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ทำการบ้านเรื่องนี้มานานแล้ว พอเขารับการบ้านข้อสุดท้ายเมื่อวันที่ 19 มีนาคม เขาไปทำการบ้านไปลงรายละเอียดลึกขึ้นในช่วงเวลา 45 วัน วันศุกร์ที่ผ่านมา มาส่งการบ้านกันรถ 6 ล้อ เอกสารมาก 6 ล้อ เป็น 10 คัน มีมากแต่ไม่มากจนเป็นที่น่าตกใจจนจะเป็นลมไป เพราะมีเหตุว่าที่มันมากคือเราขอต้นฉบับบวกสำเนา 25 ได้ต้นฉบับมาเราช่วยกันอ่านไป 50 คน คนที่อ่านเป็นนักวิชาการ ผู้แทนฯ ทบวง กรม ส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง น้ำทั้งหลาย สิ่งแวดล้อมทั้งหลาย เศรษฐศาสตร์ สภาพัฒน์ กฤษฎีกา ดูความถูกต้องทางกฎหมายชุดหนึ่งคงมากพอสมควร แต่หากเรามาสำเนาเองจะเสียเวลา เพราะฉะนั้นเราขอให้เขาช่วยทำ สายลับรายงานว่าค่าเอกสารก็เป็นล้านแล้ว เพราะฉะนั้นได้มามันถึงมากแล้วจะมาแบ่งกันอ่าน ขั้นตอนจากนี้ไปคือการอ่าน มารับไว้ที่โรงยิม โรงตีแบตเก่าของทำเนียบแล้วก็เก็บไว้แต่ละวันไม่ให้เอากลับบ้าน ของสำคัญใครไปเติมไปฉีดไปแผ่นเดียวทะเลาะกัน เวลาอ่าน อ่านในห้องจะมีเจ้าหน้าที่ไปเบิกมากี่กล่องเอกสารจำนวนเท่านั้น เท่านี้ๆ ของบรษัทนั้นเอาไปที่ห้องอ่านคนอ่านก็อ่านมีกล้องวงจรปิดอยู่ว่าใครอ่านบ้างที่ขอมา 24-25 ชุด เพราะว่า 50 คน ไม่ต้องแย่งกันได้อ่านขนานกันไปช่วยกัน
พิธีกร : มีเงื่อนเวลาหรือไม่
ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ : ความคาดหวังอ่านถึง 3 ปี คงไม่ใช่น้ำท่วมรอบหน้ามาแล้วแน่ มันก็ต้องตกลงประมาณใช้คำว่าประมาณเราทำตาราง เราคิดว่าไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์ ถ้าสมมุติไปถึงเดือนสุดท้ายของเดือนพฤษภาคม เพราะฉะนั้นก็จะมีข้อรายงานอนุกรรมการที่ไปอ่านทางเทคนิคมา ก็จะมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ สำหรับการให้คะแนนของกรรมการของชุดที่ผมได้ทำหน้าที่เป็นประธานร่วมกับผู้แทนฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว เราคิดว่าช่วงสัปดาห์ท้ายของเดือนพฤษภาคมก็จะเป็นเรื่องของการที่รับรายงานทางเทคนิคมาแล้ว คะแนนเทคนิคโดยเงื่อนไขที่เป็นหลักเกณฑ์ เราตกลงและจ่ายตั้งแต่ต้นแล้วว่าคนที่ได้คะแนนเทคนิคเกินกว่าร้อยละ 80 จึงถือว่าผ่าน สมมุติ ก. มีคนเข้ามาแข่ง 3 บริษัท ด้วยกันมีคะแนนเบื้องต้นคนหนึ่งไม่ถึงร้อยละ 80 ถือว่าสอบตก เหลือ 2 คน หรือสอบผ่านทั้ง 3 คนก็ได้ในกรณีเช่นว่า ตามกติกาเราต้องถือว่าเราอยากจะได้งานที่ดีที่สุดก่อน งานที่ดีที่สุดเป็นหลักสำคัญไม่ใช่ถูกที่สุดแต่ดีที่สุดก่อน เรื่องราคาเหมาะสมเป็นธรรมเป็นเรื่องจำเป็น เป็นประโยชน์ของประเทศเหมือนกัน ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เรื่องราคาเหมาะสมเป็นเรื่องจำเป็น ผลประโยชน์ของประเทศเหมือนกัน เราก็ไปเอาคนที่ได้คะแนนสูงที่สุด ที่เกิน 80 ซึ่งสมมุติมีรายที่ได้ 93 ผมก็จะเชิญ รายที่ 93 มาดูก่อน ซองราคาที่เสนอมาตั้งแต่เมื่อวันศุกร์นี้เหมือนกัน ไม่เคยได้เปิด เก็บใส่ตู้ล็อคไว้ ถึงเวลาที่เขาได้ 93 ผมก็จะเชิญมา คราวนี้จะเปิดออกมา ซึ่งอธิบายว่าในนั้นเขาคิดราคาหรือเปล่าไม่ใช่บอกแค่ตัวเลขตัวเดียว บรรทัดเดียว กระดาษแผ่นเดียว แต่อธิบายวิธีคิดว่า ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เพื่อจะได้ต่อรองราคาได้ วันนี้ถูกแล้วครับ ทำไมสงสัยว่าผมไม่บอกราคากลางว่าจะใช้เงิน 300,00 ล้านบาท ไปทำอะไรบ้าง เพราะผมไม่รู้ ผมใช้เขาเป็นผู้เสนอ แต่พอถึงเวลาที่ทำถนน วัสดุแบบนี้ด้วยคอนกรีต ผมไม่รู้ผมพูดกับชาวบ้านแบบนี้ ลาดคอนกรีตยาว 5 กิโลเมตร ผมมีราคากลางในเวลานั้นผมสามารถบอกได้ แต่เวลานั้นผมยังไม่รู้เลยว่ายาวกี่กิโลเมตร แล้ววัสดุคืออะไร วันนี้อยากบอกว่าไม่มีราคากลางโดยสิ้นเชิง ผมจะอาศัยราคากลางมาตรฐานราชการ สมมุติว่าเจรจา ผมก็จะต่อเป็นธรรมดา และก็เจรจากัน งานบางอย่างรู้สึกว่าในที่เสนอมาไม่ได้เต็มร้อย บางอย่างเกินไปหน่อย หรือไม่ต้องทำก็ได้อาจจะลดขนาดไปหน่อยซึ่งอาจจะเจรจาถึงเพียงนั้นก็ได้ ไม่ใช่เจรจาเฉพาะเรื่องราคาอย่างเดียว เจรจาเนื้องานยังได้ด้วย เพราะฉะนั้นก็จะมีกระบวนการอีกยาวพอสมควร สมมุติรายชื่อตกลงกันได้ก็จบ สมมุติรายที่ 1 ราคาสูง คะแนนที่ 93 ไม่ได้ ตกลงไม่เป็นที่ยุติไม่พอใจซึ่งกันและกันก็คือว่าจบกัน ผมก็จะเปิดซองรายที่ 2 ซึ่งได้คะแนน 90 ผมก็จะทำวิธีการเช่นเดียวกันนี้ และต่อรองเหมือนกัน
พิธีกร : แต่ถ้าเกิดเราไม่เอารายที่ 1 แล้วมาเอารายที่ 2 เขาจะมีสิทธิ์ฟ้องร้องไหมครับ
ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ : เรามีข้อเขียนไว้แล้วว่าถ้าต่อรองไม่สำเร็จเราก็จะเอาซองต่อไป ทั้งหมดนี้อยู่ในข้อกำหนดที่เขารับ ซึ่งเป็นกติกาที่ทุกคนได้รับตามเงื่อนไข เพราะฉะนั้นของพวกนี้วัดใจเหมือนกัน เพราะว่าผมมีรายที่สองคุณก็รู้ว่าผมประกาศคะแนนไปแล้ว คุณก็รู้ว่าคุณไม่ลบนะ ผมมีอีกคู่เจรจาหนึ่งพร้อมที่จะทำงานในการเจรจาต่อไป สมมุติว่าหนึ่งหรือสองหรือสามก็แล้วแต่ เจรจาเสร็จเรียบร้อย ซึ่งเราหวังว่าการเจรจาจะอยู่ประมาณปลายเดือนพฤษภาคม อย่างช้าก็จะล้ำไปถึงต้นมิถุนายนสมมุติว่าอย่างนี้ ถามว่าเสร็จเรียบร้อยพร้อมเซ็นสัญญาเลยหรือเปล่า เปล่าไม่ใช่ก็อาจจะต้องรายงานไปยัง กบอ. ไป ครม. และเข้าสู่กระบวนการทำสัญญา ร่างสัญญา ซึ่งเวลานี้สัญญาอาจจะร่างแบบมาตรฐานไว้จำนวนหนึ่ง แบบที่เป็นข้อมูลทั่วไป ค่าปรับต้องคิดอย่างนั้น ค่าวางมัดจำต้องวางอย่างนี้ เพราะเรายังเขียนไม่ถูก เราจะต้องเขียนเอาสิ่งที่อยู่ในข้อเสนอรายละเอียดที่ตกลงกันได้แล้ว นำสิ่งที่ตกลงกันได้แล้วมาแปลงเป็นเอกสารในสัญญา ซึ่งมีกระบวนการ การทำงาน เมื่อวันพฤหัสบดี ผมมีหน้าที่ได้ไปกราบเรียนต่อท่านตุลาการ ถามว่าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาต้องเซ็นสัญญาเลยใช่ไหม การประมูลทั่วไปสามัญสำนึกบอก “เอ้า มาเสนอเปิดซองดูใครราคาต่ำสุดได้” ซึ่งเป็นวิธีการปกติ แต่เรื่องนี้เป็นวิธีการที่มีเนื้อหาสาระที่ซับซ้อนเป็นเทคนิคทางวิชาการอยู่มาก ผมจึงกราบเรียนท่านตุลาการเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ยังไม่มีการเซ็นสัญญาแน่นอน เพราะอย่างต่ำสองเดือน แค่ต่อรองการเจรจาก็เดือนนึงแล้ว และเข้าสู่กระบวนการรายงาน ครม. กรรรมการที่เกี่ยวข้องไปยกร่างสัญญา ไม่มีทางเร็วกว่าสองเดือน ในระหว่างนี้ ก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น คงเป็นอย่างที่ท่านเลขาฯกฤษฎีกาได้เรียนไปเมื่อสักครู่นี้ ก็จะมีกระบวนการที่รับฟังความคิดเห็นในจังหวะเวลาที่เหมาะสม เมื่อมีความชัดเจนและมีภารกิจที่เล่าสู่กันฟังได้ พี่น้องประชาชนว่ามาก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญาอะไรอยู่ดีครับ ต้องได้เจรจากันอีกหลายรอบ
พิธีกร : ถ้าสมมุติว่าเลื่อนเวลา พอเลื่อนมาเสร็จ และทราบว่าใครได้แล้ว จากนั้นต่อไปทำอย่างไรต่อครับ รายงาน ครม.ว่าอย่างไรบ้างครับ
นายอัชพรฯ : รายงาน (กบอ.) ให้เรียบร้อยก่อน เสร็จแล้วก็รายงาน ครม. เพื่อประกาศผู้ชนะของแต่ละโมดูล(แผนงาน) อย่างเช่นใครเป็นผู้ชนะที่ 1 เขาก็ต่อรองราคาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฟลัดเวย์(ช่องทางน้ำ) ใครเป็นผู้ชนะหลังจากนั้นไปก็มีคณะกรรมการ ชุดคณะกรรมการกำกับ และก็มีอนุกรรมการย่อยที่จะมาพิจารณาร่างสัญญา ซึ่งตั้งไว้เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ขณะนั้นเราประกาศผู้ชนะยกตัวอย่างฟลัดเวย์ เมื่อประกาศผู้ชนะแล้วเราจะรู้เส้นทางชัดเจนแล้วว่าออกจากจุดไหน วิ่งผ่านตรงจุดไหนบ้าง แล้วก็ลงทะเลที่จุดไหน ฉะนั้นผลกระทบที่เกิดกับประชาชนก็จะรู้เลยว่าจะอยู่ที่ตำบล อำเภออะไรยังไง ช่วงนี้ก็สามารถรับฟังความคิดเห็นของประชาชนได้ ซึ่งเป็นข้อที่ระบุใน TOR เลยว่าจะต้องทำไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สุขภาพ เรื่อง EIA (ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม) และเรื่อง EHIA (เรื่องผลกระทบด้านสุขภาพ) ทุกอย่างต้องทำทั้งหมด อยู่ที่เวลาว่าเหมาะสมตรงไหน แต่ถ้าเราทำวันนี้ ก็อย่างที่ท่านปลัดฯเรียนครับ ยังไม่รู้เหมือนกัน ส่วนสูงเท่าไหร่ก็ยังไม่แน่ใจว่าสุดท้ายจะออกอย่างไร ซึ่งต้องดูให้ชัดเจน ช่วงนี้ก็สามารถดำเนินการครับ
พิธีกร : ซึ่งกระบวนการจากการทำ EIA , EHIA ต่างๆเสร็จแล้ว จากนั้นเราจะเริ่มถึงการก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ครับ
นายอัชพรฯ : ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เรื่องของการดำเนินการแบ่งเป็น 5 ส่วน 5 ระดับด้วยกัน ระดับที่1 เป็นระดับที่มีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว บางโครงการอย่างเช่นเขื่อนที่เรากำหนดไปเมื่อสักครู่นี้ว่า 16 ตัว อาจจะมีอยู่ 6 ตัวที่มีทั้งการศึกษาความเหมาะสมเสร็จเรียบแล้ว ศึกษา EIA แล้ว ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทำความคิดเห็นประชาชนแล้ว และยังมีแบบรายละเอียดด้วย ครบทั้ง 4 ด้านเลย ก็สามารถที่จะเริ่มดำเนินการได้ทันทีหลังจากเซ็นสัญญา ซึ่งใน TOR กำหนดไว้ว่าถ้าทำมานานเรื่องการศึกษาความเหมาะสมก็ให้ไปทบทวน EIA ก็ทบทวนนิดนึงได้ ถ้าทำปีที่แล้วยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเหมือนเดิม ก็ดำเนินการได้เลย แต่ในส่วนที่ 2 ระดับที่ 2 ก็คือทุกอย่างมีหมดแต่แบบยังไม่มี EIA ก็มีแล้ว รับฟังความคิดเห็นแล้ว แบบรายละเอียดยังไม่มีก่อตั้งไม่ได้ ก็ต้องรีบไปเอารายละเอียดซึ่งก็อาจจะต้องใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี แล้วแต่เรื่องของประเภทของงานหลังจากเซ็นสัญญา เพราะฉะนั้นก็จะมีการตรวจแบบ ที่เขาเรียกว่า “Design Build” (การออกแบบสร้าง) ดีไซน์ไป ออกแบบไปแล้วก็สร้างไป แต่ระดับที่ 3 ก็คือมีแค่การศึกษาความเหมาะสม กับรับฟังความคิดเห็นแต่ยังไม่ได้มี EIA ก็ต้องไปทำ EIA ทำนองนี้จนถึงระดับสุดท้ายคือไม่มีอะไรเลย แต่ยังเป็นแผนอยู่อย่างเช่น ฟลัดเวย์ฝั่งตะวันตก ถ้าฝั่งตะวันออกได้มีการศึกษาแล้ว ศึกษาความเหมาะสมต่างๆแล้ว แต่ฝั่งตะวันตกถึงจะมีแนวคิดมีอะไรทุกอย่างหมด แต่ยังไม่ได้ทำ EIA ต้องทำหรือเปล่า ส่วนนี้ก็ต้องทำตามกฎหมายทั้งหมด ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชนตรง HEIA หรือเปล่า ตามรัฐธรรมนูญทั้งหมดต้องทำทั้งหมด ซึ่งพวกนี้ต้องใช้กระบวนการ นี่เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องทำฟลัดเวย์สองฝั่ง ฝั่งตะวันออกสามารถเริ่มดำเนินการได้เลยเพื่อให้เห็นผล แล้วก็ปีหน้าทันทีก็สามารถรับได้เลยในส่วนหนึ่ง แต่ฝั่งตะวันตกต้องใช้เวลา ยังไงก็ตามก็อยู่ในกรอบ 5 ปีที่ทางที่ปรึกษาเสนอมาครับ ทำนองนี้
พิธีกร : มีคำถามเกิดขึ้นครับ หลังจากฟังก็คือเรื่องของการเวนคืนที่ดิน เพราะว่าเรายังไม่ทราบตอนนี้ว่าอยู่ที่ไหน แต่พอเมื่อทราบก็จะมีการก่อสร้างขึ้นมาบทบาทของการเวนคืนใครเป็นคนทำครับ
ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ : โอเคครับนี่คืออยู่ในข้อกำหนดใน TOR ที่บริษัททั้งหลายที่มายื่นข้อเสนอเมื่อวานนี้ได้รับทราบอยู่แล้ว ผมสุมมุติโอกาสแห่งความเป็นไปได้จะมีอยู่ 3-4 เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ 1 ก็คือพื้นที่หลวงที่ได้รับผลกระทบ เป็นที่หลวงที่ไม่มีหน่วยราชการใดใช้ประโยชน์อยู่ ไม่มีชาวบ้านไปบุกรุก ไม่มีใครทำอะไรเลย ในส่วนนี้ก็เป็นเรื่องของการขออนุญาติใช้ ไม่ใช่บริษัทขอ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสำนักงานปลัดฯ สำนักงบประมาณ กรมชลประทานเป็นผู้ขอ ถ้าจะต้องขอกับ กรมธนารักษ์ กรมอะไรก็แล้วแต่กรมท้องถิ่น ก็ไปขอเอา ถ้าเป็นที่หลวงแล้วมีคนใช้ประโยชน์อยู่ ยกตัวอย่างเช่น เป็นโรงเรียนขนาดเล็กนักเรียน 40 คน ผมก็จะหาทางเยียวยาให้นักเรียน 40 คนมีโรงเรียนได้เรียนหนังสือ และต้องมีค่าใช้จ่ายที่จะจัดการดูแล คุณคิดไหมเวลาคุณมาเสนอราคา บอกราคาด้วยนะครับ
พิธีกร : อยู่ในนั้นแล้วใช่หรือไม่
ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ : ใช่ แต่ว่าต้องเยียวยาตรงนี้ ถ้าหากว่าต้องชดเชยอะไร ก็คิดในส่วนนี้โดยที่มีอยู่ในราคาอยู่แล้ว ที่เป็นประเด็นปัญหาซับซ้อนและใครต้องถามคือเรื่องกรณีเวนคืนคือที่ชาวบ้าน บริษัทไม่สามารถเวนคืนได้ เพราะอำนาจการออกกฎหมายเวนคืนเป็นอำนาจของรัฐทุกคนตระหนักและเข้าใจดี ถ้าหากว่าเป็นที่ของเอกชนและเมื่อต้องการออกกฎหมายเวนคืน รัฐจะเป็นผู้ดำเนินการออกกฎหมายเวนคืน ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยตามกระบวนการและเงินค่าเวนคืนที่จ่ายไปนำมาหักจากยอดเงินที่จะจ่ายให้บริษัท ซึ่งบริษัทต้องบอกมาแล้วว่าค่าบริหารจัดการที่ดินเพื่อทำโครงการนี้เท่าไหร่ สมมุติว่าเขากะเท่าไหร่ จำนวนเท่าไหร่ก็จ่ายในวงเงินส่วนนั้น ถ้าถามว่าถ้าเหลือสมมุติว่าสุดท้ายใช้เงินตัดที่บริษัทประเมินว่าน่าจะใช้ทั้งหมดแต่ไม่ใช่อำนาจบริษัท เพราะต้องใช้หมื่นล้าน ถ้าเราใช้ไปแค่ 8,000 ล้านบาท ส่วนอีก 2,000 ล้านบาท ต้องให้บริษัทไหม ไม่ให้เพราะบริษัทบอกแล้วว่าค่าจัดการที่ดินอยู่ในสัญญา ซึ่งส่วนหนึ่งกันไว้สำหรับค่าที่หลวงนำไปจ่ายชาวบ้าน 8,000 ล้านบาท 2,000 ล้านบาท บริษัทต้องได้ฟรี
นายสุพจน์ฯ : ไม่ใช่
ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ : แล้วธุระเรื่องอะไรผมถึงต้องไปจ่าย
พิธีกร : มีอีกคำถามหนึ่งครับ คือเรื่องของการถอนตัวของต่างชาติเช่นญี่ปุ่น เกิดอะไรขึ้นกับตรงนั้นครับ
นายอัมพรฯ : ครับในส่วนของญี่ปุ่น ในการเสนอเป็นลักษณะที่ว่า ญี่ปุ่นเป็นบริษัทหนึ่งที่ผ่านถึง 6 โมดูล การเสนอราคาของญี่ปุ่นในข้อเท็จจริงก็คือจากราคากลางคือ 340,000 ล้านบาท ทางของญี่ปุ่นเสนอมาเท่านึง ประมาณ 700,000 ล้านบาท มีการต่อรองและหารือกันหลายครั้งว่าอย่างเช่นฟลัดเวย์ ราคากลางขณะนั้น คือ 120,000 ล้านบาท ทุกบริษัททุกรายเสนอมาอยู่ในราคากลางและอยู่ในระยะเวลา 5 ปี ภายใต้กรอบแนวคิดของทางเทคนิคว่าทำไม่ได้ใน 5 ปีต้องขอทำ 20 ปี ในราคา 120,000 ล้านบาท ทำไม่ได้ต้องทำในราคา 393,000 ล้านบาท ถือว่าเกินไปมากครับ และก็คุยกันแล้วในส่วนนี้ อันนี้รวมถึงเขื่อนรวมถึงในส่วนต่างๆก็มีในลักษณะนี้ รวมทุกโมดูลก็เกินไปประมาณเท่าตัว แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในส่วนนี้ที่ว่าสุดท้าย ท้ายที่สุดใช้เทคโนโลยีมาช่วยแล้วก็ค่าแรงของคนไทยมาปรับ แต่สุดท้ายหลังจากที่หารือกันแล้วภายในก็ออกจดหมายมาฉบับหนึ่งว่า ขอบคุณรัฐบาลที่ให้เกียรติต่างๆทุกอย่างและคัดเลือกมาจนถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วก็ขอแสดงความเสียใจที่ถอนตัว แต่ยินดีที่จะร่วมมือทางด้านเทคนิควิชาการต่อไป
ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ : ครับในวันข้างหน้า ประเทศไทยยังมีภารกิจที่เราจะต้องสร้างเพื่อช่วยบ้านเมืองของเรา มิตรของเรา เพื่อนของเราทั้งคนไทยของเราเองด้วย มีงานอีกหลายอย่างครับที่ต้องช่วยกัน
พิธีกร : ครับ ท้ายสุดก็อาจจะพอครับในแง่ของการดูแลกำกับตรวจสอบให้การดำเนินการทุกอย่างโปร่งใส ดำเนินการอย่างไรครับ
นายสุพจน์ฯ : ส่วนนี้มีการพูดกันว่า ครั้งนี้ทำไมไม่ใช้ระบบพัสดุหยิบยืม การจะทำอะไรคือเรามองตั้งแต่แรกแล้วว่า นี้คือโครงการใหญ่ ถึงจะมี 10 โครงการก็จริงอยู่ แต่ในโครงการหรือในโมดูลนั้นมีเป็นร้อยเป็นพันโครงการอยู่ในนั้น ถ้าจะใช้ระบบพัสดุแต่ละหน่วยงาน หน่วยงานเดียวไปจนหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้าง การกำกับก็จะไม่มี การเชื่อมโยงทั้งแผนก็ไม่มี วิธีการทำในขณะนี้จึงรวมทุกหน่วยงานเข้ามา เพราะฉะนั้นกรรมการแต่ละชุดจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณเข้ามาดูแลตลอด ฉะนั้นเชื่อมั่นได้ว่าครั้งนี้ไม่ได้เป็นการทำโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแต่ทำโดยทุกหน่วยงานของประเทศไทย ดังนั้นการกำกับด้วยตัวเองจะกลั่นกรองกันเอง และการปฏบัติตามกฎหมาย กฎระบียบก็ดี กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณจะต้องดูว่ากรมบัญชีกลางจะปล่อยเงินได้หรือไม่ ผิดระเบียบหรือไม่ เพราะฉะนั้นแล้วจะมีการกลั่นกรองกันมาอยู่แล้วโดยสภาพ การทำงานจึงทำงานเป็นกลุ่ม มีคนจำนวนมากมาสมัครทำงานนี้เป็นร้อย ๆ พัน ๆ คน
พิธีกร : ท้ายที่สุดเห็นว่าจะมีการแจกหนังสือปกเขียวเป็นการชี้แจงข้อมูล
นายอัชพร : ใช่ครับ ที่ทางคุณธีรัตถ์ถามคำถามแรกขึ้นมา เราจะมีหนังสือปกเขียวประมาณ 11 หน้า อธิบายทั้งหมดตั้งแต่น้ำท่วมปี 2554 มาว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นอย่างไร จนถึงสถานภาพในปัจจุบัน ซึ่งมีรายละเอียดตามที่มีผู้ทักท้วงในสื่อหลายท่าน จะตอบอยู่ในนี้ทั้งหมดผมเชื่อว่าถ้าอ่านแล้วจะเกิดความเข้าใจและจะทราบว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยในสิ่งใดเลยทำตามกฎหมาย ตามระเบียบทุกประการนะครับในส่วนนี้
พิธีกร : ท้ายที่สุดแล้วก็คือมีการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อที่ต้องกั้นน้ำท่วมน้ำแล้งของประเทศไทย
นายสุพจน์ : ใช่แล้วครับภายในระยะเวลา 5 ปีด้วย ในวงเงิน 350,000 ล้านบาท ครับ
พิธีกร : วันนี้ขอขอบคุณทั้งสามท่านมากครับ ทราบแล้วนะครับว่ารัฐบาลนั้นพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะวางแผนในการบริหารจัดการน้ำเพื่อที่จะป้องกันปัญหาน้ำที่จะเกิดขึ้น โครงการต่างๆจะเสร็จสิ้นภายใน 5 ปีและมีการย้ำว่า การดำเนินการทุกอย่างนั้นดำเนินการถูกต้อง ตามขั้นตอนและมีความโปร่งใสอย่างแน่นอนครับ ทั้งหมดคือ รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนครับ วันนี้ผมธีรัตถ์ รัตนเสวี สวัสดีครับ
……………………….
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
