น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ จะนัดประชุมหารือกับคณะกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานของทีโอทีและ กสทฯ รวมถึงจะนำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ที่มี พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน ซึ่งได้สรุปแนวความเห็นเสร็จสิ้นก่อนแล้ว ดังนั้น จะนำแนวความเห็นดังกล่าวเสนอให้บอร์ดนำไปพิจารณาแก้ไขปัญหาและดำเนินการในทีโอทีและ กสทฯ ต่อไป
“ในช่วงเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา ทำงานในหน้าที่ รมว.ไอซีที มาตลอด ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แม้ไม่เข้าไปทำงานที่กระทรวงไอซีที บนถนนแจ้งวัฒนะ ก็ตาม ดังนั้น ในการประชุมร่วมกับบอร์ดทีโอทีและ กสทฯ ในครั้งนี้ จะเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับปัญหาสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ และแนวนโยบายการดำเนินงานของทั้ง 2 องค์กร” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุมครั้งนี้ คาดว่า น.อ.อนุดิษฐ์ จะนำประเด็นที่กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้น 100% ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า เมื่อ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) มาตรา 84 กำหนดให้ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ พ.ร.บ.กสทช. มีผลบังคับใช้ ทางทีโอทีและ กสทฯ จะต้องนำรายได้จากสัญญาสัมปทานทั้งหมดจัดส่งให้เป็นรายได้ของแผ่นดิน ฉะนั้น ในปี 2557 หากทีโอทีและ กสทฯ ไม่มีรายได้มาชดเชยรายได้จากสัญญาสัมปทาน ก็จะทำให้ทีโอทีและ กสทฯ ขาดทุนทันที
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ทำหนังสือแจ้งเตือนให้บอร์ดทีโอทีและ กสทฯ ทุกชุดที่ผ่านมา รวมถึงได้แจ้งให้ รมว.ไอซีที ที่กำกับดูแลทีโอทีและ กสทฯ มาโดยตลอด แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญ และยังมีความเชื่อมั่นว่า ทีโอทีและ กสทฯ ยังคงมีกำไรมาตลอด แต่ในความเป็นจริง หากทีโอทีและ กสทฯ ไม่นำรายได้สัมปทานมารวมกับรายได้จากการให้บริการแล้ว ทั้ง 2 องค์กรจะประสบปัญหาขาดทุนมานานหลายปีแล้ว ดังนั้น กำไรที่มีอยู่นั้นจึงเป็นกำไรจากสัมปทานทั้งหมด หากทีโอทีและ กสทฯ ไม่เร่งปรับตัวเอง และไม่สร้างรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ก็จะประสบปัญหาขาดทุนอย่างมาก โดยแต่ละปี ทีโอทีมีรายได้จากสัญญาสัมปทานประมาณปีละ 20,000 ล้านบาท ส่วน กสทฯ มีรายได้จากสัญญาสัมปทานปีละ 30,000 ล้านบาท
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

