คือผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และผลกระทบที่เกิดกับระบบนิเวศน์ก็เป็นปัญหาที่เราทุกคนควรหันมาให้ความสนใจอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบในด้านต่าง ๆ ปัญหาหนึ่งที่เราได้ยินบ่อยในระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมา คือ ปัญหาปะการังฟอกขาวที่สาเหตุสำคัญมาจาอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงมากกว่า 30 องศา และการท่องเที่ยวที่ทำลายแนวปะการัง จนทำให้เกิดปะการังฟอกขาว ทั้งในทะเลฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรการปิดพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้ปะการังฟื้นตัวจากการฟอกขาว ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีภารกิจสำคัญ ที่ต้องดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้มีความสมบูรณ์ที่สุด โดยให้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และประสานความร่วมมือกับชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณ จนเกิดเป็นความร่วมมือและเรียนรู้ที่จะอยู่กับทรัพยากรทางทะเลได้อย่างยั่งยืน
นายมิคมินทร์ จารุจินดา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ร่วมอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลในโครงการสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุบาลพันธุ์เต่าทะเล ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ เนื่องจากหากปล่อยให้มีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ เต่าแรกเกิดจะมีโอกาสรอดชีวิตน้อย ทั้งนี้ ในท้องทะเลไทยมีเต่าทะเลอยู่ทั้งสิ้น 5 ชนิด คือ เต่าตนุ เต่าหญ้า เต่าหัวค้อน เต่ามะเฟือง และเต่ากระ และมีศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลอยู่ 2 แห่งในประเทศไทย ที่จังหวัดระยอง และจังหวัดภูเก็ต ส่วนที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีการขยายพันธุ์เต่ากระ และเต่าตนุเป็นหลัก โดยการอนุบาลเต่าแรกเกิดจนมีอายุ 1 ปีขึ้นไป ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ ซึ่งสามารถทำให้เต่ามีโอกาสรอดร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยธรรมชาติเมื่อแม่เต่ามีความพร้อม จะมีจำนวนไข่ในท้องนับพันฟอง และจะทยอยออกไข่ครั้งละ 100-200 ฟอง จนหมด จากนั้นจะเว้นการวางไข่ไปอีก 2-3 ปี เพื่อสะสมอาหาร จึงจะมีการวางไข่อีกครั้งเมื่อถึงเวลา แต่หากปล่อยให้มีการวางไข่และโตในธรรมชาติ แรกเกิดจะมีโอกาสรอดแค่ร้อยละ 1 เท่านั้น
นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังทำงานเชื่อมโยงกับเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งชาวประมง องค์กรเอกชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแจ้งเบาะแสเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดทางทะเล รวมถึงการประสานความช่วยเหลือกับกลุ่มชาวประมงในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำประเภทต่าง ๆ ให้มีความสมดุล ระหว่างการจับเพื่อการค้าและการอนุบาลสัตว์ในช่วงวางไข่ เพื่อให้มีความยั่งยืนในการประกอบอาชีพประมง และสามารถรักษาปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำตามธรรมชาติ
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

