นายแพทย์สมชัย นิจพานิช รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการเปิดประชุมผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและตัวแทนจากคลินิก โรงพยาบาลเอกชนในเขต กทม. และปริมณฑล ที่จัดขึ้นวันนี้ที่โรงแรมริชมอน เพื่อรับฟังความคิดเห็นผู้ประกอบการในการพัฒนามาตรฐานการให้บริการด้านการ แพทย์และสาธารณสุข ให้มีคุณาพและเป็นมาตรฐานเดียวและเป็นมาตรฐานที่ยอมรับในระดับอาเซียน เพื่อให้พร้อมเข้าสู่การเปิดเสรีการค้า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558โดยได้กำชับผู้ประกอบการทุกแห่ง โดยเฉพาะผู้ประกอบการใหม่ให้เน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลัก อย่าเปิดให้บริการ หากยังไม่ได้รับใบรับรองการประกอบกิจการ เพราะปัจจุบันมีสถานพยาบาลเถื่อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งคลินิกด้านความงาม ส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการที่อยู่ระหว่างรอพิจารณาใบประกอบโรคศิลป์ แต่เปิดให้บริการก่อน เนื่องจากทนความต้องการของตลาดและลูกค้าที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างก้าว กระโดดไม่ได้ หากเปิดบริการล่าช้าจะไม่อาจแย่งส่วนแบ่งตลาดได้ จึงขอให้คำนึงถึงมาตรฐานก่อน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งปรับขั้นตอนการออกใบอนุญาตลอดเวลาจากเดิมนาน 3 เดือน ลดให้เหลือเพียง 1 เดือนเท่านั้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีคลินิกและโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศทั้งสิ้น 19,149 แห่ง โดยจากการเฝ้าระวังการกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ในรอบ 3 ปี พบผู้กระทำผิดถึง 61 คดี ส่วนใหญ่เป็นการเปิดรักษาโดยไม่มีใบอนุญาต รองลงมาคือการลักลอบทำศัลยกรรม ลักลอบทำแท้ง และแพทย์ที่ทำการรักษาไม่มีใบประกอบโรคศิลป์ ต่อไปหากเจอการฝ่าฝืนทำผิดอีกจะเอาผิดทันที โดยไม่มีการตักเตือน ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

