นายวรวัจน์ เอื้อภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เดินทางลงพื้นที่เต็นท์รถยนต์ย่านแจ้งวัฒนะ พร้อมด้วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อส่งสัญญาณเตือนธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสองที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศในกฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภคว่าด้วยฉลาก พ.ศ.2550 ที่ระบุให้มีการติดฉลากที่รถยนต์มือ 2 เพื่อระบุรายละเอียดของรถยนต์ อาทิ ปีผลิต รุ่นรถยนต์ ตัวถัง สี ราคา ฯลฯ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่า มีธุรกิจรถยนต์สีเทา ที่ตั้งใจทำผิดกฎหมาย เช่น สวมทะเบียน เปลี่ยนเครื่องยนต์ มาจำหน่ายเป็นรถยนต์มือสอง เป็นต้น สคบ. มีมาตรการ ติดป้ายให้กับเต็นท์รถที่ผ่านมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคของ สคบ. ในเดือน กรกฎาคมนี้ โดยวันนี้ได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบเข้มข้น เพื่อตรวจสอบว่ามีเต็นท์รถใดไม่ทำตามกฎหมายบ้าง หากไม่ติดฉลากรถยนต์ หรือติดไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ส่วนเต็นท์รถยนต์ไหนไม่จัดทำหลักฐานการรับเงินที่ถูกต้องให้กับผู้บริโภค มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ทั้งนี้ สคบ.พบว่าข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคมาที่ สคบ.ส่วนใหญ่เป็นเรื่องรถยนต์มือสอง มีทั้งที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดและไม่เป็นไปตามความคาดหมายของผู้บริโภค โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ให้เวลาผู้ประกอบการ 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน หากยังไม่ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายจะลงโทษตามความผิดทันที
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

