www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
คลังจ้าง บลจ.ฟินันซ่า จัดทำระบบทะเบียนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (9/5/2012)

กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า จำกัด ระบุกระทรวงการคลังแต่งตั้งให้ บลจ.ฟินันซ่า จัดทำระบบงานทะเบียนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ

นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า จำกัด กล่าวว่า กระทรวงการคลังแต่งตั้งให้ บลจ.ฟินันซ่า จัดทำระบบงานทะเบียนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ และเป็นนายทะเบียนสมาชิกกองทุน ทั้งนี้ กองทุนการออมแห่งชาติ ได้รับการจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554 เพื่อส่งเสริมให้บุคคลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.)กองทุนประกันสังคม หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ได้มีโอกาสออมเพื่อการเกษียณ ซึ่งรัฐบาลจะร่วมสมทบด้วยอีกส่วนหนึ่ง โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าเป็นสมาชิกได้สูงถึง 35 ล้านคน

 

นายธีรพันธุ์ กล่าวว่า หากพิจารณาโครงสร้างประชากรของไทยนับตั้งแต่ปี 2552 พบว่ากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีประชากรอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 11 และในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 ส่วนสังคมของกลุ่มคนวัยทำงานจะต้องพบกับความเสี่ยงหลากหลาย เช่น อายุสั้น จากไปก่อนวัยอันควร บางรายอายุยืน แต่หลังเกษียณกลับไม่มีรายได้ และท้ายสุดอาจทุพพลภาพ หรืออาจเจ็บป่วยในระยะยาว และยังมีประชากรอีกเป็นจำนวนมากอยู่นอกระบบประกันสังคม กรณีชราภาพ ซึ่งถือว่าขาดหลักประกันในส่วนนี้ ฉะนั้นรัฐบาลจึงออก พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ “กอช.” ขึ้น ภายใต้สโลแกน “เกษียณสุขใจ มีบำนาญใช้กับ กอช.”โดยมุ่งหวังให้ประชาชนเข้าถึงการออมเงินที่เหมาะสมและสร้างหลักประกันทาง สังคม กองทุนการออมแห่งชาติเป็นกองทุนเพื่อการเกษียณอายุภาคสมัครใจ สำหรับผู้ที่ยังไม่มีหลักประกันทางสังคมเพื่อการชราภาพ เพื่อให้มีรายได้หลังเกษียณในรูปบำนาญ

 

สำหรับหลักเกณฑ์การออมเงินกับ กอช. ผู้มีสิทธิจะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 15-60 ปี ไม่เป็นสมาชิกกองทุนอื่นใดที่ได้รับเงินสมทบจากรัฐหรือนายจ้าง และไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญภาครัฐหรือเอกชน โดยสมาชิกส่งเงินสะสมเงินเข้ากองทุนไม่ต่ำกว่าครั้งละ 50 บาท แต่ไม่เกิน 13,200 บาทต่อปี และรัฐบาลจะให้เงินสมทบตามช่วงอายุของสมาชิกและเป็นอัตราส่วนกับจำนวนเงิน ที่สมาชิกสะสมเข้ากองทุนตั้งแต่ร้อยละ 50-100โดยไม่เกินเงินสมทบสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด สมาชิกจะได้รับบำนาญรายเดือนจนตลอดชีวิตเมื่อสมาชิกอายุครบ 60ปีเป็นต้นไป และมีเงินออมที่มากพอ ซึ่งสมาชิกที่ออมมากก็จะได้รับบำนาญมากตามไปด้วย ส่วนกรณีที่สมาชิกทุพพลภาพก่อนอายุครบ 60ปี จะมีสิทธินำเงินออมของตนออกมาใช้ก่อนได้ นอกจากนี้ หากสมาชิกมีความจำเป็นต้องลาออกจากกองทุนก่อนอายุ 60ปี จะได้รับคืนเฉพาะเงินที่ได้ออมไว้โดยไม่รวมเงินสมทบ อย่างไรก็ดี สมาชิกจะกลับเข้ามาเป็นสมาชิกของกองทุนได้อีกตามความสมัครใจ และหากสมาชิกเสียชีวิต กองทุนจะจ่ายเงินให้ผู้ที่สมาชิกได้แจ้งชื่อไว้หรือให้แก่ทายาทของสมาชิก

 

สิทธิประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือรัฐบาลค้ำประกันผลตอบแทนให้สมาชิกได้รับจากเงินออมไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ย เงินฝากประจำประเภท 12เดือน โดยเฉลี่ยของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับบำนาญจาก กอช. จะยังมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอีกด้วย

 

สำหรับหน่วยรับสมัครสมาชิกกองทุนฯ เบื้องต้น กระทรวงการคลังกำหนดให้เป็นธนาคาร 3 แห่ง คือธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารกรุงไทย ซึ่งมีสาขารวมกันประมาณกว่า 3,000แห่งทั่วประเทศ ระบบงานหลัก ได้แก่ การรับสมัครสมาชิก นำส่งเงินสะสม จ่ายเงินแก่สมาชิก และการให้บริการต่างๆ แก่สมาชิก เช่น ระบบอีเซอร์วิสสำหรับสมาชิก ทั้งหมดนี้ถือเป็นการผสมผสานระหว่างการออมและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่ออนาคตที่ดีและสภาพความเป็นอยู่ที่ดีต่อสังคม”

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล