ถาม-ตอบ

นโยบายรับจำนำข้าว

 

1. ข้าวที่ผลิตออกมา รับจำนำไปแล้วกี่เปอร์เซ็น

ตอบ ข้าวหอมมะลิ ผลิต 6 ล้านตัน ก็รับจำนำมาแค่ครึ่งเดียวได้มาประมาณ 3.4 ล้านตัน ข้าวนาปีที่เหลือคือข้าวเปลือกขาวที่ผลิตแถวภาคกลาง 8 ล้านตัน ก็รับจำนำมา 36% เพราะฉะนั้นในนาปีทั้งหมดเรารับมาประมาณ 7 ล้านตัน 33% ของผลผลิตทั้งหมด อันนี้ตอบคำถามแรกคือไม่ได้รับซื้อทั้งหมด รอให้เอกชนซื้อจนไม่มีใครซื้อแล้วก็รับซื้อมา

 

2. รัฐบาลไปแย่งเอกชนซื้อหรือไม่ และชาวนาได้ราคาเพิ่มขึ้นมากไหม

ตอบ ไม่ครับ เปิดโอกาสให้เอกชนเข้าซื้อได้ เพราะฉะนั้นวิธีที่รับจำนำ เพราะว่าพยุงราคาต้นฤดู ปลายฤดู ทุกครั้งที่เป็นนั้นต้นฤดูจะราคาถูกก็เปิดจำนำเพื่อให้ต้นฤดูดึงราคาขึ้นไปเฉลี่ยราคากัน เป็นกระบวนการที่ทำเป็นปกติ อันที่ 2 ตั้งราคาที่เหมาะสมว่าชาวนาควรจะได้ประมาณเท่านี้ก็เหมาะสมอย่างที่พอจะไปกันได้ จากนั้นก็มีข้าวนาปรังออกมาอีกรอบหนึ่ง ข้าวนาปรังนั้นออกเดือนมีนาคม –  กันยายน ออกมาทั้งหมด 15 – 16 ล้านตัน แล้วรับจำนำอันนี้รับมามากประมาณ 14.7 ล้านตัน รวมกันแล้วทั้ง 2 อันนั้นรับจำนำข้าวนาปีและนาปรังที่ออกมาทั้งหมด 21.7 ล้านตัน ข้าวเปลือกนี้รับจำนำมาประมาณ 14 ล้านตัน ที่เป็นข้าวสารสีมาแล้วประมาณ 60% ของทั้งหมด ตอบคำถามที่ 2 คือว่าพอรับมาแล้ว แล้วชาวนาได้ราคาหรือไม่ ก็พอได้ ตัวเลขที่สรุปได้ตอนนี้คือทำไปแล้วคนที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 20 ไร่ ชาวนาปกติ 20 ไร่ก็ถือว่ามาก 20 ไร่นี้จะได้ประมาณ 7,300 บาท/ครอบครัว/เดือน ถามว่า 7,300 บาท มากหรือไม่กับราคา 20,000 บาท ที่ให้ต่อตันก็ดูว่าไม่มากเท่าไหร่

 

3. กรุณาอธิบายเรื่องการระบายข้าวให้ประชาชนได้รับทราบด้วย

ตอบ ตามหลักที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบมาระบายได้ 4 วิธี อันที่ 1. ขายระบบรัฐต่อรัฐ หรือ G to G ที่กำลังดังกันอยู่ตอนนี้ 2. ระบายโดยใช้วิธีการเปิดประมูลให้กับผู้ที่สนใจโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ค้าข้าวส่งออก หรือโรงสี หรือใครก็แล้วแต่ 3. ระบายผ่านระบบตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือ AFET อันนี้เรายังไม่ได้ดำเนินการ 4. ระบายผ่านช่องทางอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น หน่วยงานของรัฐที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ข้าว อย่างเช่น กรมราชทัณฑ์ซึ่งเอาไปใช้ในการบริโภคของผู้ต้องขังทั้งหลายทั่วประเทศ หรือแม้กระทั่งกระทรวงกลาโหมเอาไปให้ทหารตามแนวชายแดน หรือระบายผ่านกระบวนการที่เอาไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้มีการขอและซื้อไปบ้างนำไปบรรจุถุงและนำไปแจกจ่าย ซึ่งทั้ง 4 วิธีการเป็นแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์ถือปฏิบัติมาโดยตลอด ดังนั้นข้าวที่รับจำนำมาเมื่อนำมาแปรสภาพเป็นข้าวสาร ก็ได้มีการดำเนินการใน 4 วิธีการ แต่ว่าในปีนี้เน้นเรื่องของการทำระบบ G to G เป็นพิเศษเพราะว่าพยายามดึงราคาข้าวให้สูงขึ้น ดังนั้นเมื่อจะประมูลออกไปในแต่ละรอบนั้นอาจจะมีท่านที่สู้ราคาไม่มากแต่ไม่ได้หมายความว่าประมูลไม่ออก ประมูลออกมาโดยตลอด ประมูลมาแล้ว 5 – 6 รอบ ขณะนี้ทำ G to G ไปแล้วได้จำนวนค่อนข้างสูง

 

4. การระบายข้าวในระบบ G to G มีวิธีการและรูปแบบอย่างไรบ้าง

ตอบ G to G มีวิธีการและรูปแบบที่จะระบายหลายวิธีการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อสนองต่อความต้องการของประเทศผู้ซื้อ ในที่นี้คือ อย่างที่ทราบ G to G วัตถุประสงค์เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อที่จะช่วยเหลือประเทศทั้งหลายในยามที่ขาดแคลน แต่ในขณะเดียวกัน ถ้ามีสต๊อกอยู่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่เราจะต้องระบายสต๊อก วิธีที่จะระบายภายใต้ G to G ต้องให้มีความยืดหยุ่นเพื่อให้ประเทศผู้ซื้อนั้นสามารถเข้ามาเจรจาซื้อขายได้ นั่นคือวิธีที่ใช้อยู่ แต่ถ้าถามว่ารูปแบบมีหลายวิธีแล้วแต่ประเทศ บางครั้งระบายด้วยวิธีที่เรียกว่า FOB หรือที่เรียกว่า CFR หรือจะเป็นวิธีที่เป็น Ex warehouse อย่างไรก็ตาม ได้มีการรับความเห็นชอบมาแล้วจากคณะอนุกรรมการระบายข้าว ถามว่า G to G ประเทศผู้ซื้อจะเป็นประเทศที่อาจจะกำหนดหน่วยงานที่เขาระบุมาว่าได้รับมอบหมายให้มาดำเนินการ เพื่อที่จะส่งออกประเทศเขาเองหรืออาจจะส่งออกประเทศที่สามก็ได้

 

5. มีการระบายข้าวโดยระบบ G to G ไปแล้วจำนวนเท่าใด

ตอบ ตั้งแต่ต้นปี 2555 มกราคมเป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ก็ระบายไปแล้ว 1,400,000 เกือบ 1,500,000 ตัน และจนถึงปลายปีอาจจะทำได้ประมาณ 300,000 – 400,000 ตัน รวมแล้วน่าจะทำตัวเลขส่งออกประมาณ 1,700,000 – 1,800,000 ตัน ส่วนที่เหลือจะทยอยส่งมอบในปีหน้าเพราะว่าสัญญาซื้อขายแต่ละสัญญาจะมีระยะเวลาในการส่งมอบแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณ สัญญาไหนมีปริมาณมากก็ต้องใช้ระยะเวลาในการส่งมอบนาน แต่ทั้งหมดการส่งมอบตามสัญญาจะมีระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน ดังนั้นประเมินได้ว่าจนถึงปลายปี 2556 การส่งมอบก็คงจะจบสิ้นทั้งหมด

 

6. ถ้าระบายข้าวแบบ G to G ก็เท่ากับว่าการขายข้าวที่ได้รับจำนำข้าวมา บทบาทการขายข้าวบางส่วนก็ตกอยู่กับภาครัฐ

ตอบ ส่วนหนึ่งคือเราซื้อข้าวเข้ามาประมาณ 60% ของตลาด ส่วนนี้ภาระก็ต้องอยู่กับรัฐบาล แต่กระบวนการที่รัฐบาลทำถ้าสังเกตดูนั้นคือ หนึ่งรัฐบาลไม่ได้เร่งขาย การไม่ได้เร่งขายหมายความว่าไม่อยากขายข้าวในราคาถูก อยากขายข้าวให้ได้ราคา ปล่อยให้ประเทศที่มีข้าวคุณภาพต่ำขายให้ประเทศอื่นไปก่อน แล้วท่านรัฐมนตรีกับกระทรวงพาณิชย์ก็ไปทำ G to G เสริมเพื่อที่จะไปดึงข้าวส่วนนั้นออกไป พอเป็นแบบนี้ในที่สุดราคาที่เห็นตอนนี้ FOB ราคาข้าวไทยข้าวหอมมะลิขึ้นมา 6% ตั้งแต่ต้นปี ข้าวไทย และข้าวขาวขึ้นมา 10% ในขณะที่ข้าวเวียดนามนั้นขึ้นมาประมาณ 1% หมายความว่าการที่ดึงไว้นั้นทำให้ราคาข้าวของเราที่มีคุณภาพดีกว่ามันรักษาคุณภาพราคาได้อยู่ และใช้ G to G เสริมอย่างที่ว่า มันก็เป็นภาระของรัฐบาล จะเหลืออีกบางส่วนที่ต้องทำต่อ ตอนนี้ยังไม่จบ หลังจากตรงนี้ก็จะเหลือข้าวอยู่ 6 ล้านกว่าตัน บางส่วนก็จะเก็บเป็นข้าวสำรอง (Reserve) เพื่อให้คนไทยแน่ใจว่าเรามีข้าวทานแน่ อีกอันหนึ่งคือจะเร่งขายคนอื่นซึ่งเอาภาคเอกชนมาช่วยซื้อ เราขายให้โรงพยาบาล ซึ่งเป็นภาระปกติที่กระทรวงพาณิชย์ทำอยู่

 

7. รัฐบาลมีปัญหาเรื่องการเก็บข้าวไว้เป็นจำนวนมากหรือไม่

ตอบ กระทรวงพาณิชย์มีความมั่นใจว่าสต๊อกที่มีอยู่นี้จะไม่สร้างปัญหาอะไร เพราะว่าส่วนหนึ่งเราต้องเข้าใจว่าประเทศไทยยังจำเป็นที่จะต้องมีความมั่นคงทางด้านอาหาร เพราะฉะนั้นจะต้องมี safety stock เอาไว้บางส่วน เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ระบายทั้งหมดทั้ง 5 – 6 หรือ 7 ล้าน อาจจะมีเก็บไว้บางส่วน เพราะว่าถ้าเราย้อนหลังดูในอดีตแต่ละปีก็จะมีสต๊อกคงเหลือข้ามปีมาโดยตลอด กรณีที่เกิดภัยพิบัติอย่างเช่นครั้งที่แล้วก็มีการเอาข้าวเหล่านี้ออกไปช่วยเหลือประชาชน อันนี้ก็จะเป็นในทำนองเดียวกันอีกบางส่วนก็จะมีการระบายเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้ก็ดูสถานการณ์ตลาดข้าวโลกก่อนว่าขณะนี้ราคาเป็นอย่างไร เราติดตามดูราคาข้าวโลกในขณะนี้เขาก็มีความกดดันราคาของเมืองไทยพอสมควร เพราะเขามองว่าขณะนี้มันเกิดความวุ่นวาย มีการทะเลาะกันบ้างในเรื่องของโครงการรับจำนำ เลยทำให้อยู่ภายใต้ภาวะกดดัน แต่ยังมีความมั่นใจว่าที่มีอยู่ในมือที่ยังสามารถระบายต่อไปได้ จากนี้ไปจนถึงสิ้นปีน่าจะยังมีช่องทางที่สามารถระบายออก ข้าวใหม่ที่จะเข้ามาก็จะได้เข้ามาสู่โครงการได้

 

8. มีปัญหาเรื่องงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้หรือไม่

ตอบ งบประมาณที่ใช้ก็เหมือนกับไปใช้เงินกู้จากธนาคาร เหมือนกับที่เอกชนซื้อข้าวเปลือกไปสี และดำเนินการขาย เมื่อขายได้แล้วก็เอาเงินกู้นี้มาคืนธนาคาร รัฐบาลก็เหมือนกัน รัฐบาลก็ดำเนินการทำนองเดียวกัน เมื่อขายข้าวได้แล้วก็มีเงินกลับเข้ามาที่นี่เงินที่เก็บเข้ามา โดยเฉพาะถ้าขายแบบ G to G ความมั่นคงในด้านของผู้ซื้อว่ามีเงินหรือไม่ก็ยิ่งดีกว่าขายให้กับเอกชนต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ระบบที่ใช้กันอยู่นี้ก็ต้องมีการเปิด L/C หรือ Letter of Credit ที่ประกันว่าถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐประเทศนั้นเขาไม่จ่ายเงินแบงค์ที่เรารับเครดิตได้จะจ่ายให้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการขาย FOB หรือว่า CFR หรือขายหน้าคลังสินค้าในประเทศนี้ เราก็ได้รับการันตีจากแบงค์ของผู้ซื้อว่าจ่ายเงินให้แน่นอน และบางครั้งบางกรณีซื้อแล้วอาจจะจ่ายเงินล่วงหน้าให้ก่อนที่จะเอาข้าวด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นมันเป็นรูปแบบที่ความมั่นคงทางการด้านเงินได้คืนแน่นอน เพราะฉะนั้นมันไม่ได้สูญหายไปไหน เงินแสนสองแสนที่ใช้นั้นจะได้กลับคืนมาเกือบหมด

 

9. การค้าข้าวหน้าคลังเห็นว่าจะต้องมีการจ่ายเงินก่อนที่จะรับข้าวใช่หรือไม่

ตอบ บางครั้งเงื่อนไขที่ประเทศผู้ซื้อกับเราตกลงกันก็มีการดำเนินการในลักษณะนี้ ซึ่งกรณีเช่นนี้อาจจะเป็นกรณีที่เขาเองอาจจะไม่ต้องการให้ส่งข้าวในวันนี้ เพราะเขาอาจจะซื้อไปเพื่อบริจาคกับประเทศยากจนอื่น เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียกว่าจ่ายเงินก่อนแบบมัดจำแต่วางมัดจำค่อนข้างมาก เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าพอถึงเวลาที่เขาต้องการของ เรามีของให้เขา

 

10. มีคนถามว่าเราจะเห็นตัวเลขอย่างไร ในเมื่อทำการค้าหน้าคลังแบบนี้ จะมีการรายงานอย่างต่อเนื่องไหมว่า ขณะนี้ข้าวได้รับการระบายมากน้อยแค่ไหน

ตอบ แน่นอนว่าค่าเช่าคลังก็เป็นเงินงบประมาณของรัฐบาล การที่ขายข้าวมีเงื่อนไขการรับมอบภายในเมื่อไหร่ ก็ต้องกำกับติดตามให้มีการดำเนินการตามสัญญานั้น เพราะมิเช่นนั้นหมายถึงว่าถ้าไม่ดำเนินการในกรอบนั้น ภาระหลังจากนั้นจะต้องตกลงว่าใครจะเป็นคนรับภาระค่าเช่าคลัง และส่วนที่ว่ารับหน้าคลัง เราก็จะมีคลังปกติก็จะอยู่ในภูมิภาค มีข้าราชการในภูมิภาคและระบบการติดตามเพราะอันนี้ก็ต้องติดตามด้วยว่ามีการขนออกตามเงื่อนไข และไม่มาโกหกค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเช่าคลัง จะได้เคลียร์กับกรมบัญชีกลางได้ชัดเจน ตรงนี้ต้องติดตามอยู่แล้ว

 

11. การค้าแบบรัฐต่อรัฐ เอกชนจะมีส่วนร่วมอย่างไรกับกระบวนการค้าข้าวแบบนี้

ตอบ  เรื่องนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ดูจากคนนอกเขาก็เปิดการประมูลข้าวเป็นระยะ ๆ พอซื้อข้าวมามากประมาณ 50 – 60% ช่วงที่เอกชนเขาขาดข้าวก็จะเข้ามารับซื้อข้าวมาประมูล ก็มีเงื่อนไขเล็กน้อยตรงที่ว่าเวลามาประมูลขอให้ราคาดีหน่อย ราคาต่ำ ๆ ก็ไม่อยากขาย อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามี 2 - 3 เรื่องพร้อมกันคือ เรื่องหนึ่งอยากให้ราคาข้าวไทยดี ไม่อยากเป็นแชมป์ส่งออกมากแต่ไม่ได้ราคา อันที่สองคือ เนื่องจากชาวนาได้ราคาดี รัฐบาลก็ไม่ควรที่จะขาดทุนมากก็จะต้องขายข้าวได้ราคาดี อันที่สามคือ ต้องมีสต๊อกอยู่จำนวนหนึ่ง ไม่อยากจะขายจนกระทั่งหมดเม็ดสุดท้าย คนไทยต้องไม่เข้าคิวซื้อข้าว อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ได้ เพราะฉะนั้นเอกชนก็จะต้องมีส่วนต่อจากนี้ไปในช่วง 3-4 เดือนเป็นช่วงสำคัญ เพราะว่าเขาต้องเร่งส่งออกข้าวตามสัญญาปลายปี เขาก็จะมาซื้อข้าวจากกระทรวงพาณิชย์มากขึ้น

 

12. รัฐบาลมีหลักการระบายข้าวอย่างไร ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนหรือไม่

ตอบ การระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบนั้น ได้มีการเปิดประมูลเรื่อย ๆ เป็นระยะ ๆ ไป ช่วงไหนที่มองเห็นว่าการระบายข้าวเมื่อระบายแล้วไม่กระทบกับอุปสงค์ อุปทาน และราคานั้นก็จะระบายออกมา ในขณะเดียวกันก็มีการตั้งราคากลางที่คิดว่าเมื่อระบายไปแล้วไม่มีผลต่อภาระงบประมาณมากเกินไป จะมีการระบายและในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้มีการประกาศระบายข้าวมาแล้ว 6 ครั้งด้วยกันก็ออกไปได้จำนวนหนึ่ง และขณะนี้ไปจนถึงปลายปีคงจะมีการเปิดระบายเพิ่มเติม เมื่อเช้านี้ได้มีการพบปะกับสมาคมผู้ส่งออกข้าว ซึ่งท่านผู้เกี่ยวข้องของสมาคมไม่ว่าจะเป็นนายกสมาคมหรือคณะกรรมการก็มาคุย และมายืนยันว่าเขาพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการของรัฐบาลเพื่อที่จะให้เดินหน้าและประสบความสำเร็จ เพราะว่าทุกคนมีความประสงค์เหมือนกันคือท้ายที่สุดแล้วชาวนาต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นหลังจากนี้เป็นต้นไปคงจะมีความร่วมมือใกล้ชิดและจะช่วยกันเร่งการระบาย และมีการส่งออกข้าวไปต่างประเทศให้มากขึ้น หลังจากนี้ไปคงจะเห็นว่าตลาดน่าจะมีความคึกคักมากขึ้น

 

13. ก่อนหน้านี้เห็นตามสื่อว่ามีความขัดแย้งระหว่างรัฐกับเอกชน ได้มีการทำความเข้าใจกันระดับหนึ่งแล้วหรือยัง

ตอบ อาจจะเป็นเพราะว่าต่างคนต่างพูดคนละทีผ่านแต่สื่อมวลชน อันที่จริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างผู้ส่งออกกับกระทรวงนั้นไม่ได้เสียหายอะไรเป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด ทุกครั้งที่เวลาเปิดประมูลจะมีสมาชิกจากสมาคมมาร่วมประมูลเสมอ เพียงแต่ว่าราคาไม่เป็นที่ตกลงกัน อาจจะไม่ประสบความสำเร็จบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่ารัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ หรือสมาคมผู้ส่งออกข้าวนั้นไม่มีใครต้องการให้ระบบการค้าล้มเหลว ต้องการให้ประสบความสำเร็จ ท้ายที่สุดนโยบายที่จะยกระดับราคาสินค้าเกษตรต้องได้รับการปฏิบัติและเดินทางต่อ

 

14. เกี่ยวกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว มีการดำเนินการตรวจสอบอย่างไรกันบ้าง เพราะว่าก่อนหน้านี้มีข่าวว่ามีการพบในบางพื้นที่

ตอบ ตั้งแต่โครงการปีที่แล้ว รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องระบบป้องกัน เพราะฉะนั้นปีนี้มีคณะอนุกรรมการตรวจสอบโดยเฉพาะซึ่งวางแผนการตรวจสอบตั้งแต่ก่อนรับจำนำ ระหว่างรับจำนำ และหลังจากที่ส่งมอบข้าวเข้าสู่โกดังกลาง ทุกขั้นตอนทุกระบบมีการตรวจสอบเพื่อที่จะมีความมั่นใจว่าหลักเกณฑ์ที่พยายามตั้งให้รัดกุมแล้วมีการปฏิบัติตามเพื่อที่จะป้องปราม อย่างไรก็ตามอยากจะเรียนว่าในสังคมก็มีส่วนน้อยที่พยายามหาทางออกนอกกฎ เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องไปจับคนพวกนี้ให้อยู่ในกรอบให้ได้ จากการติดตามตรวจสอบทั้งระบบ รัฐบาลเป็นผู้พบเองทั้งนั้น และส่งให้ตำรวจดำเนินการเพื่อป้องกัน นอกจากนั้นพบว่ายังมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนก็ปรับหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนตั้งแต่หนังสือรับรองเกษตรกรที่ระบุไว้ว่า ตัวเลขในหนังสือรับรองไม่ใช่เป็นสิทธิ ข้าวมีไม่ถึง ผลผลิตจริงไม่ได้แล้วไปเอาของคนอื่นมาเติมให้เต็มอย่างนี้ถือว่าสวมสิทธิ

 

15. มีการป้องกันการสวมสิทธิและมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลในขั้นตอนต่าง ๆ อย่างไรบ้าง เพราะมีบางคนไปเอาข้าวของคนอื่นมาเติม

ตอบ ที่ผ่านมาเข้าใจว่าเป็นสิทธิของตัวเองและเปิดเผยเลยไปหามาเติมให้เต็ม บอกว่าไม่ได้และอาจจะเข้าข่ายฉ้อโกงมีโทษทั้งจำ ทั้งปรับ และกรณีการจำนำข้ามเขตจะต้องมีการขออนุญาตก่อนไม่ใช่เอาไปวางแล้วออกใบประทวนแล้วมาขอทีหลัง ก็ทำให้การตรวจสอบมีความยาก อันนี้เรื่องของเกษตรกร ขณะที่ผ่านมายังมีข้อร้องเรียนว่าจุดรับจำนำยังไม่เข้มแข็งและก็เสริมให้ปีนี้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยให้มีตัวแทนเกษตรกรมากขึ้นเพื่อให้ช่วยกันคิดเป็นปากเป็นเสียงมีกำลังที่จะไปต่อรองรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นการป้องปราม ซึ่งตรงนี้หลายฝ่ายก็เห็นว่าดีเพื่อที่จะให้ชัดเจนว่าให้ความสำคัญกับจุดรับจำนำ ให้ความสำคัญกับการให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นเรื่องการช่างน้ำหนัก การวัดความชื้น สิ่งเจือปน เพราะเขาจะได้รับประโยชน์ตามที่ได้ตั้งเป้าราคาไว้อันนี้เพื่อวัตถุประสงค์อันนั้น และหลังจากนั้นการสีแปรสภาพส่งมอบก็มีคณะอนุกรรมการติดตามว่าจะต้องแปรสภาพตามกำหนด เพื่อที่จะให้ข้าวออกจากโรงสีเข้าคลังกลางตามกำหนดเพื่อให้โรงสีมีที่ว่างสำหรับความคล่องตัวในการรับจำนำ และหลังจากเข้าคลังแล้วยังมีคณะอนุกรรมการไปติดตามตรวจสอบการทำงานคือมีทั้งคณะตรวจสอบและคณะผู้ใหญ่ไปตรวจสอบการทำงานของคณะตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง เพราะฉะนั้นระบบการป้องปรามนั้นค่อนข้างเข้มงวดและเป็นที่เข้าใจของฝ่ายปฏิบัติที่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จะสังเกตว่าในรอบปีใหม่นี้ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพทั้งเกษตรกร ทั้งโรงสี

 

16. บทเรียนที่ได้จากการรับจำนำในงวดปี 2554 / 2555 ได้มาปรับใช้อะไรกับปี 2555 กับ 2556

ตอบ จุดรับจำนำในปีนี้เข้มข้นมากขึ้น เราเพิ่มอัตราส่วนของคณะกรรมการประจำจุดรับจำนำเดิมแล้วจะมีอยู่ 3 คน เกษตรกร 1 คน หน่วยงานของรัฐ 1 คน โรงสี 1 คน รวมเป็น 3 คน ส่วนในปีนี้ให้มีเกษตรกร 3 คน จะได้เสียงดังจะได้ไม่มีใครกล้ามาเอาเปรียบแล้วเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 คนต่อจุด อันนี้ก็จะทำให้การที่จะเอาเปรียบ ไม่สามารถทำได้หรือว่าถ้าเกิดมีพฤติกรรมเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะคอยให้ความยุติธรรม เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะมีการอ้างว่ามีการโกงน้ำหนัก โกงความชื้นก็ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกต่อไป เรื่องที่สองที่เพิ่มเติมคือว่ามีการใช้ระบบกล้อง CCTV ในการตรวจซึ่งระบบนี้ก็จะส่งสัญญาณมาที่ส่วนกลางที่กระทรวงพาณิชย์ โดยมีเจ้าหน้าที่ในศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่ในกรมการค้าภายในจะเป็นคนคอยดูแล เพิ่มเติมมากกว่านั้นคือจะใส่ระบบไอทีบวกกับระบบดาวเทียม อันนี้เป็นคำสั่งของท่านนายกฯ เพื่อที่จะให้ตรวจให้ละเอียด ดาวเทียมก็จะถ่ายภาพที่นาทั้งหมดแล้ววิเคราะห์ว่าทั้งหมดมีพื้นที่อยู่จำนวนกี่ไร่ และจะเอาเชื่อมโยงกับข้อมูลบุคคล

 

17. รัฐบาลมีระบบการตรวจสอบข้อมูลอย่างไรบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการทุจริต

ตอบ จะมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร กระทรวงการคลังเป็นผู้จ่ายเงิน   ธ.ก.ส. และมีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้คุมทะเบียนราษฎร เอาทั้งหมดมาเชื่อมโยงกันและบูรณาการข้อมูลวิเคราะห์ออกมาว่าบุคคลคนนี้ที่มาแจ้งว่ามีที่ดินกี่แปลงนั้นมีจริงหรือไม่ และที่ดินที่มาแจ้งนี้ไปทับซ้อนของใครหรือไม่ เพื่อที่จะดูว่าถ้าเป็นข้อเท็จจริงแบบนี้แล้ววิเคราะห์เลยว่าที่ดินแบบนี้ถ้าปลูกข้าวจะได้เท่าไหร่ ดาวเทียมนี้เทคโนโลยีทันสมัยใช้ระบบสเปกตรัมก็จะอ่านออกมาได้หมด เพราะฉะนั้นการที่จะมีการโกงปริมาณมาแอบอ้างว่ามีที่ตรงนั้นตรงนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีจะหมดไป ระบบนี้จะเร่งดำเนินการและร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งจะเป็นคนพัฒนาระบบให้ ถ้าทำตรงนี้เรียบร้อยก็สามารถที่จะนำมาใช้ได้ อันนี้จะเป็นเรื่องที่เรามีการปรับและเพิ่มเติมส่วนการติดตามทั้งหมดก็จะมีอีกคณะหนึ่งซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกฯ เฉลิม เป็นหัวหน้าคณะการทำงานซึ่งจะมีทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็เข้ามาทำงานใกล้ชิดกับ เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ในการลงไปดูแล ปีนี้เรามั่นใจว่าสามารถป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุต่าง ๆ เหมือนกับที่ผ่านมา

 

18. ในแง่ของคุณภาพข้าวที่มาจำนำเป็นอย่างไรบ้าง

ตอบ พวกยุ้งฉางที่เก็บไม่ค่อยมีคุณภาพเท่าไหร่ เรียนว่าถ้าเราต้องดำเนินนโยบายเพื่อทำความมั่นคงทางอาหารต่อนั้นอาจจำเป็นต้องลงทุนเรื่องไซโล (silo) ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเก็บข้าวให้ได้นาน สังเกตจากที่ผ่านมานี้ความผันผวนทางการผลิตมีมาก บางทีบางประเทศบางปีเขาก็ไม่ให้ข้าวส่งออก ความมั่นคงปลอดภัยที่มีไม่ใช่เฉพาะพวกเราอย่างเดียว แต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านด้วยเหมือนกัน กรณีแบบที่ท่านรัฐมนตรีไปหรือกระทรวงพาณิชย์ไปเจรจานั้น ไม่ใช่ไปเจรจาเพื่อไปดึง เพื่อไปรวมกันไม่ขายข้าว แต่ไปเจรจาว่าควรจะมีการเก็บข้าวอย่างไร เราควรจะปล่อยข้าวอย่างไร ถ้าดูแลตลาดนี้เป็นเรื่องของความมั่นคงทางด้านอาหารซึ่งเราพอจะทำได้เพื่อช่วยประเทศเพื่อนบ้าน เก็บทุกปีมันอาจเสื่อมสภาพเร็วต้องแก้ปัญหาตรงนั้น ยอมรับว่าที่ผ่านมาถ้าเก็บนานเกินปีก็มีการเสื่อมสภาพ

 

19. เวลาที่ต่างชาติซื้อข้าวเรา เขามองคุณภาพของเราอย่างไรบ้างตอนนี้

ตอบ มีมาตรฐานอยู่แล้วโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิจะมีมาตรฐาน เวลาไปเจรจาในรายละเอียดเขาก็จะบอกเลยว่าเป็นไปตามนี้ ๆ โดยเฉพาะข้าวคุณภาพดี ข้าวหอมมะลินั้นความบริสุทธิ์จะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน 98% คุณภาพข้าวในสต๊อกของรัฐบาลนั้นมีอยู่ 2 ส่วน ที่บอกว่าสภาพคือ 1. มันเสื่อมสภาพไปตามอายุของข้าว แต่สิ่งหนึ่งก็คือโดยเฉพาะข้าวหอมมะลินั้นความบริสุทธิ์ของข้าวหอมมะลิจะต้องไม่มีการเสื่อม อันนี้ต้องทำความเข้าใจกับชาวนาหรือโรงสีว่าในกรณีที่เป็นข้าวหอมมะลิจะต้องไม่มีความเสื่อม ในเรื่องของความบริสุทธิ์จะต้องเป็น 98% ที่เราประสบมาจากผู้ซื้อต่างประเทศนั้น เขายอมรับได้ในเรื่องของการเสื่อมไปตามกาลเวลา แต่ว่าความบริสุทธิ์ตามมาตรฐานเขาไม่ค่อยมั่นใจมาก ๆ นั่นคือเป็นประเด็นในการเจรจาข้าวคุณภาพดีค่อนข้างมีปัญหา ส่วนข้าวอื่นขายตามสภาพ ข้าวหอมมะลิเขายอมรับสภาพ แต่คุณภาพจะต้องเป็นไปตามนั้น อยากจะขอร้องชาวนาที่ปลูกข้าวหอมมะลิที่มีราคาดีอยู่แล้ว ถึงแม้ราคาที่รัฐบาลเป็นราคาที่ดีก็ขอให้ข้าวเป็นข้าวที่มีคุณภาพดี นั้นหมายความว่าการที่จะเก็บเกี่ยวอายุข้าวนั้นให้เป็นไปตามอายุของมันที่สมบูรณ์จริง ๆ ถึงเวลาที่จะต้องเก็บเกี่ยว และการดูแลของโรงสีนั้นโรงสีไหนที่ดูแลข้าวหอมมะลิก็ขอให้เป็นข้าวหอมมะลิที่มีความบริสุทธิ์ 98% เพราะว่าเจรจาได้ง่ายมากในเรื่องของสภาพ

 

20. มีปัญหาว่าชาวนาจะเร่งรีบเก็บเกี่ยวเพื่ออยากจะขายข้าวได้เร็วมากขึ้น มีข้อแนะนำอย่างไรบ้าง

ตอบ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา กติกาคือว่าชาวนาสามารถนำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำต่อหนึ่งฤดูกาลปลูกได้หนึ่งครั้ง ฤดูกาลปลูกของประเทศไทย ในอดีตกาลจะมีนาปีและนาปรัง การเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ เมื่อน้ำท่วมพื้นที่ปลูกนาปีโดนน้ำท่วม ภาคกลางก็โดนผลกระทบ พอน้ำลดก็มาปลูกแต่ช่วงเก็บเกี่ยวมาคาบเกี่ยวกับเวลาที่อยู่ในฤดูนาปรัง ดังนั้นได้มีการขยายโครงการนาปรังรอบที่แล้วให้มีการเข้าโครงการได้ 2 ครั้ง หมายความว่าเกษตรกรได้สิทธิ์ 2 ครั้งใน 1 ปี อันนี้คืออีกหนึ่งอย่างที่นำมาเปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องเร่งรีบในการเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ตามท่านก็ได้สิทธิ์ 2 ครั้ง ปลูกตั้งแต่เดือนไหนมาก็ปลูกไป เก็บเกี่ยวแล้วก็ไม่ต้องเร่ง ให้ข้าวได้อายุตามเกณฑ์ของมันจริง ๆ เพื่อให้ได้มาตรฐาน ปลูกรอบที่ 2 ก็นำมาเข้าโครงการได้ เราเริ่มต้นโครงการตั้งแต่ 1 ตุลาคม แล้วไปจบสิ้น 30 กันยายน ปี 2556 ในช่วง 12 เดือนนี้เกษตรกรหนึ่งท่านปลูกข้าวและเอามาเข้าโครงการได้ 2 ครั้ง ท่านจะปลูกครั้งที่ 3 นำมาไม่ได้แล้ว

 

21. เรื่องของเงินที่จะมีการส่งคืนให้ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เป็นอย่างไรบ้าง หลังจากที่เริ่มมีการระบายข้าวไปแล้ว

ตอบ เมื่อมีการระบายข้าวไปแล้ว ผู้ซื้อในต่างประเทศ แน่นอนเงินต้องจ่ายให้ ผู้ซื้อที่ประมูลข้าวในประเทศก็ต้องมีเงินประกันและต้องมีธนาคารรับรองเครดิตให้ด้วย เงินจะไหลเข้ามาจนครบถ้วนและอาจจะมีค่าใช้จ่ายบ้าง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอยู่แล้ว และยอมรับว่าการที่ต้องเก็บไว้ในช่วงเวลาหนึ่ง การที่จะต้องมีค่าใช้จ่าย เรื่องของดอกเบี้ยที่ต้องใช้ก็จะต้องมี เพราะฉะนั้นการคำนวณส่วนต่างเหล่านี้ในระดับที่รับได้และมีสูงกว่าที่เคยเป็นมาก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว อันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินที่จะได้คืน กรมการค้าต่างประเทศที่ได้มีการระบายข้าวในระบบ G to G ได้นำเงินส่งคืนให้กับกระทรวงการคลังผ่าน ธ.ก.ส. ไปแล้วจำนวน 42,000 ล้านบาท ตามโปรแกรมที่วางไว้คือจะคืนให้ครบ 85,000 ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้เป็นโรงพิมพ์ธนบัตร ข้อสงสัยว่ารัฐบาลไม่ได้ขายข้าวจริง ไม่ได้ขายส่งออก อันนี้กราบเรียนว่ายืนยันจากเม็ดเงินที่ส่งคืนให้กับ ธ.ก.ส.

 

22. เมื่อมีการรับจำนำข้าวเข้ามา การบริหารสต๊อกที่เก็บข้าวเป็นอย่างไร จำเป็นถึงขั้นต้องไปเปิดสนามบินดอนเมืองนำข้าวไปเก็บด้วยหรือไม่

ตอบ ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) ทั้ง 2 หน่วยงานยืนยันว่ามีพื้นที่เพียงพอยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปใช้สถานที่อื่น และทั้ง 2 หน่วยงาน เขาก็มีการเปิดรับสมัครเอกชนที่มีโกดังเข้ามาร่วมทำงาน ในฐานะที่เป็นโกดังกลาง เหตุที่เป็นข่าวในขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมบอกว่าขณะนี้มีพื้นที่ในส่วนที่กองทัพดูแล และมีโกดังว่าง ๆ เป็นจำนวนมากไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ ด้วยความปรารถนาดีเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ลองไปใช้ดู ท่านก็นึกถึงโกดังว่าง ๆ ที่อยู่ที่ดอนเมืองท่านก็เสนอมาด้วย นับเป็นความคิดที่ดีจะได้เป็นการทำงานข้ามกระทรวงกันด้วยเป็นความร่วมมือ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีที่เก็บ ขณะนี้มีพื้นที่เพียงพอมากมายก็คงต้องดูกัน เพราะบางทีโกดังที่เก็บข้าว อันที่ 1 ต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง ต้องมีการระบายอากาศที่ดีไม่มีความชื้น เป็นวิธีทางเทคนิคต้องมีเจ้าหน้าที่ไปดูก่อน บางที่ถ้าพื้นไม่แข็งแรงอาจเกิดการทรุด และอาจเกิดความเสียหาย ซึ่งอันนี้เป็นการพูดคุยกันแต่ผมยอมรับว่าเป็นความปรารถนาดีที่กระทรวงพาณิชย์ยินดีรับไว้ด้วย แต่คงยังไม่ได้ใช้ในขณะนี้

 

23. ปีการผลิตใหม่มีการเจรจาอย่างต่อเนื่องเรื่องการระบายข้าวด้วยหรือไม่

ตอบ การเจรจาเรามีอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าการซื้อขายระหว่าง G to G ไม่ได้ว่าคุยกันครั้งเดียว แล้วจะได้เลย เพราะว่าไม่ได้ขายคนเดียวในโลก ฉะนั้นผู้ซื้อต้องใช้ประโยชน์จากการเจรจา เพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์สูงสุดคือเป็นแบบนี้ทุกครั้ง และอีกอย่างหนึ่งเนื่องจากปีหน้าอาจจะต้องมาพิจารณาเรื่องของวิธีการขายข้าว สมมุติว่าเป็นข้าวหอมมะลิเป็นข้าวคุณภาพต้องมีวิธีการจัดการต่างจากข้าวขาวทั่วไป เพราะว่าข้าวหอมมะลิตลาดมีอยู่ 2 อย่างคือคนที่บริโภคข้าวใหม่กับอีกคนที่บริโภคข้าวเก่า เพราะฉะนั้นโอกาสของข้าวใหม่ก็มีช่วงที่ข้าวออกต้องคิดดูว่าวิธีตรงนี้จะทำอย่างไรให้รัฐบาลได้ประโยชน์สูงสุดจากตรงนี้ ถ้าเก็บเป็นข้าวเก่าหมด ขาดโอกาสที่จะขายประเทศที่ต้องการข้าวใหม่ นั่นคือสิ่งที่เรากำลังมีความร่วมมือที่ดีกันระหว่างผู้ขายในประเทศของเราเองด้วย ซึ่งอาจจะเป็นผู้ส่งออก เพราะท่านก็เป็นคนที่รู้จักตลาดในมุมที่อาจจะแตกต่างกว่ามาก อาจจะมีวิธีคิดที่ดีและมาร่วมมือกัน อาจจะทำเซ้กเมนต์ของข้าวแต่ละชนิดเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการขาย

 

........................................................

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

15 ตุลาคม 2555