นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เผยว่า ช่วงหน้าร้อนปีนี้ หลายจังหวัดของประเทศไทยประสบกับปัญหาภัยแล้ง โดยข้อมูลล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม ปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ในเขื่อนภูมิพล มีจำนวน 2,927 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 22 ของความจุในอ่าง เขื่อนสิริกิติ์ มีจำนวน 2,067 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 22 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีจำนวน 184 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 23 เขื่อนศรีนครินทร์ มีจำนวน 2,796 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 16 และเขื่อนวชิราลงกรณ์ มีจำนวน 1,441 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 16 อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้จัดสรรน้ำดิบเพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับ กปน. ในปริมาณที่เพียงพอ แต่ กปน.ก็มิได้นิ่งนอนใจ เตรียมแผนบริหารจัดการ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ จะเพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาน้ำกร่อย จากการรุกล้ำของน้ำเค็ม ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ ในกรณีที่แล้งมาก ๆ กปน.จึงเฝ้าระวังตรวจสอบความเค็มของน้ำดิบที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ณ จุดตรวจวัดต่าง ๆ ได้แก่ ท่าน้ำนนทบุรี,วัดสนามเหนือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และ สถานีสูบน้ำดิบสำแล จังหวัดปทุมธานี พบว่า ระดับความเค็มต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาแต่อย่างใด
นายเจริญ กล่าวว่าในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมนี้ ซึ่งอากาศร้อนกว่าทุกปี โรงงานผลิตน้ำทุกแห่งของ กปน. ได้เพิ่มกำลังการผลิตเต็มกำลัง เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้น้ำของประชาชน อย่างไรก็ตาม แม้ในปีนี้จะไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำดิบ แต่ กปน.ขอความร่วมมือผู้ใช้น้ำช่วยกันประหยัดน้ำ อย่าใช้น้ำฟุ่มเฟือย เนื่องจากปริมาณน้ำดิบที่นำมาผลิตน้ำประปาจะมีผลต่อการใช้น้ำของภาคส่วนอื่น โดยเฉพาะภาคการเกษตร ดังนั้น ทุกคนควรช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล