นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำภาคใต้ ว่า ภาพรวมเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยกเว้นพื้นที่ติดริมฝั่งชายทะเล โดยเฉพาะอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ปริมาณ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่คลองแล้ว คาดว่าภายใน 2 วัน จะเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ยังกังวลจากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาวะอากาศในช่วงวันที่ 9 - 13 พฤศจิกายน 2553 ว่า ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช จะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักหรือหนักมากในเย็นวันนี้ (9 พ.ย.53) และจะตกทั้งคืนไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2553ซึ่งสถาบันสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกาได้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำฝน 100 - 150 มิลลิเมตร ไม่รุนแรงเท่าครั้งก่อน แต่ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบเชิงเขา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งกรมชลประทานได้เตรียมความพร้อม โดยให้โครงการชลประทานจังหวัดเตรียมพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำให้มีปริมาณเหมาะสม
ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่น่าห่วง แม้จะมีน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้ง วันที่ 24 - 25 พฤศจิกายนนี้ และในวันนี้ (9 พ.ย.53) คาดว่า ระดับน้ำจะลดลงเหลือ 1.93 เมตร ต่ำกว่าที่คาดการณ์ หลังจากนั้นน้ำทะเลจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และต่ำสุดในวันที่ 18 - 19 พฤศจิกายน 2553ซึ่งในช่วงนี้กรมชลประทานจะเร่งระบายน้ำให้ได้มากที่สุด
ด้าน กรุงเทพมหานครยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลผ่านกรุงเทพมหานครในปริมาณมาก จึงต้องเฝ้าระวังแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงช่วงเทศกาลลอยกระทง
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

