นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดโครงการรวมพลังแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ของ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2555 “ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เป็นสายใยแห่งคุณค่าของปู่ย่าตายาย คนอีสานบ้านเฮา” ที่อาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย
นายแพทย์สุรวิทย์กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งดำเนินการสนองนโยบายนายกรัฐมนตรี ในการลดค่าใช้จ่ายด้านยารักษาโรค ข้อมูลล่าสุดพบคนไทยใช้ยาแผนปัจจุบันอยู่ในขั้นฟุ่มเฟือย ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งเคลื่อน ส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาติมาใช้ทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบันที่มีมูลค่าสูงปีละกว่า 130,000 ล้านบาทหรือร้อยละ 35 ของค่าใช้จ่ายสุขภาพ ซึ่งสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วที่ใช้เพียงร้อยละ 20 ในปีนี้มีนโยบายส่งเสริมให้โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศที่มี 10,580 แห่ง เพิ่มการบริการตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์ทางเลือกที่แผนกผู้ป่วยนอก และใช้ยาสมุนไพรรักษาอาการเจ็บป่วย เพื่อลดการใช้ยาแผนปัจจุบันให้ลดลง โดยให้โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติอย่างน้อย 20 รายการจากที่มี 71 รายการ เป็นยาสมุนไพรเดี่ยว 21 รายการ ที่เหลือเป็นตำรับยาสมุนไพรแบบดั้งเดิม โดยให้ รพ.สต. ใช้ยาสมุนไพรรักษาโรคมีมูลค่าร้อยละ 10 ของแผนปัจจุบัน ส่วนโรงพยาบาลชุมชนมูลค่าร้อยละ 5 รวมทั้งจัดแพทย์แผนไทย สาขาเวชกรรมไทยหรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ อย่างน้อย 1 คน ประจำโรงพยาบาลชุมชนให้ได้ 588 แห่งหรือร้อยละ 80 ของโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ และจะอบรมถ่ายทอดความรู้การใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ให้ผู้บริหารโรงพยาบาลชุมชนเพื่อให้เกิดการนำไปใช้รักษาผู้ป่วยอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ดูแลคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพรที่จะนำมาผลิตเป็นยา และควบคุมมาตรฐานจีเอ็มพี ตามเกณฑ์ที่ อย.กำหนด ซึ่งจะเป็นการรับรองการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทยในอีก 3 ปีข้างหน้าด้วย ทั้งนี้ ผลสำรวจการจัดบริการการแพทย์แผนไทยในปี 2552 ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 3,478 แห่ง พบร้อยละ 72 หรือ 2,521 แห่ง มีเจ้าหน้าที่ให้บริการการแพทย์แผนไทย ส่วนใหญ่ให้บริการมากกว่า 1 ประเภท ที่นิยมมากที่สุดคือ การรักษาด้วยยาสมุนไพรร้อยละ 59 รองลงมาคือการนวดไทยเพื่อรักษาร้อยละ 35 นวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพร้อยละ 35 อบประคบร้อยละ 33 และดูแลหลังคลอดร้อยละ 14 มีผู้บริการทั้งหมดเกือบ 3 ล้านคน โดยใช้ผู้บริการ 1 ใน 3 อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

