นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน โดยเฉพาะเดือนเมษายนแสงแดดจะแรง อากาศร้อนจัด และมีความชื้นสัมพัทธ์สูง ทำให้เหงื่อไม่สามารถระเหย และพาความร้อนออกจากร่างกายได้ เสี่ยงเป็นโรคลมแดด อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด และโรงพยาบาลทุกแห่ง ให้ความรู้ประชาชนในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันด้วยการอยู่ในบ้านหรือในตัวอาคารที่มีร่มเงา และดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำของร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงกลางวันจนถึง16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิอากาศสูงที่สุด
ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรค 4 โรคที่เสี่ยงในช่วงหน้าร้อน ได้แก่ โรคลมแดดหรือฮีสโตรก (Heat Stroke) โรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) โรคตะคริวแดด (Heat Cramps) และผิวหนังไหม้แดด (Sunburn) โรคที่รุนแรงที่สุดและเสี่ยงเสียชีวิตคือ โรคลมแดด ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการได้รับความร้อนมากเกินไป ทำให้สมองไม่ทำงาน ไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งสูญเสียความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติเกิน 40 องศาเซลเซียส ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องให้การรักษาอย่างรีบด่วนเนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิตได้ แม้ในผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง
การช่วยเหลือผู้ที่เป็นลมแดด ให้นำผู้ที่มีอาการเข้าในที่ร่ม ให้นอนราบ ยกเท้าทั้งสองข้างให้สูงเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงที่สมอง คลายเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ ขาหนีบ ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัว เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็ว และรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาโดยเร็วที่สุด สำหรับกลุ่มเสี่ยงเกิดโรคลมแดด ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่ต้องทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ และผู้ที่ดื่มสุราหรือเบียร์ในขณะที่มีสภาพอากาศร้อน
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

