www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
สธ.เผยมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยปีละกว่า 50,000 คน (15/3/2012)

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดการประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติ ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดการประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติ ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ในหัวข้อเรื่อง “ประสานงานวิจัยสู่การดูแลควบคุมโรคมะเร็งที่พอเพียง” (Bridging cancer research to optimized cancer care and control) จัดโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์

 

นายวิทยา กล่าวว่า ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ขณะนี้โรคมะเร็งกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรง เป็นสาเหตุให้คนทั่วโลกเสียชีวิตปีละ 7.6  ล้านคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี คาดว่า พ.ศ.2573 ผู้เสียชีวิตจากโรคนี้จะเพิ่มเป็น 17 ล้านคน ซึ่ง 2 ใน 3 ของผู้ป่วยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา สำหรับประเทศไทย โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของประเทศติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2543 และมีแนวโน้มอัตราการเกิดเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดปี 2553 พบผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้ารักษาในโรงพยาบาล 269,204 คน ผู้เสียชีวิต 58,076 คน โดยเป็นมะเร็งตับ-ท่อน้ำดีมากที่สุด รองลงมาคือมะเร็งหลอดคอ หลอดลมใหญ่ และปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และคาดว่าอีก 3 ปีไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 133,767 คน และมีผู้เสียชีวิต 84,662 คน

 

นายวิทยา กล่าวต่อว่า นโยบาย สธ.มุ่งเน้นการป้องกันเป็นหลัก เพราะร้อยละ 40 ของผู้ป่วยสามารถรักษาให้หายได้ถ้ารู้เร็วเพื่อไม่ให้มะเร็งลุกลาม วิธีดำเนินการมี 2 วิธีคือการป้องกันไม่ให้ป่วย และมีระบบการคัดกรองผู้ป่วย แนะนำผู้มีอายุ 30 ปีขึ้นไปควรตรวจสุขภาพค้นหาความผิดปกติอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้รู้ตั้งแต่แรกและนำไปสู่การรักษาอย่างทันที พร้อมสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเร่งรณรงค์นโยบายลดหวาน มัน เค็ม ลดอ้วน ลดโรค เพิ่มผักผลไม้ เพิ่มการออกกำลังกาย และลดละเลิกอบายมุข และ 5 ทำ 5 ไม่ห่างไกลมะเร็ง ได้แก่ ออกกำลังกายเป็นนิจ ทำจิตแจ่มใส กินผักผลไม้ อาหารหลากหลาย ตรวจร่างกายเป็นประจำ ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเซ็กซ์มั่ว ไม่มัวเมาสุรา ไม่ตากแดดจ้า และไม่กินปลาน้ำจืดดิบ โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นแกนหลักดำเนินการร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล