กล่าวว่าจากข้อตกลงการจัดทําเขตการค้าเสรีอาเซียน และการที่ไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายของประชากรและสินค้าเพิ่มมากขึ้น จนกระทบต่อระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะการแพร่โรคติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญ เช่น มาลาเรีย ไข้เลือดออก ไข้หวัดนก อหิวาตกโรค เอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวัณโรค จากประเทศเพื่อนบ้าน จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศชายแดนลุ่มแม่น้ำโขงให้เป็นรูปธรรม โดยพุ่งเป้าหมายการดูแลไปที่กลุ่มเฉพาะ ได้แก่ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ รวมถึงกลุ่มแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสสูงที่จะเชื้อโรคมาแพร่ได้
ทั้งนี้สถานการณ์ของโรคติดต่อบริเวณชายแดนลุ่มแม่น้ำโขงในพื้นที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี พบว่าโรคที่ต้องเฝ้าระวัง อาทิ โรคไข้เลือดออก ในปี 2554 มีรายงานโรคไข้เลือดออก 4,186 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 65.99 ต่อแสนประชากร มีผู้เสียชีวิต 2 ราย อัตราตายเท่ากับ 0.03 อัตราป่วยตายเท่ากับร้อยละ 0.05 โรคไข้มาลาเรีย มีรายงาน 772 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 12.17 ต่อแสนประชากร มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู มีรายงาน 643 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 10.1 ต่อแสนประชากร มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

