นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และแผนการพัฒนางานสาธารณสุข ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ว่า ตั้งแต่นี้ไป กระทรวงฯ จะเน้นที่การป้องกัน การควบคุม การเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เพื่อลดปัญหาการเจ็บป่วยของประชาชน คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ต้องกินยารักษาโรค โดยจะเน้นเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งขณะนี้พบว่าประชาชนไทยป่วยจากโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงกันมาก โดยเฉพาะคนวัยกลางคนขึ้นไป ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกินอาหารที่มีรสหวาน หรือมันจัด หรือเค็มเกินไป
จากข้อมูลล่าสุดในปี 2554 พบประชาชนป่วยเป็นโรคเบาหวานรายใหม่ปีละประมาณ 300,000 คน ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ ปีละ 800,000 คน ซึ่งเท่ากับจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่มีปีละ 800,000 คนเช่นกัน หากไม่มีมาตรการควบคุมแก้ไข จะทำให้ประเทศไทยเต็มไปด้วยคนป่วย 2 โรคนี้ในอนาคต และมีอายุสั้น ประเทศต้องสูญเสียเงินรักษาผู้ป่วยเหล่านี้จำนวนมาก เพราะเมื่อป่วยแล้วจะรักษาไม่หายขาด ต้องกินยาหรือเข้าๆออกๆ โรงพยาบาลเป็นประจำ
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในปีนี้กระทรวงฯ มีนโยบายจะให้โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศที่มีกว่า 900 แห่ง เป็นปฐมฤกษ์ในการจัดเมนูอาหารสุขภาพเป็นต้นแบบ เพื่อลดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากโรงพยาบาลต้องดูแลผู้ป่วย 2 กลุ่มนี้อยู่แล้ว ต้องจัดอาหารให้ผู้ป่วยทั้งที่เป็นชาวไทยพุทธและมุสลิม ให้ขยายผลไปสู่โรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลสังกัดภาครัฐอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ ยังให้โรงพยาบาลทุกแห่งคุมเข้ม ตรวจสอบการปนเปื้อนสารอันตราย เพื่อความปลอดภัยของอาหารผู้ป่วยตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นความปลอดภัยอาหารบริโภคทุกชนิด ตั้งแต่อยู่ในภาคผลิตในฟาร์มจนถึงการแปรรูปขึ้นโต๊ะอาหาร ถือเป็นยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขในปีนี้ ได้มอบให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ทุกเขต ติดตามกำกับในภาคปฏิบัติ ให้เกิดรูปธรรมอย่างชัดเจนภายในเดือนมีนาคม 2555 นี้
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

