นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้มีสถานพยาบาลในสังกัดถูกน้ำท่วม 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลหลังสวน จ.ชุมพร และที่ นครศรีธรรมราช 2 แห่ง คือ รพ.ท่าศาลา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ซึ่งระดับน้ำสูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร โดยที่ รพ.หลังสวน น้ำท่วมอาคารในโรงพยาบาล 4 จุด คือ ที่ หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โรงซักฟอก โรงครัว และบ้านพักระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนอาคารผู้ป่วยนอก ยังเปิดบริการได้ตามปกติได้จัดเรือรับส่งผู้ป่วย 1 ลำ ขณะนี้มีผู้ป่วยนอนพักรักษา 100 คน ส่วน รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช น้ำท่วมในอาคารผู้ป่วยนอกสูงประมาณ 5 เซนติเมตร แต่สามารถให้บริการได้ และท่วมบ้านพักเจ้าหน้าที่ ระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 6 เครื่อง และย้ายผู้ป่วยไปที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช จำนวน 20 ราย ขณะนี้ยังมีผู้ป่วยนอนพักในโรงพยาบาล 50 ราย โดยย้ายขึ้นไปบนหอผู้ป่วยชั้น 2 ทั้งหมด
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขทุกแห่งในภาคใต้ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่องทั้งจุดที่มีน้ำท่วมและที่จุดอพยพชาวบ้าน และให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับบริการให้เหมาะสม ในพื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เฝ้าระวังป้องกันโรคที่อาจเกิดตามมา เช่น โรคฉี่หนู เป็นต้น
ด้านไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ที่ จ.สงขลา วันนี้ สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ผลการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พบผู้ป่วย 900 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัด โดยหลังน้ำลดได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรค 12 (สคร.12) จ.สงขลา เฝ้าระวังและป้องกันโรคหลังน้ำลด ที่สำคัญคือโรคฉี่หนู และไข้เลือดออก สำหรับที่ อ.หาดใหญ่ สคร.12 ได้ดำเนินการกำจัดหนูก่อนหน้าที่จะเกิดน้ำท่วม รวมทั้งจัดการเรื่องขยะสดบริเวณตลาดและที่พักขยะร่วมกับเทศบาลนครหาดใหญ่แล้ว โดยในวันนี้จะพ่นสารเคมีกำจัดแมลงวันตามกองขยะต่างๆ ติดต่อกัน 3 วัน และจะพ่นสารเคมีกำจัดยุง ในวันที่ 5 มกราคม 2555 อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ลุยน้ำท่วม และหลังน้ำลด 1 สัปดาห์ หากมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะน่อง เข้าข่ายเป็นโรคฉี่หนู ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการเสียชีวิต
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

