สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาพระราชกำหนด 2 ฉบับ คือ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงินกู้ 350,000 ล้านบาท และพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 หรือการโอนหนี้ 1,140,000 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ในการอภิปราย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เห็นด้วยกับการออกพระราชกำหนดของรัฐบาล พร้อมเร่งให้คณะรัฐมนตรีเร่งหามาตรการในการฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัย รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าในปี 2555นี้ สถานการณ์น้ำจะไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เห็นว่าการจะโอนหนี้ให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นถูกต้องแล้ว เพราะจะทำให้มีช่องทางในการกู้เงินและนำไปใช้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้มากขึ้น แต่ขอให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและชัดเจน ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน ได้ท้วงติงเรื่องรายละเอียดของโครงการและแผนการที่จะดำเนินการให้ที่ประชุมรับทราบ จึงเกรงว่าอาจจะไม่โปร่งใส อีกทั้งการแก้ไขปัญหาด้วยการกู้เงินอาจจะเป็นการสร้างภาระหนี้สาธารณะให้มากขึ้น
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลตะหนักดีว่าเงินกู้มีจำนวนมากและมีความสำคัญต่อยอดหนี้สาธารณะรวม ดังนั้นรัฐบาลจะกำกับดูแลด้วยความซื่อตรงโปร่งใส และไม่เปิดโอกาสให้มีการรั่วไหล พร้อมให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามพระราชกำหนด 2 ฉบับนี้ และอีก 2 ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบก่อนหน้านี้อย่างสุดความสามารถ
อย่างไรก็ตาม หลังใช้เวลาพิจารณา 2 วัน นานกว่า 14 ชั่วโมง ที่ประชุมได้มีมติให้ความเห็นชอบพระราชกำหนดทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับแรกเห็นชอบด้วยคะแนน 281 ต่อ 1 งดออกเสียง 119 ไม่ลงคะแนน 8 เสียง ส่วนฉบับที่ 2 ด้วยคะแนน 276 ต่อ 114 งดออกเสียง 15 และไม่ลงคะแนน 9 เสียง
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

