โดยทิศทางแนวโน้มการเมืองไทย ในปี 2554 จะมีบรรยากาศที่ดีขึ้น ทุกพรรคการเมือง ทุกกลุ่มการเมือง เพราะจะได้เตรียมตัวเข้าสู่บรรยากาศของการเลือกตั้ง ทุกคนต้องทำเรื่องดี ๆ มาเสนอกับพี่น้องประชาชน คิดว่าประชาชนน่าจะสบายใจได้ ส่วนจะมีการยุบสภาทันที ที่แก้รัฐธรรมนูญเสร็จหรือไม่นั้น คิดว่ายังทำไม่ได้ เพราะจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่
ทั้งนี้ นายสุเทพ ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่จะยุบสภาในช่วงเดือนพฤษภาคม หรือ มิถุนายน โดยดูจากปฏิทินการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่คาดว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ น่าจะพิจารณาเสร็จก่อนเปิดประชุมสภา ช่วงปลายเดือนมกราคม และรัฐสภาน่าจะพิจารณาได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้น น่าจะมีการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่อ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า จะพิจารณาเสร็จภายในเดือนไหน
ต่อข้อถามว่า รัฐบาลจะต้องอยู่จนถึงช่วงเวลาจัดทำงบประมาณ และโยกย้ายข้าราชการหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดนั้น “การจะอยู่ต่อไปหรือไม่ คงไม่เกี่ยวกับเรื่องการโยกย้ายข้าราชการ แต่ผมคิดว่า ถ้าอยากให้ทุกอย่างราบรื่น บางทีอาจจะทำงบประมาณให้เรียบร้อยก่อน แต่ต้องดูบรรยากาศก่อนว่า คนอื่น ฝ่ายอื่น รวมทั้ง นายกรัฐมนตรีจะว่าอย่างไร เพราะนายกรัฐมนตรีมีเงื่อนไขอยู่ 3 ประการ ถ้าทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ก็คงเดินหน้าต่อไปในแนวทางนั้น” นายสุเทพ กล่าว
ส่วนที่หลายฝ่ายประเมินว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้า ในทางการเมืองจะมีฝ่ายที่ได้เปรียบและเสียเปรียบ นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะยุบสภาช้าหรือเร็ว เพราะทันทีที่ยุบสภา ก็จะเข้าสู่บรรยากาศของการหาเสียง ประชาชนก็ต้องคอยติดตามว่า แต่ละพรรคจะหาเสียงอย่างไร ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบแน่นอน
ต่อกรณีที่พรรคขนาดเล็กจะรวมตัวกัน เพื่อเป็นพรรคขนาดกลาง จะทำให้การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูผลหลังการเลือกตั้ง ต้องดูตัวเลข ส.ส.ที่มีอยู่จริงในสภาฯ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.เท่าไร จะให้ฟันธง ก็เป็นเรื่องที่ลำบาก ให้ดูว่าจะทำอย่างไรให้ได้คะแนนดีขึ้นจะง่ายกว่า
นายสุเทพ ยังให้ความเห็นกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่าพรรคเพี่อไทยจะต้องทุ่มเทสรรพกำลัง เพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน เพราะคาดหวังว่าจะทำให้ได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น แต่ในฐานะที่เป็นรัฐบาล ก็จะต้องเตรียมทำการบ้าน เพื่อใช้เป็นโอกาสในการชี้แจงกับประชาชน ซึ่งทุกกระทรวงจะต้องรู้ว่า มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น และอยู่ใสนความสนใจของประชาชน ก็จะต้องเตรียมชี้แจง
“ในส่วนของผม จะทำการบ้านไว้เลยว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย จะต้องนำเรื่องต่างๆ มาพูดในการอภิปรายในสภาฯ เพราะขณะนี้ นายจตุพร ถูกศาลสั่งห้ามพูดในที่ชุมนุม และเรื่องที่ นายจตุพร จะนำมาอภิปรายผม ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินเขาแพง เหตุการณ์เดือน เม.ย.-พ.ค. ค่าใช้จ่าย ศอฉ. และคนเป็น คนตาย คนเจ็บ ผมรู้ข้อสอบแล้ว” นายสุเทพ กล่าว
ที่มา : สำนักข่าวไทยผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

