www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กสอ.จะสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ปีงบ 54 รวม 1,400 ราย
          กรุงเทพฯ 22 พ.ย.-  นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2554 กสอ. ได้รับงบประมาณในภาพรวม 998 ล้านบาท เป็นงบประมาณเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมประมาณ 600 ล้านบาท คาดว่า จะสามารถส่งเสริมผู้ประกอบการในด้านต่างเพื่อให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นได้ถึง  30,000 ราย  ในจำนวนนี้ร้อยละ 40 เป็นผู้ประกอบการ ที่เหลือเป็นระดับพนักงาน โดยเป็นการพัฒนาทั้งด้านการใช้นวตกรรม ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี

         ด้านการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ปีงบประมาณ 2554 นายอาทิตย์ กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,400 รายซึ่งจำนวนรายต่ำกว่าปีงบประมาณที่ผ่านมาเล็กน้อย สำหรับอัตราการอยู่รอดของผู้ประกอบการรายใหม่ ในช่วง  3 ปีที่ผ่านมา ตรวจสอบของทริสนั้น  มีอัตราการอยู่รอดของกิจการรายใหม่สูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วทำได้ โดย กสอ. สร้างผู้ประกอบการใหม่ขึ้นมาแล้ว มีอัตราอยู่รอดใน 3 ปีให้หลังมากถึงร้อยละ 50 ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วมีอัตราอยู่รอดเพียงร้อยละ 6 เท่านั้น ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาอื่นภาพรวมมีอัตราการอยู่รอดหลัง 3 ปี เพียงร้อยละ 8 เท่านั้น

           อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า  กสอ.ยังเดินหน้าส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ไทยให้เพิ่มศักยภาพในการผลิต เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า สร้างมาตรฐานการผลิตที่ส่งมอบรวดเร็วหลีกหนีคู่แข่งขัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมกับการปรับเปลี่ยนตนเองจากการรับจ้างผลิต OEM ไปสู่เป็นเจ้าของตราสินค้า ซึ่งยอมรับว่า เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก และมีอุปสรรค แต่จะเป็นแนวทางสำคัญให้เกิดการขยายตัวของมูลค่าการส่งออก และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ในที่สุด

          นายอาทิตย์ กล่าวด้วยว่า การสร้างคลัสเตอร์นับเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการสร้าง อุตสาหกรรมให้ทันสมัย (Industrial Modernization) นั้น กสอ.ได้สนับสนุนด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลาย เช่น การพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ การพัฒนาคลัสเตอร์ และการจัดการโซ่อุปทาน รวมทั้งการสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาระหว่างภาค อุตสาหกรรมกับสถาบันการศึกษา ซึ่งการพัฒนาคลัสเตอร์ ของกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะช่วยทำให้วิสาหกิจ เกิดความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพราะการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ที่มีลักษณะเหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน จึงเป็นการเพิ่มพูนประสิทธิภาพให้กับสมาชิกกลุ่มให้สามารถแลกเปลี่ยนถ่ายโอน เทคโนโลยีซึ่งกันและกัน รวมทั้งเป็นการสร้างอำนาจการต่อรองให้กับสินค้า ผลิตภัณฑ์และการสั่งซื้อวัตถุดิบ


           ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้คลัสเตอร์ต่าง ๆ ได้แสดงศักยภาพในการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดกสอ. ได้เปิดให้มีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในกลุ่มคลัสเตอร์ต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กสอ.ร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมเชื่อมโยงเครื่องหนังไทยที่จัดตั้งมาตั้งแต่ ปี 2549  จัดงาน “แฟนพันธุ์แท้เครื่องหนังไทย” (Leather Lovers by Thai Cluster) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีช่องทาง ในการแสดงศักยภาพรวมทั้งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการในการนำ สินค้าที่ตนเองผลิตด้วยรูปแบบใหม่ ๆ มีคุณภาพ และมีตราสินค้า (Brand) เป็นของตนเองได้นำสินค้ามาทดสอบตลาดเพื่อศึกษารสนิยมของผู้บริโภคในการเลือก ซื้อสินค้าพร้อมนำข้อมูลที่ได้นำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้รองรับกับคำสั่งซื้อได้ อย่างถูกต้องต่อไป สำหรับการจัดงานดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันนี้ (22 พ.ย.) ไปจนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.30 น. ณ ห้องแสดงนิทรรศการ ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมสินค้าที่นำจำหน่าย ได้แก่ รองเท้า กระเป๋าและสินค้าแฟชั่นเครื่องหนัง

           นายอาทิตย์ กล่าวว่า  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบที่หลากหลายทันต่อแนวโน้มแฟชั่นที่มีการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลารวมทั้งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างสูงสุด มีความสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ  ที่จะต้องพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งการสร้างตราสินค้า  การออกแบบ  และการปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก เนื่องจากปัจจุบันกระแสการแข่งขันทางการค้านับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งในด้านการเปิดตลาดการค้าเสรี และการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยที่จำเป็นต้องพึ่งพาภาคการส่งออก เป็นสำคัญ  อีกทั้งอุตสาหกรรมดังกล่าว ยังเกี่ยวเนื่องกับสินค้ากลุ่มแฟชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงตามแนวโน้มการตลาด หรือตามกลุ่มผู้นำของโลก ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งพัฒนาตนเองและศึกษาผลกระทบต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางป้องกันและปรับกลยุทธ์ให้สามารถรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น

 

ที่มา     : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ   : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก