จากนั้น พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ที่ประชุมหน่วยงานด้านการข่าวได้รายงานสรุปความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมือง ต่าง ๆ ในช่วงนี้ นอกจากนี้ฝ่ายยุทธการยังรายงานการเตรียมแผนการรักษาความปลอดภัยในการประชุม จีบีซี ครั้งที่ 7 ที่พัทยา ระหว่าง วันที่ 29-30 ตุลาคมนี้ เบื้องต้นภารกิจหลักเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนทหารได้จัดเตรียมพร้อมกองร้อยรักษาความสงบไว้ในที่ตั้ง หากมีสถานการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น ก็พร้อมออกให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานว่า จากการตรวจสอบสถานีวิทยุชุมชนทั้งหมด พบว่า มีวิทยุชุมชนจำนวน 95 สถานี ที่ไม่ได้ยื่นหลักฐานขออนุญาตจัดตั้งวิทยุชุมชนให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งสถานีวิทยุที่สร้างสรรค์ สถานีเพลง สถานีที่เข้าข่ายหมิ่นเหม่ สร้างความแตกแยกให้สังคม และสถานีที่จาบจ้วงสถาบัน ซึ่งการดำเนินการตามกฎหมายจะใช้มาตรฐานเดียวกันหมด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังสอบถามความคืบหน้าการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยงทั่ว กรุงเทพฯ ซึ่งทางกรุงเทพฯ และตำรวจนครบาลระบุว่า จะกลับไปตรวจสอบอีกครั้งก่อนนำรายงานต่อที่ประชุม” โฆษก ศอฉ. กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมยื่นต่อศาลโลกเพื่อให้ดำเนินคดีที่ เจ้าหน้าที่ทหารที่กระชับพื้นที่การชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ และตนไม่ชัดเจนในเรื่องข้อกฎหมาย แต่ต้องดูข้อเท็จจริงว่า สิ่งที่ ศอฉ. ดำเนินการนั้นเป็นไปตามกฎหมาย พยายามระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่มาชุมนุมไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่กลับมีกลุ่มก่อการร้ายแฝงตัวอยู่ ซึ่ง ศอฉ. มั่นใจว่า สิ่งที่เราทำไปอยู่บนพื้นฐานหลักสากล มีขั้นตอนในการดำเนินการ และมีความชัดเจนว่า ไม่ต้องการประสงค์ทำให้มีใครบาดเจ็บล้มตาย แต่หากกลุ่มใดมีความคิดเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่เหมาะสมอย่างไร ก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน เพราะขณะนี้ในประเทศไทยมีการดำเนินคดีในเรื่องนี้อยู่
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ผู้อำนวยการ ศอฉ.ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมเกี่ยวกับกรณีที่ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายใช้วีซ่าและเอกสารปลอมเข้าประเทศกัมพูชาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ทางกระทรวงการต่างประเทศทำการยกเลิกหนังสือเดิน ทางแล้ว ซึ่งทุกอย่างดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแผนรักษาความปลอดภัยระหว่างการประชุมคณะกรรมการชายแดนไทย – กัมพูชา (จีบีซี) ที่โรงแรมดุสิตธานี อ.พัทยา จ.ชลบุรีนั้น ทาง พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ได้มอบหมายให้ พล.ต.วินัย สร้างสุขดี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 (มทบ.14) รับผิดชอบดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่รอบโรงแรมดุสิตธานีสถานที่การประชุม และตั้งกองอำนวยการร่วมดูแลรักษาความปลอดภัย โดยใช้กำลังทหารจาก มทบ.14 ร่วมกับ ตำรวจภูธรเมืองพัทยา อาสาสมัครพลเรือน ส่วนพื้นที่ในโรงแรมอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการทหารสูงสุด โดยจะประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่ติดตามบุคคลสำคัญเป็นหลัก
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

