พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวก่อนออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศมาเลเซีย ว่า ภารกิจในครั้งนี้คือการไปประชุมผู้บัญชาการทหารบกอาเซียน ครั้งที่ 11 และ ร่วมพิธีปิดการยิงปืนยุทธวิธี ครั้งที่ 20 และการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการหลังเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ส่วนกรณีที่นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (25 ต.ค. 53) ระหว่างที่ตนเองไม่อยู่ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ประชุมหารือเพื่อเตรียมการมอบหมายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการรักษาความปลอดภัยให้กับเลขาธิการสหประชาชาติ ในส่วนของกองทัพได้เตรียมกำลังเสริมไว้หลายพันนาย โดยแบ่งกระจายไปตามจุดต่างๆ ที่เลขาธิการสหประชาชาติจะเดินทางไป และขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับการก่อเหตุความไม่สงบระหว่างการเยือนของเลขาธิการสหประชาชาติ อย่างไรก็ตาม ศอฉ.มีมติห้ามไม่ให้มีการชุมนุมโดยเด็ดขาด แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมจะยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสหประชาชาติ หรือ จะมีการชุมนุมนั้นก็สามารถทำได้ แต่อยากให้คำนึงถึงหน้าตาและภาพลักษณ์ของประเทศ นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้มีตัวแทนเจ้าหน้าที่และจุดรับหนังสือโดยเฉพาะไว้แล้ว
พร้อมกันนี้ยังอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่นำสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจากการชุมนุมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐาน เพื่อเอาผิดกับผู้ที่นำสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาพาดพิง หรือ เกี่ยวข้องกับการชุมนุม โดยจะมีการลงโทษอย่างจริงจัง
ส่วนกรณีการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า กองทัพได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนแล้ว โดยในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนที่สามารถเข้าถึงได้ ก็จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไป แต่ในส่วนพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้นั้น ได้เตรียมการป้องกันไว้ ซึ่งปัญหาที่ทำให้กองทัพเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ไม่ทั่วถึงเนื่องจากขาดกำลังพลเพราะส่วนหนึ่งต้องไปดูแลสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการขาดงบประมาณของกองทัพแต่อย่างใด ซึ่งอยากให้ประชาชนและทุกฝ่ายเข้าใจ
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

