www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ศอฉ.กำชับทุกหน่วยจับตาสร้างสถานการณ์ช่วงเดือนต.ค.
     กองทัพบก 1 ต.ค. - ผอ.ศอฉ. สั่งทุกหน่วยติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ระบุหน่วยข่าวรายงานตรงกัน  เดือนตุลาคมนี้ มีโอกาสเกิดเหตุสร้างสถานการณ์ ปฏิเสธให้กลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งเวทีปราศรัยลานพระบรมรูปทรงม้า 7 ต.ค.นี้  หวั่นถูกครหา 2 มาตรฐาน ขณะที่นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่  เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แทน “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ที่เกษียณอายุราชการ
พ.อ.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด  โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุม ศอฉ. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการ ศอฉ. เป็นประธานว่า นายสุเทพ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด  เนื่องจากฝ่ายข่าวจากหลายหน่วยงานรายงานตรงกันว่า  ในช่วงเดือนตุลาคมนี้  มีความเป็นไปได้ว่าจะมีเหตุสร้างสถานการณ์เกิดขึ้น  จึงขอให้ทุกหน่วยมีมาตรการดูแลความปลอดภัย  ทั้งในส่วนของบุคคล  และสถานที่  อย่างไรก็ตาม  เหตุระเบิดที่ผ่านมา  หากมองในแง่ดี  เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ มีมาตรการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้สามารถตรวจพบได้ก่อนที่จะเกิดระเบิด  ซึ่งกรณีที่พบในหลายจุด  ผู้ครอบครองอาวุธผิดกฎหมายเกิดความเกรงกลัวความผิด  จึงได้นำมาทิ้งไว้ในที่ที่ตรวจพบได้ง่าย

“พล.อประยุทธ์  จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้รายงานต่อที่ประชุมเกี่ยวกับมาตรการดูแลความปลอดภัยคลังอาวุธของกองทัพ  โดยยืนยันว่า มีมาตรการที่รัดกุม รอบคอบดีอยู่แล้ว  แต่ที่เกิดเหตุเกิดจากบุคคล  ซึ่งต่อไปจะเพิ่มความถี่ในการตรวจเช็กอาวุธให้บ่อยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลคลังอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ หรือข้าราชการ ก็จะจัดทำประวัติโดยละเอียดใหม่ทั้งหมด จึงขอให้มั่นใจในระบบการดูแลคลังอาวุธ  ส่วนระเบิดอาร์พีจีที่ถูกขโมยไปจากคลังที่จังหวัดลพบุรี กำลังค้นหาที่ยังสูญหายไปอีก 10 ลูก” โฆษก ศอฉ. กล่าว

ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวโดยการจัดเวทีปราศรัย ในวันที่ 7 ตุลาคม ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมมอบหมายให้นายถวิล  เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขานุการ ศอฉ. ทำหนังสือปฏิเสธไปยังกลุ่มพันธมิตรฯ แล้ว  เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจที่กรุงเทพมหานคร จะอนุญาตได้ เพราะเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของสำนักพระราชวัง  อีกทั้งพื้นที่บริเวณดังกล่าว  ยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ในการสัญจรด้วย  หากอนุญาตให้กลุ่มพันธมิตรฯ ดำเนินการได้  ก็จะเป็นการดำเนินการในลักษณะสองมาตรฐาน  เพราะที่ผ่านมา ไม่ได้อนุญาตให้กลุ่มใดเข้าไปจัดกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว  จึงขอให้ไปจัดกิจกรรมในสถานที่ปิด

โฆษก ศอฉ. กล่าวด้วยว่า  ในส่วนของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ศอฉ. แทนนายสุเทพ นั้น เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผู้บัญชาการทหารบก  ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ  ศอฉ. และหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แทน พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  อดีตผู้บัญชาการทหารบก  ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้ว
 
 

ที่มา     : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ   : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก