พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุม ศอฉ. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการ ศอฉ. เป็นประธานว่า นายสุเทพ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝ่ายข่าวจากหลายหน่วยงานรายงานตรงกันว่า ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ มีความเป็นไปได้ว่าจะมีเหตุสร้างสถานการณ์เกิดขึ้น จึงขอให้ทุกหน่วยมีมาตรการดูแลความปลอดภัย ทั้งในส่วนของบุคคล และสถานที่ อย่างไรก็ตาม เหตุระเบิดที่ผ่านมา หากมองในแง่ดี เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ มีมาตรการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้สามารถตรวจพบได้ก่อนที่จะเกิดระเบิด ซึ่งกรณีที่พบในหลายจุด ผู้ครอบครองอาวุธผิดกฎหมายเกิดความเกรงกลัวความผิด จึงได้นำมาทิ้งไว้ในที่ที่ตรวจพบได้ง่าย
“พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้รายงานต่อที่ประชุมเกี่ยวกับมาตรการดูแลความปลอดภัยคลังอาวุธของกองทัพ โดยยืนยันว่า มีมาตรการที่รัดกุม รอบคอบดีอยู่แล้ว แต่ที่เกิดเหตุเกิดจากบุคคล ซึ่งต่อไปจะเพิ่มความถี่ในการตรวจเช็กอาวุธให้บ่อยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลคลังอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ หรือข้าราชการ ก็จะจัดทำประวัติโดยละเอียดใหม่ทั้งหมด จึงขอให้มั่นใจในระบบการดูแลคลังอาวุธ ส่วนระเบิดอาร์พีจีที่ถูกขโมยไปจากคลังที่จังหวัดลพบุรี กำลังค้นหาที่ยังสูญหายไปอีก 10 ลูก” โฆษก ศอฉ. กล่าว
ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวโดยการจัดเวทีปราศรัย ในวันที่ 7 ตุลาคม ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมมอบหมายให้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขานุการ ศอฉ. ทำหนังสือปฏิเสธไปยังกลุ่มพันธมิตรฯ แล้ว เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจที่กรุงเทพมหานคร จะอนุญาตได้ เพราะเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของสำนักพระราชวัง อีกทั้งพื้นที่บริเวณดังกล่าว ยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ในการสัญจรด้วย หากอนุญาตให้กลุ่มพันธมิตรฯ ดำเนินการได้ ก็จะเป็นการดำเนินการในลักษณะสองมาตรฐาน เพราะที่ผ่านมา ไม่ได้อนุญาตให้กลุ่มใดเข้าไปจัดกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว จึงขอให้ไปจัดกิจกรรมในสถานที่ปิด
โฆษก ศอฉ. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ศอฉ. แทนนายสุเทพ นั้น เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศอฉ. และหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แทน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้ว
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

