พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. แถลงผลการประชุม ศอฉ. ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ. เป็นประธาน ว่า ภายหลังองค์กรฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ออกแถลงการณ์ว่ารัฐบาลไทยยังมีการควบคุมตัวบุคคลตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้น ที่ประชุมเห็นว่าเป็นการเข้าใจผิด จึงมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวบรวมข้อมูลและชี้แจงทำความเข้าใจถึงการจับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องหาจาก เหตุการณ์ความไม่สงบว่าเป็นความผิดทางอาญาและต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยปัจจุบันมีผู้ต้องหาถูกคุมขังที่เรือนจำทั้งหมด 13 แห่ง จำนวน 185 คน ในทัณฑสถานหญิงกลาง 5 คน และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 3 คน ในกรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา และอุบลราชธานี ส่วนการจะยกเลิกหรือคงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไปหรือไม่ ที่ประชุมมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสรุปรายละเอียดสถานการณ์เพิ่มเติม และเสนอกลับมายัง ศอฉ.ภายใน 1 สัปดาห์
พันเอก สรรเสริญ แก้วกำเนิด ในฐานะโฆษกกองทัพบก ยังกล่าวถึงการค้นหาอาวุธที่ถูกขโมยไปจากคลังแสงจังหวัดลพบุรี ว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหากระสุนอาร์พีจีที่เหลือซึ่งคนร้ายทิ้งในแม่น้ำ ลพบุรี พื้นที่อำเภอท่าวุ้ง เพิ่มเติมอีก ภายหลังค้นหาได้ 12 ลูก ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่ามีทั้งหมด 16 ลูก
ส่วนการเลื่อนทดสอบประสิทธิภาพรถหุ้มเกราะจากยูเครนจากเดิมที่กำหนดเป็น วันที่ 28 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การทหารม้า จังหวัดสระบุรี เพราะทางบริษัทผู้จำหน่ายยังไม่จัดส่งเครื่องกระสุน จึงไม่สามารถทดสอบระบบการใช้อาวุธได้ โดยคาดว่าจะสามารถทดสอบประสิทธิภาพได้ในเดือนธันวาคม ขณะนี้รถหุ้มเกราะยังอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท กองทัพไม่ได้มีการตรวจรับอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม จะมีรถหุ้มเกราะอีก 10 คันทยอยมาในเดือนธันวาคมนี้ด้วย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

