นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์โรคผิวหนัง ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ผู้ป่วยคันเรื้อรังร้อยละ 10–50 พบว่ามีโรคทางกายภายในที่เป็นสาเหตุของอาการคันร่วมด้วย จึงควรได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการรักษาที่เหมาะสม อาทิ การตรวจนับเม็ดเลือด ตรวจค่าครีอาตินีนและ BUN ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคไต การตรวจหาเอ็นไซม์ตับ ตรวจหาระดับฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ ตรวจอุจจาระ ถ้าพบเลือดอาจเป็นมะเร็งระบบทางเดินอาหาร การขูดผิวหนังเพื่อหาเชื้อราหรือหิด และการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
ดังนั้น การรักษาอาการคันจากโรคภายในจึงขึ้นกับสาเหตุ หากไม่รักษาสาเหตุต้นตอของโรคภายใน อาการคันก็ไม่หายขาดและโรคภายในก็จะทรุดลงเรื่อย ๆ เช่น ในผู้ป่วยที่คันจากโรคไตแพทย์อาจพิจารณาฉายแสงยูวีบี,อาการคันจากต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเป็นผลจากผิวแห้ง รักษาด้วยครีมให้ความชุ่มชื้น และเสริมฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น
พร้อมกล่าวเตือนว่า ผู้ที่ป่วยคันเรื้อรังอย่าซื้อยามากินเอง เช่น ยาชุด ยาสมุนไพร ยาหม้อ ยาแผนโบราณ ยาลูกกลอน ยาพระ อาจมีการเจือปนสารอันตราย เช่น สเตียรอยด์ และสารหนูลงไป หากสารสเตียรอยด์มีปริมาณสูงจะทำให้หน้าบวมเป็นดวงจันทร์ ผิวแตกลาย เลือดออกในกระเพาะอาหาร กระดูกผุ น้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการทรุดลง การใช้สเตียรอยด์อาจทำให้อาการดีขึ้นช่วงแรก แต่เมื่อไม่ได้รักษาตรงจุดในที่สุดโรคจึงทรุดลงและยังมีข้อแทรกซ้อนจากยาอีกมาก ผู้ป่วยที่คันเรื้อรังจึงควรรับการตรวจร่างกาย และตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด เพื่อการวินิฉัยและหาสาเหตุร่วมจากโรคภายในอย่างตรงจุด
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

