• ขนาดตัวอักษร 
  •   print
ธ.ก.ส.จ่ายชดเชยให้เกษตรกรหลังประกันภัยความเสียหายจากภัยแล้ง
นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายชดเชยให้เกษตรกรหลังประกันภัยความเสียหายจากภัยแล้ง
     นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ทำพิธีจ่ายเงินสินไหมทดแทนให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดประจำปี 52 หลังจากได้นำร่องประกันภัยความเสียหายจากภัยแล้งจากการปลูกข้าวโพดมาแล้ว 3 ปี และครั้งนี้มีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมประกันความเสียหาย 8 ราย ด้วยการใช้ดัชนีน้ำฝนเป็นตัววัดถึงผลความแห้งแล้ง

      โดยในปีนี้ได้มีเกษตรกรซื้อกรมธรรม์ 817 ราย พื้นที่เอาประกัน 13,454 ไร่ รวม 15 อำเภอใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภอตาคลี ตากฟ้า ไพศาลี จ.นครสวรรค์ , อำเภอเมือง วิเชียรบุรี บึงสามพัน ศรีเทพ หล่มสัก เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์, อำเภอชัยบาดาล อำเภอเมือง หนองม่วง บ้านหมี่ จ.ลพบุรี, อำเภอหมวกเหล็ก พระพุทธบาท จ.สระบุรี และอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา วงเงินคุ้มครอง 13.3 ล้านบาท การคุ้มครองได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 52 กำหนดดัชนีน้ำฝนตามกรมธรรม์ 50-150 มิลลิเมตร เมื่อถึงกำหนดวัดค่าจากน้ำฝนได้ 63.1 มิลลิเมตร มีความเสียหายจากความแห้งแล้งจึงต้องชดเชยค่าสินไหม 93.14 บาทต่อไร่ มีเกษตรกรได้รับการชดเชย 80 ราย พื้นที่ 1,504 ไร่ เป็นเงิน 140,177 บาท

       นายเอ็นนู กล่าวว่าเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และให้เกษตรกรมีความเชื่อมั่นจากการปลูกพืชเกษตร เมื่อประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น จึงเตรียมขยายพื้นที่ไปจังหวัดอื่น ๆ รวมไปถึงการประกันภัยความเสียหายจากภัยแล้งสำหรับการปลูกข้าวใน 5 อำเภอที่จังหวัดขอนแก่น สำหรับการปลูกข้าวโพดได้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจัดสรรงบประมาณ เพื่อชดเชยเบี้ยประกันจากเดิมเกษตรจ่าย 100 บาทต่อไร่ ให้ลดเหลือ 50 บาทต่อไร่ โดยรัฐบาลช่วยเหลือ 50 บาทต่อไร่ คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วมได้ถึง 1 แสนคน พื้นที่นับล้านไร่ จากนั้นจะมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมโครงการมากขึ้น

       สำหรับการติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำฝน จะติดตั้งไว้ตามจุดสำคัญ 1 เครื่อง มีรัศมีวัดปริมาณน้ำฝน 25 ตารางกิโลเมตร มีต้นทุนค่าติดตั้งประมาณ 6 หมื่นบาท ซึ่งทางสมาคมประกันวินาศภัยจะเป็นรับผิดชอบในการติดตั้งเครื่อง โดยประสานกับกรมอุตุนิยมวิทยาในการประเมินค่าปริมาณน้ำฝน เพื่อจ่ายชดเชยสินไหมให้เกษตรกรหากฝนไม่ตกได้ตามปริมาณที่กำหนดไว้

       และเมื่อรัฐบาลมีแนวทางประกันราคาสินค้าเกษตร ทั้งมันสำปะหลัง ข้าวโพด และข้าว ธ.ก.ส.จะผลักดันแนวทางประกันความเสียหายจากการปลูกควบคู่ไปกับการประกันราคาสินค้า เพราะปัญหาหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ของลูกหนี้สัดส่วนร้อยละ 50 เกิดจากภัยธรรมชาติ ร้อยละ 30 เกิดจากปัญหาราคาตกต่ำ อีกร้อยละ 20 จากปัญหาพฤติกรรมการใช้จ่าย การรู้จักการออมเงินการใช้จัดทำบัญชีใช้จ่ายในครัวเรือน หากทำได้ทั้งหมดครอบคลุมแล้วจะแก้ปัญหาหนี้เสียได้มาก เพราะการประกันภัยความแห้งแล้งช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ การประกันราคาช่วยลดปัญหาราคาตกต่ำ

ที่มา     : สำนักข่่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก