สาระหน้ารู้เรื่อง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ตอนที่ 4 การดักข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ
วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2007
สาระหน้ารู้เรื่อง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ตอนที่ 3 การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ
วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2007
สาระหน้ารู้เรื่อง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ตอนที่ 1 การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ
วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2007
หลังจากที่ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ได้ถูกบัญญัติขึ้น และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่หากมีผู้ไม่ประสงค์ดีทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานผิดพลาดจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใดๆ เข้าไปล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จหรือมีลักษณะลามกอนาจาร อาจก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จึงเกิดขึ้นเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้เล็งเห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนทั่วไปที่ใช้อินเทอร์เน็ต จึงได้สรุปใจความสำคัญบางส่วนของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว โดยเริ่มจาก “มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ซึ่งการเข้าถึงในที่นี้หมายถึงการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ ทั้งในระดับกายภาพ ระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ทั้งหมดหรือเฉพาะบางส่วน และหมายรวมถึงการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ หรือส่วนประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการทุกวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางเครือข่ายสาธารณะ ผ่านระบบเครือข่ายเดียวกัน (Local Area Network หรือ LAN) หรือการเข้าถึงโดยการติดต่อสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless Communication) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะต้องเป็นระบบคอมพิวเตอร์ และผู้กระทำมีเจตนาในการกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 ด้วย ทั้งนี้ การกระทำผิดโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตรานี้อาจเกิดขึ้นได้หลายวิธี เช่น การเจาะระบบ (Hacking หรือ Cracking) หรือการบุกรุกทางคอมพิวเตอร์ (Computer Trespass) เป็นต้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการขัดขวางการใช้ระบบคอมพิวเตอร์โดยชอบของบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ