รายละเอียดเพิ่มเติม
อุตสาหกรรมจังหวัด 5 จังหวัดที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ ได้รายงานปัญหาและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ดังนี้
จังหวัดสมุทรปราการ พบการร้องเรียนเข้ามาว่ามีโรงงาน 4 แห่ง ปล่อยมลพิษทางอากาศ คือ บริษัท ไมโครไฟเบอร์อุตสาหกรรม จำกัด ประกอบกิจการผลิตฉนวนใยแก้ว โดยตรวจพบว่ามีเขม่าควันและฝุ่นละอองจากเตาหลอมแก้ว และการจัดการสิ่งปฏิกูล บริษัท โตโฮโฟม ( ไทยแลนด์ ) จำกัด ประกอบกิจการทำกล่องและบรรจุภัณฑ์จากโฟม บริษัท ฉวนลี่ อินดัสเตรียล จำกัด ประกอบกิจการทำผลิตภัณฑ์โฟมเกรดพี บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ประกอบกิจการผลิตเม็ดโฟม โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้สั่งการให้โรงงานทั้ง 4 แห่ง ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามมาตรา 37 ของ พรบ.โรงงาน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 และพิจารณาดำเนินคดีกรณีไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรและอาคารโรงงานตามกฎหมายแล้ว
จังหวัดสมุทรสาคร กรณีสั่งปิดโรงงานที่ฝ่าฝืนลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม บริเวณซอยกองพนันพล ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยสั่งให้หยุดประกอบกิจการบางส่วน 2 โรงงาน คือ โรงงานหลอมหล่อตะกรันอะลูมิเนียม ของบริษัท เอส. เอส. อลูมิเนียม 1999 จำกัด และ บริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด เนื่องจากไม่มีการขจัดมลพิษทางอากาศ หรือระบบขจัดมลพิษชำรุด และนำสิ่งปฏิกูลที่ไม่ใช้แล้วที่เหลือจากการบดย่อย และหลอมตะกรันอลูมิเนียมทิ้งกองไว้ในพื้นที่โรงงาน นอกจากนี้ได้ดำเนินคดีกับโรงงานที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรงงาน รวม 64 ราย โดยส่วนมากกระทำผิดเกี่ยวกับการไม่ส่งแบบขอขยายระยะเวลาในการกักเก็บสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุไม่ใช้แล้วในบริเวณโรงงาน ไม่มีบุคคลากรด้านสิ่งแวดล้อมโรงงาน รวมทั้งเพิ่มประเภทหรือชนิดของโรงงาน โดยที่ไม่ตรงกับได้รับอนุญาต
จังหวัดชลบุรี กรณีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากสารเคมีอันตรายรั่วไหลจากสถานที่เก็บวัตถุอันตรายของห้างหุ้นส่วนจำกัด นิวไลฟ์ เวิลด์ เมทัล หลังพบว่ามีการนำกากขยะมาทิ้งไว้ในพื้นที่ชุมชน กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า อาคารดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรม และมีการเก็บฝุ่นแดงโดยบรรจุในวัสดุที่เสื่อมคุณภาพ มีการรั่วไหลของฝุ่นแดง จึงได้สั่งให้ปรับปรุงอาคารสถานที่เก็บวัตถุอันตราย และเปลี่ยนถุงบรรจุวัตถุอันตรายที่ชำรุด เสื่อมสภาพ หรือที่หกรั่วไหล และทำความสะอาดพื้นอาคารจัดเก็บภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ออกคำสั่ง ซึ่งหากไม่สามารถทำได้ตามกำหนด ให้มีการเคลื่อนย้ายวัตถุดังกล่าวออกจากอาคารเดิม เพื่อนำไปเก็บ ณ สถานที่รักษาวัตถุอันตรายแห่งใหม่ที่ได้รับอนุญาตแล้วภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
จังหวัดเพชรบุรี กรณีหน้าเหมืองหินพังถล่มที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพชรสมุทร ตำบลหนองชุมพลเหนือ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว รายงานว่า มีการประสานงานกับสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 7 ราชบุรี โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกำกับดูแลทุกๆ 15 วัน และมีการสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะๆ
ส่วนการดำเนินการด้านกฎหมายตาม พรบ.แร่ พ.ศ.2510 ได้มีคำสั่งให้หยุดการทำเหมืองแร่ในทันที โดยไม่มีกำหนด และดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดในอัตราโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ยังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสาเหตุการพังถล่มของหน้าเหมือง ตรวจสอบวิศวกรเหมืองแร่ผู้ควบคุมการทำเหมืองแร่ของประทานบัตรดังกล่าว ส่งนายช่างรังวัดลงพื้นที่ทำการรังวัดทำแผนที่ภูมิประเทศ และรังวัดกำหนดเขตหน้าเหมือง ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบติดตามเพื่อประเมินความเสี่ยงของประทานบัตรแปลงอื่นๆในเขตจังหวัดเพชรบุรี
จังหวัดฉะเชิงเทรา กรณีโรงงานในพื้นที่ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม และอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ลักลอบทิ้งน้ำเสียและกากอุตสาหกรรม ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว พบว่า มีการลักลอบทิ้งใน 12 จุด ขณะนี้ได้รับการแก้ไขปัญหาเหลือเพียง 3 จุด และเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 56 ยังได้รับแจ้งร้องเรียนจากชาวบ้านที่เดือดร้อนจากโรงงานในพื้นที่จำนวน 3 แห่ง คือ บริษัท ฟิวชั่น ดิวิลอปเม้น จำกัด บริษัท เคเอสดี รีไซเคิล และบริษัทศูนย์กำจัดขยะของเสีย จำกัด ได้มีการตรวจสอบของจังหวัดและให้โรงงานทั้ง 3 แห่งไปพิจารณาแก้ไขปรับปรุง และหาวิธีป้องกันและลดผลกระทบไปยังพี่น้องประชาชน
จังหวัดปราจีนบุรี กรณีประชาชนร้องเรียนการลักลอบทิ้งน้ำเสีย บริเวณลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และกรณีการทิ้งกากอุตสาหกรรม ที่บริเวณบ่อดินเก่า ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี พบว่า มีการนำน้ำเสียที่เกิดจากการผลิตเอทานอลมาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีการอ้างว่า เป็นของบริษัทดับเบิ้ลเอ เอทานอล จำกัด ซึ่งได้เข้าไปตรวจสอบที่ตั้งโรงงาน พบว่า ระบบบำบัดน้ำเสียชำรุดไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ จึงมีคำสั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการโรงงานบางส่วนชั่วคราว และดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับ โดยปัจจุบันโรงงานยังปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียไม่แล้วเสร็จและหยุดประกอบกิจการโรงงาน