กระทรวงอุตสาหกรรม

ปลัดวิฑูรย์  ยันกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการแก้ปัญหาข้อร้องเรียนจากโรงงาน  ย้ำมีการตรวจสอบ พร้อมสั่งการเฉียบขาดทั้งเชิงรับเชิงรุก
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แถลงผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการร้องเรียนโรงงานในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการป้องกันอุบัติเหตุอุบัติภัยในจังหวัดที่มีความเสี่ยงจำนวน 5 จังหวัดว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ปรับวิธีการดำเนินงานของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดให้สามารถกำกับดูแลพื้นที่ให้ทั่วถึงและครอบคลุมมากขึ้น และจัดตั้งคณะทำงานกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายมาช่วยดำเนินงานตรวจสอบกิจการพื้นที่ที่มีเหตุเชื่อว่าไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย หลังจากที่ผ่านมาได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนอย่างมากต่อกรณีการประกอบกิจการของโรงงานอุตสาหกรรมและได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเข้าไปตรวจสอบแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนต่างๆ อย่างเร่งด่วนเป็นลำดับแรก
     “ผมได้มอบให้อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่และติดตามผลการดำเนินการอุตสาหกรรมในจังหวัดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการออกคำสั่งแก้ไขปรับปรุงใดๆ ควรจะต้องกวดขัน ตรวจสอบดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย และต้องเป็นผู้รับผิดชอบเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น การทำงานอย่างเข้มแข็งถูกต้องจะสามารถป้องกันความเสียหายและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้ รวมทั้งยังเพิ่มความไว้วางใจและเชื่อมั่นในการประกอบกิจการอุตสาหกรรมให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้ชิดโรงงานได้อีกด้วย ” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว
นายวิฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า “ต่อจากนี้จะให้อุตสาหกรรมจังหวัดเน้นทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยตั้งเป้าให้ทุกจังหวัดลดจำนวนเรื่องร้องเรียนให้เหลือน้อยที่สุด โดยเฉพาะกรณีการกำกับดูแลโรงงานที่มีการประกอบกิจการที่มีความเสี่ยงสูง ต้องยึดหลักการ “ป้องกันไว้ก่อน”  เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุอันตราบเป็นเหตุให้มีการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บพิการ  โดยจะนำผลการตรวจสอบและสั่งการของคณะกรรมการกำกับการประกอบกิจการ  ให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งมีอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธาน ไปเป็นบทเรียนเพื่อการแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ”
     นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังตั้ง 1.คณะทำงานสนับสนุนการแก้ปัญหาอันเนื่องมาจากโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อการทำงานเชิงรุก 2.ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดตามโครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและโครงการอุตสาหกรรมสีเขียว 3.ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรม 4.ปรับเปลี่ยนแต่ละจังหวัดให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมน่าอยู่ 5.ให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ผู้ประกอบการ พร้อมกับให้ความรู้เพื่อทำความเข้าใจกับชุมชนเพื่อจะให้โรงงานและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

 

รายละเอียดเพิ่มเติม
 
อุตสาหกรรมจังหวัด 5 จังหวัดที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ ได้รายงานปัญหาและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ดังนี้
 
     จังหวัดสมุทรปราการ พบการร้องเรียนเข้ามาว่ามีโรงงาน 4 แห่ง ปล่อยมลพิษทางอากาศ คือ บริษัท ไมโครไฟเบอร์อุตสาหกรรม จำกัด ประกอบกิจการผลิตฉนวนใยแก้ว โดยตรวจพบว่ามีเขม่าควันและฝุ่นละอองจากเตาหลอมแก้ว และการจัดการสิ่งปฏิกูล  บริษัท โตโฮโฟม ( ไทยแลนด์ ) จำกัด ประกอบกิจการทำกล่องและบรรจุภัณฑ์จากโฟม  บริษัท ฉวนลี่ อินดัสเตรียล จำกัด ประกอบกิจการทำผลิตภัณฑ์โฟมเกรดพี  บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด  ประกอบกิจการผลิตเม็ดโฟม โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้สั่งการให้โรงงานทั้ง 4 แห่ง  ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามมาตรา 37 ของ พรบ.โรงงาน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 และพิจารณาดำเนินคดีกรณีไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรและอาคารโรงงานตามกฎหมายแล้ว
     จังหวัดสมุทรสาคร กรณีสั่งปิดโรงงานที่ฝ่าฝืนลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม บริเวณซอยกองพนันพล ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร   โดยสั่งให้หยุดประกอบกิจการบางส่วน 2 โรงงาน คือ โรงงานหลอมหล่อตะกรันอะลูมิเนียม ของบริษัท เอส. เอส. อลูมิเนียม 1999 จำกัด และ บริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล  จำกัด เนื่องจากไม่มีการขจัดมลพิษทางอากาศ หรือระบบขจัดมลพิษชำรุด และนำสิ่งปฏิกูลที่ไม่ใช้แล้วที่เหลือจากการบดย่อย และหลอมตะกรันอลูมิเนียมทิ้งกองไว้ในพื้นที่โรงงาน นอกจากนี้ได้ดำเนินคดีกับโรงงานที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรงงาน รวม 64 ราย โดยส่วนมากกระทำผิดเกี่ยวกับการไม่ส่งแบบขอขยายระยะเวลาในการกักเก็บสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุไม่ใช้แล้วในบริเวณโรงงาน ไม่มีบุคคลากรด้านสิ่งแวดล้อมโรงงาน รวมทั้งเพิ่มประเภทหรือชนิดของโรงงาน โดยที่ไม่ตรงกับได้รับอนุญาต
จังหวัดชลบุรี กรณีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากสารเคมีอันตรายรั่วไหลจากสถานที่เก็บวัตถุอันตรายของห้างหุ้นส่วนจำกัด นิวไลฟ์ เวิลด์ เมทัล หลังพบว่ามีการนำกากขยะมาทิ้งไว้ในพื้นที่ชุมชน กระทรวงอุตสาหกรรม  โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า อาคารดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรม และมีการเก็บฝุ่นแดงโดยบรรจุในวัสดุที่เสื่อมคุณภาพ มีการรั่วไหลของฝุ่นแดง จึงได้สั่งให้ปรับปรุงอาคารสถานที่เก็บวัตถุอันตราย และเปลี่ยนถุงบรรจุวัตถุอันตรายที่ชำรุด เสื่อมสภาพ หรือที่หกรั่วไหล และทำความสะอาดพื้นอาคารจัดเก็บภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ออกคำสั่ง ซึ่งหากไม่สามารถทำได้ตามกำหนด ให้มีการเคลื่อนย้ายวัตถุดังกล่าวออกจากอาคารเดิม เพื่อนำไปเก็บ ณ สถานที่รักษาวัตถุอันตรายแห่งใหม่ที่ได้รับอนุญาตแล้วภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
     จังหวัดเพชรบุรี กรณีหน้าเหมืองหินพังถล่มที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพชรสมุทร ตำบลหนองชุมพลเหนือ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี  สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว รายงานว่า มีการประสานงานกับสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 7 ราชบุรี โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกำกับดูแลทุกๆ 15 วัน และมีการสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะๆ
ส่วนการดำเนินการด้านกฎหมายตาม พรบ.แร่ พ.ศ.2510 ได้มีคำสั่งให้หยุดการทำเหมืองแร่ในทันที โดยไม่มีกำหนด และดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดในอัตราโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ยังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสาเหตุการพังถล่มของหน้าเหมือง ตรวจสอบวิศวกรเหมืองแร่ผู้ควบคุมการทำเหมืองแร่ของประทานบัตรดังกล่าว ส่งนายช่างรังวัดลงพื้นที่ทำการรังวัดทำแผนที่ภูมิประเทศ และรังวัดกำหนดเขตหน้าเหมือง ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบติดตามเพื่อประเมินความเสี่ยงของประทานบัตรแปลงอื่นๆในเขตจังหวัดเพชรบุรี
     จังหวัดฉะเชิงเทรา กรณีโรงงานในพื้นที่ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม และอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ลักลอบทิ้งน้ำเสียและกากอุตสาหกรรม  ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว พบว่า มีการลักลอบทิ้งใน 12 จุด ขณะนี้ได้รับการแก้ไขปัญหาเหลือเพียง 3 จุด และเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 56 ยังได้รับแจ้งร้องเรียนจากชาวบ้านที่เดือดร้อนจากโรงงานในพื้นที่จำนวน 3 แห่ง คือ บริษัท ฟิวชั่น ดิวิลอปเม้น จำกัด บริษัท เคเอสดี รีไซเคิล และบริษัทศูนย์กำจัดขยะของเสีย จำกัด ได้มีการตรวจสอบของจังหวัดและให้โรงงานทั้ง 3 แห่งไปพิจารณาแก้ไขปรับปรุง และหาวิธีป้องกันและลดผลกระทบไปยังพี่น้องประชาชน
     จังหวัดปราจีนบุรี กรณีประชาชนร้องเรียนการลักลอบทิ้งน้ำเสีย บริเวณลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และกรณีการทิ้งกากอุตสาหกรรม ที่บริเวณบ่อดินเก่า ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี พบว่า มีการนำน้ำเสียที่เกิดจากการผลิตเอทานอลมาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีการอ้างว่า เป็นของบริษัทดับเบิ้ลเอ เอทานอล จำกัด ซึ่งได้เข้าไปตรวจสอบที่ตั้งโรงงาน พบว่า ระบบบำบัดน้ำเสียชำรุดไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ จึงมีคำสั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการโรงงานบางส่วนชั่วคราว และดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับ โดยปัจจุบันโรงงานยังปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียไม่แล้วเสร็จและหยุดประกอบกิจการโรงงาน