1. โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ตั้งอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ 3 หมู่ที่ 4 ตำบลอุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบกิจการผลิตบุหรี่ เงินลงทุน 13,980 ล้านบาท จ้างแรงงาน 1,800 คน ซึ่งทางคณะกรรมการกลั่นกรองฯ อนุญาตโดยเพิ่มเงื่อนไขด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนตามที่ กรอ.เสนอ
2. บริษัท เชียงใหม่ รีนิวเอเบิลเอ็นเนอยี่ จำกัด ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 คลองแม่น้ำ ตำบลวังหมัน อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ เงินลงทุน 588 ล้านบาท จ้างแรงงาน 10 คน กำลังการผลิต 8.16 เมกะวัตต์
3. บริษัท สยาม พาร์บอยไรซ์ จำกัด ตั้งอยู่ที่เลขที่ 99/3 หมู่ที่ 2 ตำบลหลักฟ้า อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ประกอบกิจการโรงสีขาว เงินลงทุน 950 ล้านบาท จ้างแรงงาน 85 คน กำลังสีสูงสุด 2,000 เกวียน/วัน
4.บริษัท เอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ตั้งอยู่ที่เลขที่ 10/8 ถนนลำลูกกา คลอง7 หมู่ที่ 3 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ประกอบกิจการห้องเย็นแช่ผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ เงินลงทุน 337 ล้านบาท จ้างแรงงาน 143 คน
ส่วนโรงงานที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯมีมติคืนเรื่องให้ กรอ.ตรวจสอบในเรื่องการประกาศรับฟังความคิดเห็นมี 2 ราย ประกอบด้วย
1.บริษัท โซล่าเทค เอ็นเนอยี่ จำกัด ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ เงินลงทุน 588 ล้านบาท จ้างแรงงาน 10 คน กำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์
2. บริษัท บางจากโซลาร์เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบล แสลงโทน อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ เงินลงทุน 2,058 ล้านบาท จ้างแรงงาน 12 คน กำลังการผลิต 12.50 เมกะวัตต์
“ การแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาร้องเรียน ปัญหาสิ่งแวดล้อมโรงงานตั้งแต่เริ่มตั้งโรงงาน ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตั้งแต่ต้นทาง เพื่อประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ และป้องกันผลกระทบในด้านต่าง ๆ ต่อชุมชมรอบสถานประกอบการ เพราะโรงงานมีระบบดูแลและมาตรการต่าง ๆ ตั้งแต่สร้างโรงงาน ” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว
สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประกอบกิจการอุตสาหกรรมในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา( ตุลาคม 2555-มีนาคม2556 ) โดยศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 153 เรื่อง แยกเป็นรายประเด็น พบว่า เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกลิ่นเหม็นมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 27 รองลงมาเป็นฝุ่นละอองและเขม่าควัน ร้อยละ 22 น้ำเสีย ร้อยละ 17 เสียงดัง ร้อยละ 12 สิ่งปฏิกูลและกากของเสียอันตราย ร้อยละ 5 เหมืองแร่ ร้อยละ 5 นอกนั้นเป็นประเด็นอื่นๆ ( สารเคมี เจ้าหน้าที่รัฐคัดค้านการตั้งโรงงาน ฯลฯ ) ร้อยละ 12 โดยเป็นเรื่องที่ยุติแล้วจำนวน 145 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 95 และอยู่ระหว่างการดำเนินการ 8 เรื่อง
คณะกรรมการกลั่นกรองฯ อนุญาตตั้งโรงงานขนาดใหญ่ 4 แห่ง มูลค่าการลงทุนร่วม 19,000 ล้านบาท จ้างแรงงานเพิ่มกว่า 2,000 คน ในภูมิภาคต่างๆ ทำเศรษฐกิจคึก ไฟเขียวตั้งโรงงานยาสูบ โรงผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ โรงสีข้าว และโรงห้องเย็น พร้อมรายงานตัวเลขร้องเรียนโรงงานรอบ 6 เดือน พบปัญหากลิ่นเหม็นมากสุด โดยจังหวัดสมุทรปราการครองแชมป์ ส่วนภาวะฉุกเฉินโรงงาน พบเหตุเพลิงไหม้กว่าร้อยละ 50
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการอนุญาตโรงงานบางประเภทที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยหลังการประชุมเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2556 ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ชุดใหม่ โดยมีเรื่องการอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)แล้ว เสนอมาที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จำนวน 6 ราย ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ได้พิจารณาอนุญาตทั้งสิ้น 4 ราย และคืนเรื่องให้ กรอ. ไปพิจารณา 2 ราย จึงทำให้ปัจจุบันไม่มีเรื่องค้างการพิจารณาแต่อย่างใด โดยโรงงานที่ได้รับการอนุญาต มีดังนี้
- __25.doc (3 Download)
