นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ยังขอรับฟัง (2)แนวทางการจัดการปัญหาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมในเขตนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมผาแดง นิคมอุตสาหกรรมตะวันออก นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย และนิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอลในพื้นที่จังหวัดระยอง (3)กรณีปัญหาตะกอนไฮโดรปิโตรเลียมในอ่าวประดู่ ปัญหาไอระเหยสารอินทรีย์ที่ยังเกินมาตรฐาน ควันดำที่จากปล่องควันของโรงงาน และการเกิดอุบัติภัยบ่อยครั้งจากรถขนถ่ายสารเคมีอันตราย (4) ติดตามนโยบายในการอนุญาตและการจัดการปัญหาการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในการผลิตถ่านโค้ก รวมทั้ง( 5)ความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการสามสามัคคี เพื่อทำการเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมของโรงงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (6) กรณีการพัฒนาเหมืองแร่โปรแตชที่จังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง และการแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโครงการเหมืองแร่ทองคำอัครไมนิ่ง จังหวัดพิจิตร (7) ปัญหาน้ำเน่าปลาตายเป็นประจำ ในเขตจังหวัดปราจีนบุรี และกรณีภาคองค์กรเอกชนได้สำรวจพบว่า ในพื้นที่คลองชลองแวง ในเขตอำเภอศรีมหาโพธิ์ มีปริมาณตะกั่วในตะกอน และเนื้อปลาเป็นจำนวนมาก ตลอดจน(8)การควบคุมคุณภาพของบริษัทเอกชนที่ให้การรับรองมาตรฐาน ISO และการจัดทำและพัฒนาระบบ ISO 14001 และ ISO 26000
“ในแต่ละปัญหา ผมได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นข้างต้น ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ รวมถึงสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วุฒิสภาในวันดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการฯ จะรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันผลักดันการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ผู้ประกอบการและประชาชนต่อไป ” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย