นายแพทย์ประดิษฐ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมเข้าใจตรงกันว่า การทำพีฟอร์พี มีบริบทในการทำงานของแต่ละสถานบริการมีความแตกต่างกัน หลักการที่สำคัญที่สุดคือต้องมีกติกากลางกำหนดขึ้นมา เพื่อให้แต่ละหน่วยงานใช้ดำเนินการ ไม่ให้มีความแตกต่างหรือเกิดปัญหามากขึ้น เช่น ด้านความมั่นคง ไม่ใช้เงินมากเกินไป ขณะที่มีปัญหาค่าใช้จ่ายในสถานพยาบาลอยู่แล้ว สามารถนำรายละเอียดปลีกย่อยไปปรับให้เหมาะสมกับหน่วยบริการแต่ละระดับได้ ดังนั้นเมื่อมีความเห็นตรงกัน จึงได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อทำหน้าที่ 2 ประการ คือ1. ปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาอุปสรรคหรือไม่สอดคล้องแต่ละพื้นที่หรือระดับสถานบริการให้ชัดเจน เพื่อเป็นหลักการที่ทุกคนต้องทำ เพื่อพัฒนาพีฟอร์ฟีให้เหมาะสมกับบริบทของสถานบริการแต่ละระดับ และให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข อยู่ในระบบได้
2. คิดมาตรการชดเชย เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการทำพีฟอร์พี ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ได้แก่ผู้ต้องการจะทำพีฟอร์พีแต่ไม่ได้ทำ อันเนื่องจากความไม่พร้อมของกระทรวงสาธารณสุข ที่ไม่สามารถสนับสนุนการทำพีฟอร์พีได้ แต่มาตรการนี้จะไม่ครอบคลุมถึงผู้ที่ตั้งใจต่อต้านหรือจะไม่ทำ เพราะจะเป็นอันตรายทางด้านจริยธรรม
นายแพทย์ประดิษฐ กล่าวต่อว่า สำหรับสัดส่วนของคณะทำงาน จะต้องมาจากบุคลากรวิชาชีพ สถานบริการแต่ละระดับ เนื่องจากพีฟอร์พีเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหลายวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม กลุ่มแพทย์ชนบทได้ขอทีมเข้าไปนั่งมากกว่าที่ตั้ง เพราะอาจจะมีหลายท่านเข้าใจ ซึ่งทางเราก็ยินดี แต่ให้มีจำนวนที่พอสมควร โดยจะถือหลักการทำงานด้วยเหตุและผล ไม่ใช้วิธีการตัดสินด้วยเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งกำหนดไว้ว่าจะดำเนินการให้ได้ข้อสรุปภายใน 60 วัน เตรียมพร้อมก่อน 2 เดือน ก่อนที่จะดำเนินการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 1 ตุลาคม 2556
****************** 6 มิถุนายน 2556