• ขนาดตัวอักษร 
  •   print
กระทรวงสาธารณสุข

 ไม่มีใบอนุญาต สงสัยอาจมีการทำแท้งเถื่อน  สั่งเจ้าหน้าที่ติดตามต่อ และในวันที่ 27 พ.ย.  สธ. จะเป็นเจ้าภาพทำบุญที่วัดไผ่เงินฯ  

 

          วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการสืบหาคลินิกและสถานพยาบาลที่อาจมีการทำแท้งเถื่อน ว่า นับตั้งแต่ปรากฏการค้นพบศพทารกจำนวนมากที่วัดไผ่เงินโชติการาม ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการประสานงานพนักงานสอบสวนติดตามเรื่องคดีอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2553 ได้จัดทีมเข้าไปตรวจสอบคลินิกหรือสถานพยาบาลต่างๆ เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 4 ทีม  ขณะนี้ตรวจสอบไปแล้ว 25 แห่ง ที่เขตสาธร 2 แห่ง บางคอแหลม 1 แห่ง มีนบุรี 14 แห่ง ดินแดง 5 แห่ง   และ จ.ปทุมธานี 3 แห่ง

 

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ผลการเข้าตรวจสอบคลินิกพบมี 1 แห่ง ที่จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป อยู่ที่ย่านตลาดไท จ.ปทุมธานี เปิดดำเนินการมาได้ประมาณ 3 ปี โดยเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 พบเป็นคลินิกที่เปิดให้บริการโดยไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล หรือเป็นคลินิกเถื่อน ในการตรวจค้นของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พบเตียง เวชระเบียนหรือประวัติผู้ป่วยที่มีการระบุอายุครรภ์ การทำอัลตร้าซาวน์ การขาดประจำเดือนของผู้เข้าใช้บริการบางส่วน ซึ่งจะต้องติดตามขยายผลร่วมกับพนักงานสอบสวนต่อไปว่ามีการให้บริการทำแท้งเถื่อนด้วยหรือไม่ ขณะนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในข้อหาประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนจะมีการทำแท้งเถื่อนหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะร่วมกับเจ้าพนักงานสอบสวนติดตามต่อไป

 

นายจุรินทร์กล่าวต่อไปว่า สำหรับในแต่ละจังหวัด เป็นหน้าที่ของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดที่จะเข้าไปติดตามตรวจสอบ กรณีนี้เป็นกรณีเฉพาะพิเศษที่ทางส่วนกลาง เข้าไปร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และพนักงานสอบสวนในการเข้าไปตรวจสอบ เพราะถือว่าเป็นจุดที่น่าจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และมีข้อมูลเบื้องต้นว่าน่าจะล่อแหลมต่อการกระทำผิดกฎหมาย ไม่สามารถประมาณการได้ว่าจะมีคลินิกหรือสถานพยาบาลในลักษณะนี้เท่าใด แต่กลุ่มเป้าหมายมีความชัดเจนอยู่แล้วตามที่ได้สั่งการไป ที่จะต้องติดตามดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้ในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ กระทรวงสาธารณสุขก็จะเป็นเจ้าภาพในการทำบุญที่วัดไผ่เงินโชติการาม ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหารือกับทางวัดมาอย่างต่อเนื่อง และจะให้หารือเรื่องการจัดการศพทารกต่อไปด้วย

 

ด้านนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า คลินิกที่ย่านตลาดไทดังกล่าว เดิมเป็นคลินิกที่เคยขออนุญาต ต่อมาได้ยกเลิกไป ขณะที่ไปตรวจสอบเข้าใจว่าอยู่ในขั้นตอนที่กำลังจะไปขออนุญาตต่อ ซึ่งพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างขวางอาจทำให้ยากต่อการตรวจสอบ ต้องขอความร่วมมือประชาชนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะบางครั้งยังเข้าใจว่าเป็นคลินิกที่ถูกต้องอยู่ การตรวจสอบคลินิกแห่งนี้เป็นการขยายผลจากการตรวจค้นชุดแรก ซึ่งมีข้อมูลกล่าวอ้างว่ามีพื้นที่บริเวณนี้ด้วย จึงประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดไปตรวจค้นในพื้นที่ ผลการตรวจสอบพบว่ามีเวชระเบียนชุดนี้เก็บแยกไว้ต่างหากมีประมาณ 40-50 ราย มีเฉพาะชื่อ ไม่มีที่อยู่ และไม่แน่ใจว่าเป็นชื่อจริงหรือไม่       

สำหรับประเด็นที่มีข่าวการผลักดันเรื่องการทำแท้งเสรีนั้น  นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีการเสนอกฎหมายจริงหรือไม่ หากมีการเสนอก็ไม่ทราบว่าจะมีการเสนอถึงขั้นให้เปิดให้มีการทำแท้งเสรีหรือว่าเป็นขั้นกรณีที่จะมีการเพิ่มเงื่อนไขให้มีการทำแท้งได้ตามกฎหมาย ต้องรอความชัดเจน  อย่างไรก็ตาม เรื่องการทำแท้งผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาเคยมีการถกเถียงกันมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกฎหมายมีความเหมาะสมกับสภาพสังคมอยู่แล้ว

 

 สำหรับเงื่อนไขที่มีการเปิดให้ทำแท้งได้ในปัจจุบัน เป็นไปตามกฎหมายอาญาและข้อบังคับของแพทยสภาเกี่ยวกับการทำแท้ง ซึ่งได้มีการระบุเปิดโอกาสให้ทำแท้งที่ถูกกฎหมายได้ชัดเจนว่าสามารถทำได้ใน 3 กรณี กรณีที่ 1 คือถ้าปล่อยให้อายุครรภ์ดำเนินต่อไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพกายของแม่ ซึ่งแพทย์สามารถทำแท้งให้ได้  กรณีที่ 2 หากแม่ตั้งครรภ์ถึงคลอดจะกระทบต่อสุขภาพจิตของแม่อย่างรุนแรง เช่นกรณีเด็กที่คลอดออกมาจะพิการอย่างรุนแรง หรือเป็นโรคทางพันธุกรรมอย่างรุนแรง เช่นกรณีเด็กมีแต่ศีรษะและลำตัว หรือมีศีรษะแต่ไม่มีเนื้อสมอง หรือเป็นโรคธาลัสซีเมียอย่างรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อคลอดออกมาจะอยู่ไม่นานก็จะเสียชีวิตและพิการ เป็นต้น ก็เปิดโอกาสให้ทำแท้งได้ แต่จะต้องมีคำรับรองจากแพทย์อย่างน้อยอีก 1 คน นอกเหนือจากแพทย์ผู้ทำแท้ง และกรณีที่ 3 คือหญิงนั้นถูกข่มขืน

 

ทั้งหมดนี้จะต้องเข้าหลักเกณฑ์ คือ 1.หญิงผู้ถูกทำแท้งนั้นต้องยินยอม 2.ผู้ที่ทำแท้งต้องเป็นแพทย์เท่านั้น 3.ต้องทำในสถานพยาบาลเท่านั้น ถ้าเป็นสถานพยาบาลของรัฐก็สามารถทำแท้งได้ตามเงื่อนไข 3 ข้อข้างต้น แต่ถ้าเป็นสถานพยาบาลเอกชนอายุครรภ์ต้องไม่เกิน 3  เดือนจึงจะสามารถทำได้  และแพทย์ผู้ทำจะต้องรายงานให้แพทยสภาทราบตามแบบรายงานที่กำหนดไว้

 

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติการอนามัยเจริญพันธุ์ ได้ลงนามเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปหลายเดือนแล้ว อยู่ระหว่างรอบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ยังไม่ทราบว่าจะอยู่ในวาระการประชุมครม. ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2553 นี้หรือไม่ เพราะว่าวันอังคารนี้จะมีการประชุมรัฐสภาเรื่องรัฐธรรมนูญ ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการครม.ว่าจะเลื่อนไปประชุมครม.ในวันพฤหัสบดีแทน กฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้ประชากรทั้งหญิงและชายที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ คือถ้าเป็นสุภาพสตรีก็ตั้งแต่วัยมีประจำเดือน สามารถได้รับการดูแลคุ้มครอง ตามมาตรฐานสาธารณสุขและการแพทย์ สิทธิการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ และสิทธิที่จะได้รับคำปรึกษาทั้งในเรื่องเพศศึกษา การวางแผนครอบครัว และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

ส่วนเรื่องการแก้กฎหมายทำแท้งนั้น กระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีความคิดจะเสนอแก้กฎหมายนี้ในขณะนี้ หากมีการหยิบยกประเด็นนี้ คงจะต้องหารือกันด้วยความรอบคอบ  อย่างไรก็ตาม การทำแท้งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งสำคัญที่สุดที่สังคมต้องระหนักในขณะนี้ก็คือ ต้องช่วยกันแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือทำอย่างไรที่จะป้องกันไม่ให้มีการท้องไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ซึ่งหลายหน่วยงาน หลายสถาบันที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถาบันครอบครัวต้องช่วยกัน ทั้งในส่วนการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศศึกษา การวางแผนครอบครัวควบคู่กันไป ยกเว้นกรณีหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกรณีถูกข่มขืนซึ่งกฎหมายก็เปิดโอกาสให้ทำได้อยู่แล้ว   

   *********************************  22 พฤศจิกายน 2553