www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯแถลงข่าวการบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ดร.ปลอดประสพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (กบอ.) แถลงข่าวการบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา

 

   
 

 

     ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วท. กล่าวว่า ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2554 เกิดวิกฤติการณ์อุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 600-700 คน ความเสียหายด้านธุรกิจที่ลงทุนในประเทศไทยมีผลกระทบต่อประชาชนกว่า 20 ล้านคน ซึ่งจัดลำดับความเสียหายที่ 4 ของโลกในรอบ 1 ทศวรรษ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 1.4 ล้านล้านบาท ที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจในประเทศ และภูมิภาคของโลกด้วย นับเป็นยุทธศาสตร์จากการเกิดความเสียหายด้านการลงทุนและการส่งออก รัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนการบริหารจัดการน้ำเป็นโจทย์หลักและแต่งตั้งคณะ กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) ที่มีความเชียวชาญจำนวน 14 หน่วยงาน นายรอยล จิตรดอน (ผอ.สสนก.) เป็นประธานฯ และ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วท. เป็นผู้มีอำนาจลงนาม โดยมีกฎหมายรองรับ ทั้งนี้ การทำงานด้านข้อมูลของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำ(กยน.) นั้น มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันทุกวันแบบ Real Time มีการประชุมหารือพร้อมรายงานความคืบหน้าของผลการปฏิบัติงานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกสัปดาห์  จากการใช้ยุทธวิธีของการบริหารจัดการจากต้นน้ำ = การซับน้ำให้ได้มากที่สุดจากทรัพยากรป่าไม้ ฝาย, กลางน้ำ = การชะลอน้ำ เก็บน้ำในแก้มลิง ฝาย คลอง หนองและบึง, และปลายน้ำ = กระบวนการขุดลอกแม่น้ำลำคลอง ยกระดับพื้นที่ สร้างเขื่อนป้องกันในบริเวณใกล้ วัด บ้านเรือน โบราณสถาน และนิคมอุตสาหกรรม โดยจะต้องระบายน้ำให้ไหลสู่ภาคกลางไม่เกิน 15,000 ลบ.ม. ซึ่งนับได้ว่ามีความสมดุลทั้งในด้านการระบายน้ำและการส่งน้ำเพื่อการชล ประทาน การปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลดำเนินการตามข้อเท็จจริงภายใต้ข้อมูลที่มีอยู่จริง และเคร่งครัดตามเกณฑ์ที่มีความเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักธุรกิจต่างประเทศที่มาลงทุนใน ประเทศไทย ถ้าไม่แก้ไขด้วยวิธีนี้และคำนึงถึงภัยแล้งในช่วงฤดูฝนการบริหารจัดการน้ำโดย กักเก็บน้ำไว้มากเกินไปนั้น ก็จะทำให้น้ำท่วมเหมือนรัฐบาลก่อนบริหาร 

 

 

     นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ชี้แจงว่า ภาคอีสานมีพื้นที่เกษตรกว่า 60 ล้านไร่ มีเขตชลประทานแค่ 4-5 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 6 จึงเป็นเกณฑ์ที่แสดงให้เห็นว่าปัญหาภัยแล้งในภาคอีสานเกิดโดยธรรมชาติซึ่ง ข้อมูลนี้สามารถไปสอบถามกับชาวบ้านในพื้นที่ได้ คือ ฝนไม่ตก ฝนตกทิ้งช่วง การแก้ปัญหาจึงทำได้โดยการใช้น้ำธรรมชาติหรือน้ำบาดาลเท่านั้น เนื่องจากไม่มีเครื่องมือในการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตามนอกจากภาคอีสานตอนกลางที่มีภัยแล้งแล้วรัฐบาลต้องระวังภาคอีสาน ตอนบน ภาคเหนือตอนบนด้วยเพราะการใช้ข้อมูลคาดการณ์ไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว ตัวอย่างเช่น เอลนินโญจีน ญี่ปุ่นนั้นควรจะเกิดภัยแล้งแต่กลับเกิดภัยน้ำท่วม สถานการณ์แบบนี้ทำให้ทุกหน่วยงานต้องทำงานอย่างหนักและใกล้ชิดมากขึ้น ในกรณีการคาดการณ์ปริมาณฝนในระยะยาวนั้น จำเป็นต้องเกิดความร่วมมือระหว่างนานาชาติในการทำแบบจำลองอากาศเพื่อความ แม่นยำมากขึ้น

     ทั้งนี้ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วท. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่กลางฤดูฝนการที่รัฐบาลระบายน้ำนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่า การที่ นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องภัยแล้งที่คลุมเครือพูดถึงแต่ภัยแล้งเพื่อโจมตี การดำเนินงานของรัฐบาล และสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำถ้าไม่มีข้อมูลที่เป็นจริง เนื่องจากการกำหนดภัยแล้งจะต้องมีหลักเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกิดปัญหาภัยแล้งนั้น เป็นเรื่องของธรรมชาติที่ฝนตกทิ้งช่วงในเดือนสิงหาคมมากกว่า พร้อมยืนยันว่าปี 2555 นี้ น้ำจะไม่ท่วมเหมือนปีที่ผ่านมา 100% และในฤดูหนาวจนถึงฤดูแล้ง พื้นที่ภาคกลางจะมีน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตร เพราะในเขื่อนต่างๆ ได้เก็บน้ำสำรองไว้แล้ว ส่วนในพื้นที่ภาคอีสานหากมีฝนตกลงมาน้อย รัฐบาลจะดำเนินการสูบน้ำจากลำน้ำต่างๆ หรือน้ำใต้ดินเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

เขียนข่าวโดย :  นางสาวนีรนุช  ตามศักดิ์

ภาพข่าวโดย : นายรัฐพล หงสไกร

เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ