www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รมว.วท. ให้สัมภาษณ์เรื่องคณะผู้เชี่ยวชาญจีนเยือนไทย (14/6/2012)

วันนี้ (7 มิ.ย. 2555) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำจากคณะตัวแทนกระทรวงน้ำ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เดินทางสู่ประเทศไทยตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ได้เดินทางสู่ประเทศจีนโดยให้ความเห็นว่าสภาพภูมิประเทศและปัญหาอุทกภัยที่ เกิดขึ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนมีความคล้ายคลึงกัน เนื่องจากประเทศจีนประสบปัญหาน้ำท่วมมายาวนานจนสามารถหาวิธีบริหารจัดการน้ำ ได้สำเร็จจากทีมผู้เชี่ยวชาญที่เก่งที่สุดของประเทศกว่า 50 ท่านและมีระบบศูนย์เตือนภัยที่มีประสิทธิภาพมาก

 

วันนี้ (7 มิ.ย. 2555) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำจากคณะตัวแทนกระทรวงน้ำ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เดินทางสู่ประเทศไทยตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางสู่ประเทศจีนโดยให้ความเห็นว่าสภาพภูมิประเทศและปัญหาอุทกภัยที่ เกิดขึ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนมีความคล้ายคลึงกัน เนื่องจากประเทศจีนประสบปัญหาน้ำท่วมมายาวนานจนสามารถหาวิธีบริหารจัดการน้ำ ได้สำเร็จจากทีมผู้เชี่ยวชาญที่เก่งที่สุดของประเทศกว่า 50 ท่านและมีระบบศูนย์เตือนภัยที่มีประสิทธิภาพมาก จึงได้ประสานให้ผู้บริหารจากประเทศจีนส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแก้ไขปัญหา อุทกภัยของประเทศไทยก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝน การส่งทีมคณะผู้เชียวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศจีนมาช่วยเหลือ ประเทศไทยในครั้งนี้ถึง 24 ท่านซึ่งนับได้ว่าเป็นสัมพันธมิตรและนิมิตรหมายที่ดี โดยทีมคณะผู้เชียวชาญฯ จะไปลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูล วิเคราะห์ลุ่มน้ำจากแผนการดำเนินการ ดังนี้

 

1.   ทบทวนเกี่ยวกับสาเหตุ-ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย

2.   ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อบกพร่องของแผนการดำเนินการด้านการบริหารจัดการน้ำที่ประเทศไทยได้ดำเนินการอยู่

3.   ตรวจสอบและวิเคราะห์แผนการบริหารจัดการน้ำระยะสั้นที่ประเทศไทยได้ดำเนินการอยู่

4.   ตรวจสอบและวิเคราะห์แผนการบริหารจัดการน้ำระยะกลาง-ระยะยาวที่ประเทศไทยได้ ดำเนินการอยู่ว่าถูกทิศทางหรือไม่ ในส่วนของการเก็บกักน้ำ การระบายน้ำ การส่งน้ำ การพยากรณ์อากาศ ระบบการเตือนภัย และประสิทธิภาพขององค์กรการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย

 

ทั้งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำจากประเทศจีนจะทำงานร่วมกับคณะผู้ เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยเป็นระยะเวลา 2 อาทิตย์ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ระยะยาวที่ประเทศไทยอีกจำนวน 2- 3ท่านเพื่อให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่คณะการบริหาร จัดการน้ำของประเทศไทย ซึ่งสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ ทำแผน ประมูลแข่งขัน โดยขณะนี้การตกลง MOU ได้ให้ความเห็นชอบทางกฎหมายแล้วและลำดับถัดไปจะนำเข้าคณะกรรมการบริหาร จัดการน้ำ เข้าเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรี ตามลำดับเพื่อเปิดให้บริษัททั่วโลกเข้ามาประมูลแข่งขัน ในการดำเนินแผนระยะยาวกับการปฏิรูปการบริหารจัดการน้ำในวงเงิน 3.4 หมื่นล้าน ต่อไปในอนาคต

 

นอกจากนี้แผนการบริหารจัดการน้ำระยะสั้นในวงเงิน 2.5 พันล้าน ที่รัฐบาลดำเนินการอยู่แล้วนั้น โดยมีเป้าหมายการเตรียมรับมือให้ทันกับหน้าฝนที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้พบว่า ฝนในปีนี้มาช้ากว่าปี 2554 ประมาณ 30 วัน หรือ 1 เดือน ปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปี 2554 จำนวน 20% แต่ยังสูงกว่าเกณฑ์ปกติ 20% ปริมาณน้ำในเขื่อนมีน้อยกว่าปีที่แล้ว 2-3% ซึ่งยังไม่ใช่เกณฑ์ที่พอใจเท่าไหร่ โดยการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่วันนี้ จนถึง เดือนสิงหาคมน้ำในเขื่อนจะต้องมีปริมาณน้อยกว่าปี 2554 ในปริมาณที่พอสมควรเขื่อนทุกเขื่อนจะต้องเก็บกักน้ำได้ 3.5 พันล้าน ลบ.ม. โดยประเมินจากปริมาณที่สามารถเก็บได้ในเขื่อนใหญ่และแก้มลิงทุกจุดจะเหลือ ความเสี่ยงกับปริมาณน้ำประมาณ 1.5 พันล้าน ลบ.ม. ซึ่งน้อยกว่าในปี 2554 ประมาณ 1 ใน 3 ของตัวเลขทั้งหมด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการควบคุม และป้องน้ำในเขื่อน โดยยืนยันจะไม่เกิดปัญหาภัยแล้ง ประตูระบายน้ำทุกจุดจะมีอุปกรณ์ ระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ และจะควบคุมการไหลทิศทางของน้ำในประเทศทุกตารางนิ้วตลอดเวลา

 

ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะลงพื้นที่ไปตรวจดูน้ำที่จังหวัดสุโขทัย เนื่องจากจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดแพร่ ติดลุ่มน้ำยมที่มีสภาพพื้นที่ป่าไม้เต็งรังที่ไม่สามารถดูดซับน้ำจึงจะไป ตรวจสอบและหาทางแก้ไขปัญหาในการบริหารองค์รวมของแม่น้ำยม ต่อไป

 

เขียนข่าวโดย :  นางสาวนีรนุช  ตามศักด์

ภาพข่าวโดย :  นางสาวสิริลักษณ์  สิกขะบูรณะ

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3732