เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยบ่มเพาะธุรกิจ และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม Swissotel Le Concorde ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน “Thai-BISPA DAY 2012” ฉลองครบรอบ 3 ปี และการสัมมนาหัวข้อ “การบ่มเพาะธุรกิจในโลกเสรีอาเซียน (Moving forward with the AEC) เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยบ่มเพาะธุรกิจ และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม Swissotel Le Concorde ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องยืนอยู่บนสังคมที่มั่นคง มีหลักมั่น มีความเชื่อที่ถูกต้อง มีทิศทางที่ชัดเจน ถ้าเราเลือกทิศทางนี้ เครื่องมือที่ดีที่สุด ความเชื่อที่ดีที่สุด คือ วิทยาศาสตร์ เพราะวิทยาศาสตร์เป็นความจริงพิสูจน์ได้ วิทยาศาสตร์พัฒนาได้ ทำอย่างไรจะให้สังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐาน Knowledge base Society วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นสิ่งจำเป็นต้องมี เพื่อการค้าขาย จะทำให้ประเทศไทยยืนยง Science Park เป็นกระบวนการที่ดีที่สุดกระบวนการหนึ่งในวันนี้ที่จะสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ขึ้นมาในเศรษฐกิจฐานความรู้ หรือธุรกิจวิทยาศาสตร์
![]() |
![]() |
![]() |
อาเซียน (AEC) ที่จะเกิดขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ไม่ว่าเทคโนโลยีของ AEC จะเป็นอย่างไร ในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จำเป็นต้องร่วมกัน และร่วมกันได้ที่มองเห็นก็จะเป็นเรื่อง Green Technology เมื่อต้องการสิ่งแวดล้อมที่ดี เรื่องเทคโนโลยีไม่ใช่ขายได้ แต่เป็นเงื่อนไขของการลงทุนไปแล้ว เรื่องพลังงานทดแทน ซึ่งจะเป็นทั้งความอยู่รอดและความมั่งคั่งในระยะยาว เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีในระยะยาว เรื่องไบโอเทคโนโลยี การรับรู้ปกป้องเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากระบบนิเวศมันเชื่อมต่อกัน ไม่มีขอบเขต Climate change การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ฤดูกาลเปลี่ยน การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ หากปลูกข้าวเร็วขึ้น 1 เดือน มันจะไม่มีผลผลิต เพราะข้าวมันต้องใช้แสง ก็ต้องมาคัดกรองสายพันธุ์ข้าวใหม่
![]() |
![]() |
![]() |
ด้าน ศ.ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ นายกสมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีนโยบายจะก้าวสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ จึงมีความจำเป็นต้องยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีของวิสาหกิจไทย ซึ่งทั่วโลกใช้กลไกอุทยานวิทยาศาสตร์และศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี เป็นกลไกหลักสองชนิดที่ใช้ได้ผลดีในการสร้างธุรกิจเทคโนโลยี เพื่อผลักดันประเทศสู่เศรษฐกิจฐานความรู้
![]() |
![]() |
![]() |
ในปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้จัดและประสานงานฝึกอบรมในรูปแบบการประชุมสัมมนา และเวิร์กช็อปทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้เจรจาให้สมาชิกได้รับการสนับสนุนหรือยกเว้นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน เรามีบุคคลากรคนไทยที่สามารถทำหน้าที่เป็นครูฝึกได้แล้ว สมาคม Thai-BISPA มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 31 ราย การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากเป็นการฉลองการจัดตั้งสมาคมฯ ครบ 3 ปี เป็นศูนย์กลางเครือข่ายของกิจกรรมบ่มเพาะธุรกิจ และอุทยานวิทยาศาสตร์ของประเทศ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศในระดับสากล และเป็นการเผยแพร่ผลงานเด่นของสมาชิกสมาคมฯ ประจำปีตามวัตถุประสงค์เหมือนเช่นที่ผ่านมาแล้ว สาระสำคัญของงานยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้สมาชิกฯ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการได้เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558”
![]() |
![]() |
![]() |
จากข้อเสนอความร่วมมือระหว่างประเทศในอาเซียนจะเห็นว่า มีการยกประเด็นต่างๆ เช่น อาหาร พลังงาน ปัญหาโลกร้อน ภัยธรรมชาติ สังคมผู้สูงอายุ เป็นต้น ซึ่งล้วนต้องการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนา ดังนั้นการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการ พัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ภายในงานมีการจัดเสวนา “Moving forward with the AEC” ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558” ในช่วงเช้าเราจะมีการเสวนาในหัวข้อ “ความคาดหวังของประเทศไทยต่อ AEC” และหัวข้อ “อุทยานวิทยาศาสตร์ในมุมมองของประเทศไทย” โดยผู้บริหารที่อยู่ในวงการและมีประสบการณ์ตรงในเรื่องนั้นๆ ส่วนช่วงบ่าย มีการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ นอกเหนือจากการเสวนาและการบรรยายดังกล่าว ยังมีการนำเสนอผลงานของผู้ประกอบการที่ได้รับการบ่มเพาะจากหน่วยบ่มเพาะ ธุรกิจต่างๆ ในรูปแบบของนิทรรศการที่จัดตลอดทั้งงาน
ถ่ายภาพข่าว : นายรัฐพล หงสไกร
ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร
เผยแพร่ข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ


















