ดร.ปลอดประสพ กล่าวอีกว่า น้ำท่วมเราคงไม่ชอบ เพราะว่ามันทำให้ชีวิตลำบาก และทำให้เกิดความเสียหายเยอะแยะ เป็นมนุษย์มีปัญญาก็ต้องต่อสู่ ต่อสู้ด้วยปัญญาคือการต่อสู้ด้วยวิทยาศาสตร์ ว่าเราจะอยู่ยังไง ไม่ได้อยู่อย่างผู้แพ้ แต่อยู่อย่างผู้ชนะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ หน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายก็คือ จะอยู่กับน้ำอย่างไร อย่างผู้ชนะ อย่างปลอดภัย อย่างสะดวกสบาย เมื่อคิดได้แล้วต้องนำสิ่งนั้นออกมาให้ประชาชนใช้ และใครจะเป็นคนทำ ก็ต้องให้นักธุรกิจทำ เอาไปขาย ก็ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หมายความว่าต่อไปนี้ หากน้ำท่วมประเทศไทยประชาชนจะสะดวกสบาย เพราะว่าเราคิดวิธีสู้น้ำได้ ยกตัวอย่าง ตอนน้ำท่วมมีปัญหาเรื่องกระสอบทราย เพราะยังไงน้ำท่วมก็ต้องกั้น ไม่ให้น้ำเข้า ต้องวุ้นวายไปหาทราย หาถุง ต้องไปกรอกถุง แล้วก็หนักด้วย ยิ่งทำตอนน้ำท่วมยิ่งหนักมาก เราก็คิดกันใหม่ ใช้สารโพลิเมอร์ใส่เข้าไปในถุง บางนิดเดียว เบากว่าหมอนที่หนุนศีรษะทุกวันด้วยซ้ำไป แต่เมื่อไหร่น้ำท่วมขึ้นมาก็วางเอาไว้ น้ำเข้าไปทำให้มันพอง และมีน้ำหนักกลายเป็นกระสอบทรายเลย ข้อดีคือเก็บง่าย เพราะมันบางนิดเดียว เบา ยกไปไหนก็ได้ แต่พอถูกน้ำมันก็พอง หนาและหนัก ก็กลายเป็นกระสอบทราย ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกลัว การมีไว้ในครอบครัวก็มีง่าย กระเป๋าใบเดียวเก็บได้เป็นร้อยถุงเลย เพียงแต่ว่ามันอาจจะแพงกว่ากระสอบทรายหน่อย ตอนนี้ถ้าผู้ประกอบการสนใจก็มาคุยกัน แล้วเอาไปประดิษฐ์ขาย
![]() |
![]() |
![]() |
ตัวอย่างที่สอง เราถามกันเสมอว่าน้ำท่วมหรือยัง ท่วมมากท่วมน้อย เราจะไปติดกล้องยังไง ก็เลยคิดว่าตอนนี้มีจ่าเฉยเยอะแยะไปหมด เราก็ติดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ใส่ไปเลย ต่อไปนี้จ่าไม่เฉย สามารถรายงานการจราจรได้ จับขโมยรถได้ จับความเร็วได้ วัดน้ำได้อีก น้ำมาไม่มา ท่วมถึงหัวเข่าหรือท่วมถึงตาตุ่ม ท่วมกี่เมตร เพราะจ่ามีทุกถนน ต่อไปจะรู้ว่ามันท่วมถนนที่ไหน ท่วมมากแค่ไหน ผู้ขับรถจะได้รู้ หรือเรื่องไฟคราวที่แล้วตายไป 700 ราย ครึ่งหนึ่งเกิดเพราะไฟช็อต ครึ่งหนึ่งของไฟช็อตเกิดเพราะไดโว่ ฉะนั้นต้องมีปัญหาที่ไดโว่แน่ เราจะไปคิดว่าทำอย่างไรจะมีไดโว่ที่มันปลอดภัย ต่อไปมันจะไม่ช็อตทำให้คนเสียชีวิตอีก นี่เป็นกระบวนการคิด และน้ำท่วมนานไปน้ำก็เน่า ทำอย่างไรจะไม่ให้น้ำเน่า ใสสารอะไรลงไปที่จะทำให้ไม่เน่า เราก็ไปคิด น้ำเน่ามียุงเยอะจะปราบยุงอย่างไร ถือศีล ไม่กล้าฆ่ายุง จะนอนอยู่กับยุงอย่างไร ก็คิดมุ้งนาโนขึ้นมา นี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงน้ำท่วมทั้งสิ้น ให้สภาพน้ำท่วมมันกระตุ้นสติปัญญาเรา ให้สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ขึ้นมา นั่นคือการจัดงานในวันนี้
![]() |
![]() |
![]() |
ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า การจัดงาน NAC 2012 ภายใต้แนวคิด “รู้ สู้ พิบัติภัยไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ในครั้งนี้เพือเป็นเวทีให้กับนักวิจัยของ สวทช. จาก 4 ศูนย์แห่งชาติได้นำเสนอผลงานความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขา ต่างๆ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลความรู้ให้กับประชาชนและสังคมได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือ กับพิบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งก่อนเกิดภัย เมื่อเกิดภัยขึ้นแล้ว และหลังพิบัติภัยผ่านพ้นไป โดยเฉพาะภัยจากน้ำท่วม
![]() |
![]() |
![]() |
การจัดงานประชุมและแสดงผลงานประจำปี 2555 ของ สวทช. (NAC2012) เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันที่ 24-28 มีนาคม นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีกิจกรรมสำหรับครอบครัว “นักวิทยาศาสตร์น้อย รู้ สู้ พิบัติภัย” ในวันที่ 24-25 มีนาคม 2555 ด้วย ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าการจัดงานในปีนี้มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ครอบคลุมประชาชน ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นักธุรกิจ เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจทั่วไป ซึ่งข้อมูลและความรู้จากงานครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในการนำไป ประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับพิบัติภัยได้อย่างเหมาะสมต่อไป ผู้สนใจสามารศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nstda.or.th/nac2012 ถ่ายภาพข่าว : นายรัฐพล หงสไกร
ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร
เผยแพร่ข่าวโดย : นีรนุช ตามศักดิ์









