ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “นวัตกรรม ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประเทศอย่างยั่งยืน โดยอาศัยความสามารถด้านการบริหารจัดการความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะ “นาโนเทคโนโลยี” ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่และมีความสำคัญยิ่งในกระแสยุคโลกาภิวัตน์ และน่าจะเป็นคำตอบหนึ่งของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะนำไปใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการนำไปใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถทางการแข่งขันของภาคเอกชน ดังจะเห็นได้จาก “โครงการนวัตกรรมเสื้อยืดนาโนซิลเวอร์” ที่ทาง สนช. ได้ริเริ่มให้การสนับสนุน บริษัท ยูไนเต็ด เท็กซ์ไทล์ มิลล์ จำกัด ในการพัฒนากระบวนการผลิตเสื้อยืดที่มีการเคลือบสารนาโนซิลเวอร์ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดรายได้มากกว่า 200 ล้านบาท นอกจากนี้ สนช. ยังได้ให้การสนับสนุน บริษัท สเปเชี่ยยลดี้ ไบโอเทค จำกัด ในการพัฒนา “โครงการการผลิตเบต้ากลูแคนและผลิตภัณฑ์จากยีสต์” และบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ในการพัฒนา “โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสารสกัดเกสรบัวหลวง” ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ดังนั้น การสัมมนาในครั้งนี้ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเชื่อมต่องานวิจัยทางด้านนาโนเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาขึ้นด้วยฝีมือนักวิจัยไทย มาสู่ “นวัตกรรม” ที่จับต้องใช้ได้จริง และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาขีดความสามารถได้อย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ การสัมมนาในวันนี้จะช่วยทำให้ท่านเข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ และกลไกการสนับสนุนของ สนช. ที่จะสามารถช่วยเหลือท่านในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม ตลอดจนการเสวนาจากบริษัทเอกชนที่ได้ประสบความสำเร็จจากพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมด้านนาโนเทคโนโลยี”
นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า “นาโนเทคโนโลยีถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจจากภาคเอกชนทั่วโลก ซึ่งจะเห็นได้จากผลคาดการณ์สภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาว่าใน พ.ศ. 2558 จะมีมูลค่าผลิตภัณฑ์นาโนเทคโนโลยีทั่วโลกมากกว่า 40 ล้านล้านบาท และจากแนวโน้มมูลค่าการตลาดที่สูงนี้ ประเทศต่าง ๆ จึงเร่งวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านนาโนเทคโนโลยีกันอย่างมากดังจะเห็นได้จากการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นใช้งบลงทุนในนาโนเทคโนโลยีประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี เกาหลีประมาณ 9,000 ล้านบาทต่อปี ไต้หวันประมาณ 4,000 ล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มต้นมีงบประมาณเพียง 900 กว่าล้านบาท ทำให้การพัฒนานาโนเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมของประเทศไทยนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากขาดความเชื่อมโยงงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการต่อยอดงานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบธุรกิจนวัตกรรมด้านนาโนเทคโนโลยีและวัตถุดิบ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ และเพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจของภาคเอกชนไทย สนช. จึงได้จัดให้มีการสัมมนาในหัวข้อ “ธุรกิจความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการและภาคเอกชน เพื่อสรรค์สร้างธุรกิจนวัตกรรมด้านนาโนเทคโนโลยีของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นในการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยภายในประเทศ ลดการนำเข้าเทคโนโลยีและวัตถุดิบ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ อนึ่ง การประชุมในครั้งนี้ ประกอบด้วยการเสวนาด้านการดำเนินธุรกิจนวัตกรรม ตลอดจนการบรรยายเรื่อง “โอกาสและการพัฒนางานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยี” ทั้งนี้ มีผู้แทนบริษัทเอกชนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้จำนวน 200 คน”
นอกจากนี้ ภายในการสัมมนายังมีการบรรยายและเสวนาจากบริษัทที่ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจนวัตกรรมและนักวิชาการชั้นนำด้านเทคโนโลยีนาโน อาทิ กลยุทธ์ความสำเร็จในธุรกิจนวัตกรรมนาโน ทิศทางการประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย การพัฒนาต่อยอดงานวิจัยเพื่อการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมของประเทศไทย ฯลฯ
ที่มา : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร
ผู้ส่งข่าว : กมลวรรณ ธานี
