โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความคุ้มค่าของโครงการสนับสนุนนักเรียนทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามแนวทางการประเมินตามกรอบของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ ซึ่งในงานสัมมนาดังกล่าวได้มีคณบดีและรองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ผู้อำนวยการศูนย์ และผู้บริหารในกระทรวงฯ จำนวนมาก ร่วมรับฟังและระดมความคิดเห็น พร้อมเสนอแนะแนวทางต่างๆ ที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการดำเนินโครงการสนับสนุนนักเรียนทุนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกระทรวงฯ
ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวเปิดการสัมมนา ว่า “กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยจัดให้มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งการเสริมสร้างกำลังคน การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ให้กับบุคลากร และอีกหลายประเภทโครงการ ซึ่งโครงการสนับสนุนนักเรียนทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหนึ่งในโครงการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 จวบจนปัจจุบันเป็นปีที่ 17 แล้ว ปัจจุบันมีนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษาและกลับมาทำงานให้กับประเทศแล้วจำนวน 1,302 คน นอกจากนี้โครงการยังได้รับความสนใจสูงจากคณะอนุกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ถือว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงต่อการผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่รับนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษาเหล่านี้เข้าปฏิบัติงาน
การสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เป็นการจัดทำโครงการนำร่องประเมินความคุ้มค่าขึ้น โดยเลือกโครงการสนับสนุนนักเรียนทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้หน่วยงานตอบคำถามว่าภารกิจที่ทำนั้นส่งผลประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนโดยรวมอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร โดยเน้นไปที่ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้ประโยชน์และคุณภาพการให้บริการ และผลที่ได้นอกจากจะบ่งบอกว่าโครงการมีความคุ้มค่าหรือไม่เพียงใดแล้ว ก็ยังได้รับข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการปรับกระบวนการการให้บริการ การบริหารจัดการเพื่อให้โครงการสัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ให้มากที่สุด อันจะส่งผลประโยชน์สู่ประเทศชาติและประชาชนได้มากที่สุดด้วยเช่นกัน” ปลัดกระทรวงฯ กล่าวในที่สุด
ที่มา : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้เขียนข่า: ภนิกษ์ณิชา ไกรฤกษ์
ผู้ส่งข่าว : กมลวรรณ ธานี
