www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตรวจสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมหารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน (10/2/2012)

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร.0 2333 3700 ต่อ 3727-3732 โทรสาร 0 2333 3834 E-mail : pr@most.go.th

 

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตรวจสถานการณ์ระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำวัดใบบัว อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมหารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยมีนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555

 

ที่ผ่านมารัฐบาลรู้สึกเสียใจที่น้ำท่วมแล้วเกิดความเสียหายมากมาย เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงยอมทำทุกอย่าง ระดมทุกสรรพกำลัง เพื่อที่จะปกป้องไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ในกระบวนการที่จะลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ การหน่วงน้ำในพื้นที่รับน้ำหรือที่เรียกว่า "แก้มลิง" ในพื้นที่ประมาณ 2 ล้านไร่ ซึ่งจะอยู่ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์เรื่อยมาจนถึง จ.อยุธยา พื้นที่เหล่านี้จะชัดเจนก็ต่อเมื่อท่านผู้ว่าราชการทุกจังหวัดนำพื้นที่แก้มลิงที่เตรียมไว้มานำเสนอ เราจะได้เห็นว่าพื้นที่นั้นของแต่ละจังหวัดมีกี่จุดที่รับน้ำได้ รับได้จำนวนเท่าไหร่ สภาพพื้นที่เป็นอย่างไร ตื้นเขินหรือลึก มีวัชพืชมากไหม มีทางน้ำเข้าทางน้ำออกตามธรรมชาติหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ต้องทำ และในพื้นที่นั้นมีชาวบ้านกี่ครัวเรือน เพราะเราต้องคำนวณค่าใช้จ่ายที่เราต้องช่วยราษฎร เราจะต้องใช้พื้นที่ 2 ล้านไร่ ร่วมกับราษฎร เราต้องทำให้ราษฎรเต็มใจและมั่นใจในขีดความสามารถของรัฐบาลในการที่จะใช้พื้นที่นี้ด้วยความระมัดระวังและถะนุถนอม ประชาชนต้องได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนให้เขาเตรียมตัวทัน เขาถึงจะเต็มใจและร่วมมือ และเกิดความสบายใจ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นก็เนื่องจากการระบายน้ำของเขื่อน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณน้ำในฤดูฝนสำหรับปกป้องพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

 

จากเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่งครั้งนี้ แนวทางการป้องกันและแก้ไขที่ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ไว้มี 5 ข้อ ดังนี้

 

1. ต้องจัดระบบการระบายน้ำใหม่หมด ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง อย่างน้อยภายใน 1 เดือนนี้

2. ในช่วงนี้ในเมื่อมีการระบายน้ำลงมาแล้ว ก็ต้องหาทางลดผลกระทบ โดยการให้ระบายน้ำออกไปทางตะวันตกผ่านแม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำป่าสัก

3. ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1) ราษฎรในแนวคันกั้นน้ำที่ทำการเกษตร ส่วนราชการต้องช่วยเรื่องการสูบน้ำออกเพื่อควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้สูงจนเป็นอันตรายต่อต้นกล้าที่กำลังเจริญเติบโต 2) ราษฎรนอกแนวคันกั้นน้ำ ต้องได้รับการชดเชยค่าเสียหายตามระเบียบของทางราชการ

4. หารือถึงขั้นตอนการเตือนภัยในช่วงการระบายน้ำ ว่าทำอย่างไรถึงจะทันการณ์ และให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

5. ในระยะกลาง พบว่ามีคลองบางหลวงหรือคลองบางโผงเผง ซึ่งเป็นคลองขนาดใหญ่มากที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมครั้งนี้และควบคุมไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น จะให้ส่งทีมวิศวกรมาดูและออกแบบในมาตรการระยะกลาง

 

ด้าน นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เนื่องจากเกิดเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่งที่ อ.เสนา ทางอยุธยาได้ทำการแก้ไขเบื้องต้น โดยทำทางเดินชั่วคราวจากบ้านเรือนประชาชนมาสู่ทางเดินถาวร และถ้าหากปริมาณน้ำมามากกว่านี้ก็จะรื้อออกแล้วชาวบ้านก็จะใช้เรือสัญจรแทน ส่วนเรื่องการเยียวยาก็จะเป็นไปตามระเบียบ ส่วนตอนนี้อยากให้คงระดับการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิต์ให้คงที่ ไม่เพิ่มปริมาณไปมากกว่านี้ เพราะจะส่งผลกระทบกับพื้นที่การเกษตรที่เพิ่งปลูกต้นกล้าข้าว อาจเกิดความเสียหายในวงกว้าง

 

ด้านเจ้าหน้าที่ชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าสาเหตุที่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งอยู่ในขณะนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ลงมายังพื้นที่ภาคกลางผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท ด้วยความเร็วน้ำ 740 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับระยะนี้มีฝนตกติดต่อกัน 2 - 3 วัน และน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นมา การระบายน้ำเป็นไปได้ยากและปริมาณการระบายออกน้อยกว่าที่ปล่อยมา จึงทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าไปยังคลองสาขาต่างๆ ท่วมบ้านเรือนริมคลองและพื้นที่การเกษตรบางส่วนได้รับความเสียหาย

 

ชาวบ้านอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่กังวลกับน้ำที่ล้นตลิ่งเอ่อท่วมพื้นที่โดยเห็นว่าเป็นเรื่องปกติและได้มีการแจ้งเตือนก่อนที่จะมีการระบายน้ำจากเขื่อนล่วงหน้า แต่ที่น่าตกใจคือ ปกติน้ำจะท่วมช่วงเดือนมิถุนายน แต่ปีนี้มาเร็วคือมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ที่เสียหายก็คือแนวริมตลิ่งและพื้นที่การเกษตรบางส่วนเท่านั้น แนวทางการแก้ไขที่ชาวบ้านต้องการคือ ให้ชดเชยค่าเสียหาย รวมถึงค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าน้ำมันในการสูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร กำนัน ต.บางกระทุ่ม อ.เสนา กล่าว

 

เขียนข่าวและเผยแพร่ : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ภาพข่าว : นายองอาจ ทองเปลี่ยน