โทร.0 2333 3700 ต่อ 3727-3732 โทรสาร 0 2333 3834 E-mail : pr@most.go.th
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สร้างเครือข่ายพัฒนากำลังคนและความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านระบบขนส่งทางรางของประเทศ เพื่อรองรับการเปิดให้บริการโครงการระบบขนส่งทางรางเส้นใหม่ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 14 หน่วยงาน อาทิ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลขนแห่งประเทศไทย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นต้น ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะปรับประเทศไทยจากถนนสู่ราง เพราะถ้าจะให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าไปกว่านี้ อยู่ในโลกนี้ได้ แข่งขันได้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำระบบรางมาใช้ 2 อย่าง ได้แก่ 1. ระบบรางสำหรับขนส่งผู้โดยสารในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร 2. ระบบรางเพื่อการขนส่งสินค้าทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ นี่เป็นของใหม่สำหรับประเทศไทย เพราะประเทศไทยเลือกถนนมาเป็นร้อยปี เรากระโจนเข้าสู่แนวคิดนี้เราไม่มีคน และต้องพึ่งเทคโนโลยีจากต่างชาติทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร เจ้าหน้าที่เทคนิค และอุปกรณ์ ถ้าอย่างนี้เราไปได้ไม่ไกลและจะไม่มีวันรวย เพราะต้องจ่ายเงินทุกอย่าง ฉะนั้นเพื่อให้วันหนึ่งเราสามารถยืนบนขาของตัวเองได้ ระบบรางจะกลายเป็นสินค้าขายออกได้ด้วย เช่นรถยนต์ในปัจจุบัน เราต้องพัฒนาองค์ความรู้ของเราเอง เราจึงมองไปที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องสร้างบุคลากร เริ่มตั้งแต่อาจารย์ หลักสูตร และนักเรียน ซึ่งจะเป็นวิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้า โยธา รวมถึงคอมพิวเตอร์ เพื่อผลิตนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา และในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งจะเป็นระดับปฏิบัติการ ในสาขานี้ต้องการคนเป็นหมื่นถ้ามองในระยะยาว ประเทศไทยต้องเร่งสร้างทรัพยากรบุคคลขึ้นมา นอกจากนี้ ต้องเร่งสร้างเทคโนโลยีของเราเองให้ได้ ไม่ใช่อะไหล่อย่างหนึ่งขาดรถวิ่งไม่ได้ 3-4 วัน นี่คือสิ่งที่วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะสามารถสนับสนุน และเป็นตัวค้ำจุนทางเลือกใหม่ของประเทศได้
ด้าน ดร.พิเชษ ดุรงคเวโรจน์ เลขาธิการ สวทน. เปิดเผยว่า สวทน. และ สวทช. ร่วมกับหน่วยงานจากภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษา เช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลขนแห่งประเทศไทย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นต้น ได้ตกลงทำความร่วมมือกันในการสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนากำลังคนและความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านระบบขนส่งทางรางของประเทศ เพื่อสร้างระบบผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมระบบขนส่งทางรางของประเทศได้ การควบคุมการเดินรถ การดูแลรักษาและซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง ให้มีความรู้ ความสามารถทั้งด้านทฤษฏีและด้านปฏิบัติ ตลอดจนเพื่อสร้างและพัฒนาเครือข่ายความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องของประเทศไทย เพื่อให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระดับที่เหมาะสมในอนาคต และในระยะ 5 ปีข้างหน้าโครงการระบบขนส่งทางรางเส้นทางใหม่คาดว่าจะเปิดให้บริการจำนวนหนึ่งนั้น ปัจจุบันยังไม่มีแผนงานเพี่อเตรียมการสร้างกำลังคนด้านปฏิบัติการมารองรับการเปิดให้บริการของโครงการเหล่านี้
สวทน. ได้มีดำริในการสร้างเครือข่ายพัฒนากำลังคนและความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านระบบขนส่งทางรางเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านระบบรางของประเทศ ทั้งนี้ในปี 2554 ที่ผ่านมา สวทน. ได้ร่วมกับ สวทช. จัดทำโครงการนำร่องในการพัฒนาบุคลากรด้านระบบขนส่งทางราง จำนวน 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมระบบขนส่งทางราง และหลักสูตรพัฒนาระบบฝึกอบรมบุคลากรวิชาชีพด้านปฏิบัติการระบบขนส่งทางราง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี โดยเริ่มเกิดเป็นระบบการพัฒนากำลังคนด้านระบบขนส่งทางรางที่เป็นรูปธรรมขึ้น ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ต่อเนื่องและยั่งยืนในการพัฒนากำลังคนที่สนับสนุนการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สวทน. จึงเสนอให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเครือข่ายฯ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานในการสนับสนุนการพัฒนากำลังคนและความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านระบบขนส่งทางรางของประเทศภายใต้โครงการที่พัฒนาร่วมกันของหน่วยงานเครือข่ายฯ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
นอกจากนี้ ยังร่วมออกแบบ จัดทำและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึกอบรมบุคลากรด้านระบบขนส่งทางราง ตลอดจนจัดหาวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และให้การสนับสนุนในด้านอุปกรณ์และห้องปฏิบัติการวิจัยเพื่อใช้ในการเรียนการสอน และบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร จัดเก็บข้อมูลและองค์ความรู้ สำหรับงานและกิจกรรมของโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการภายใต้เครือข่ายฯ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานงานภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาการจัดการองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาความสามารถบุคลากรและความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านระบบขนส่งทางราง ทางด้านภาคการศึกษาจะมีการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรเทคโนโลยีระบบขนส่งทางรางขึ้น รวมทั้งสนับสนุนให้นักศึกษาได้เข้าฝึกงานกับบริษัทเดินรถ
ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร
ถ่ายภาพ : นายรัฐพล หงสไกร
เผยแพร่ : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
