www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะ ตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล (27/1/2012)

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร.0 2333 3700 ต่อ 3727-3732 โทรสาร 0 2333 3834 E-mail : pr@most.go.th

 

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  พร้อมด้วยดร.พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และคณะ ตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล โดยมีนายวุฒิ สิทธิสุราษฎร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ และนายณรงค์ ไทยประยูร ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก รายงานสถานการณ์น้ำเขื่อนภูมิพล ในรอบปี 2554-2555 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2555

 

ดร.ปลอดประสพ  สุรัสวดี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เปิดเผยภายหลังตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล ว่า เตรียมการอย่างไรที่จะไม่ให้น้ำท่วมอีก มีอยู่ 8 เรื่อง ได้แก่

 

1. จะมีการปรับปรุงโครงสร้างการเก็บกักน้ำของประเทศครั้งใหญ่ จะสร้างที่เก็บน้ำ สร้างในที่มีน้ำเยอะๆ คือทางเหนือนี้ แต่ว่าจะสร้างที่ไหน สร้างใหญ่ขนาดไหนเป็นเรื่องเทคนิค และรัฐบาลต้องหารือกับประชาชน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์กับส่วนร่วมและจะป้องกันอุทกภัยขนาดใหญ่ซึ่งกระทบไปทั้งประเทศ

 

2. ประเทศไทยจะต้องสร้างระบบระบายน้ำขึ้นมา ปัจจุบันระบบที่มีอยู่เป็นระบบส่งน้ำ คือเอาน้ำไปส่งให้ราษฎรเพื่อทำการเกษตรหรือเพื่อกินเพื่อใช้เพื่อการอุตสาหกรรมหรือการท่องเที่ยว แต่ประเทศไทยยังไม่มีระบบระบายน้ำจะต้องสร้างระบบระบายน้ำขึ้นมา ซึ่งอาจจะทำจากการปรับปรุงจากระบบส่งน้ำที่มีอยู่แล้ว

 

3. เมื่อน้ำท่วม เราจะต้องทำ 2 อย่าง อันที่ 1 คือ flood way คือทางน้ำผ่านให้เขาผ่านไปจากที่สูงสู่ที่ต่ำ โดยเร็วที่สุดเรียบร้อยที่สุด แต่ว่าสร้างความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นไร่นา ลำคลอง ที่ลุ่ม ที่บึง ซึ่งจะต้องปรับปรุงสภาพแวดล้อม ทำความเข้าใจกับราษฎร แต่หากกระทบกับราษฎรต้องเยี่ยวยาช่วยเหลือ ปัจจุบัน flood way ไม่มี สิ่งที่มีเขาเรียกว่า flood aria คือพื้นที่น้ำท่วม อีกอันคือว่าเราจะบังคับน้ำเลย คือทางเบี่ยงน้ำ ไม่ให้ผ่านตรงนี้แล้ว ซึ่งทางเบี่ยงน้ำจะมี 2 ทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ ใช่เวลาพอควร ต้องหาพื้นที่ที่เหมาะสม

 

4. เวลาฝนตกบนภูเขา และเมื่อมันตกลงข้างล่างก็ต้องมีการซับไว้อีกที เราต้องไปทำพื้นที่ซับน้ำไว้ จะมีการปลูกป่าบนภูเขาและปลูกต้นไม้ในทุ่งนา เพื่อชะลอน้ำให้น้ำค่อนๆ มา เพื่อให้เวลาทางพื้นล่างบริหารจัดการ

 

5. ระบบที่เราจะทำทั้งหมดเราจะทำทั้งการป้องกัน คือการป้องกันไม่ให้เกิด โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญในเมืองสำคัญ คงหนีไม่พ้นที่จะต้องสร้างสิ่งก่อสร้าง อย่างเช่นนิคมคงต้องมีเขื่อนแข็งแรง หรือเมืองสำคัญ วัดวาอาราม

 

6. เราจะรวบรวมข้อมูลมาไว้ด้วยกัน และให้ทุกหน่วยเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น และมาตัดสินใจด้วยกัน เราเรียกว่าคลังข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ แล้วจะเป็นระบบ Network มีเครือข่ายเชื่อมโยงกัน

 

7. ถึงเวลาประเทศไทยที่จะต้องรู้จักทำงานเป็นทีม โดยมีหัวหน้าทีม สิ่งที่เราเรียกร้องว่าจะต้องมีกระทรวงน้ำในระยะยาวไปคงเกิดแล้ว แต่วันนี้ขอเรียกว่า Single command คือการตัดสินใจที่มีเอกภาพ

 

8. การเตือนภัย ประเทศไทยต้องสร้างระบบการเตือนภัยขึ้นมาใหม่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน ให้เกิดความสบายใจ การเตือนภัยนี้จะต้องบอกให้รู้ว่าภัยกำลังจะมา ให้เวลาประชาชนหลบหนีภัยล่วงหน้า และสถานที่แนะนำให้ไป ซึ่งระบบการเตือนภัยท่านนายกฯ เน้นมาก เพราะเป็นความปลอดภัยของทั้งชีวิตและทรัพย์สินจะเกิดระบบนี้ขึ้นมาในประเทศ

 

ด้าน นายณรงค์ ไทยประยูร ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล รายงานสถานการณ์น้ำในรอบปี 2554-2555 ว่า ในพื้นที่ภาคเหนือมีลำน้ำสำคัญๆ อยู่ 4 คือแม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน ส่วนที่สามารถจะเก็บกักในพื้นที่รับน้ำได้ มีเพียงแม่น้ำปิง และแม่น้ำน่าน ซึ่งก็คือเขื่อนภูมิพล กับเขื่อนสิริกิติ์ ส่วนลำน้ำวังจะมีเขื่อนเล็กๆ อยู่คือเขื่อนกิ่วลม ส่วนลำน้ำยมยังไม่มีเขื่อน โดยปกติจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลว่าน้ำจะเขื่อนเต็มหรือยัง ส่วนเรื่องการจ่ายน้ำออกไปจะมีคณะอนุกรรมการฯ กำหนดปริมาตรน้ำที่ปล่อยออกจากเขื่อน ทั้งนี้ มีปริมาตรน้ำที่ระดับเก็บกักสูงสุดที่ 13,462.00 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบัน ณ วันที่ 21 มกราคม 2555 มีปริมาตรน้ำที่ระดับ 89%ของระดับเก็บกักสูงสุด

 

ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร

ภาพข่าว : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์

เผยแพร่ : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ