กระทรวงแรงงาน

ก. แรงงาน ยืนยันต้องต่อต้านและขอให้สังคมยุติการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบของคนรับใช้ในบ้าน เนื่องในวันต่อต้าน การใช้แรงงานเด็กโลก เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาด้วยความรักและปรารถนาดีโดยการร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะขจัดปัญหาให้หมดไป ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเด็ก ILO เผยแนวทางการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งสริม เปลี่ยนทัศนคติเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีคุณค่า

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเปิดงาน ยุติการใช้แรงงานเด็ก  ในรูปแบบของคนรับใช้ในบ้าน (No to Child Labour in Domestic Work) เนื่องในวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก ผ่านทางเทปวิดีทัศน์ ซึ่งกระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ว่า ปัจจุบันปัญหาการใช้แรงงานเด็กยังมีอยู่แทบทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาคมโลกให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศใช้อนุสัญญาสิทธิเด็ก เมื่อปี 2533 ก่อให้เกิดการตื่นตัวในกระแสสิทธิมนุษยชนและมีการต่อต้านการใช้แรงงานเด็กทั่วโลก และในปี 2542 องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้จัดประชุมให้มีข้อตกลงร่วมกันระหว่างนานาประเทศ เพื่อให้ประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมลงนามในอนุสัญญา ฉบับที่ 182 เรื่องการป้องกันและขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายให้หมดไปอย่างเร่งด่วน โดยมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมลงนามแล้ว 178 ประเทศ โดยไทยได้ร่วมลงนามเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งสาระสำคัญของอนุสัญญา คือ การกำหนดรูปแบบการใช้แรงงานเด็กในสภาพเลวร้ายและแนวทางหรือมาตรการที่ทุกประเทศต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนทันที อย่างไรก็ตามกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญต่อนุสัญญา ILO ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับคนทำงานบ้านด้วย โดยได้ออกกฎกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ 14 ที่มีบทบัญญัติห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี  เป็นลูกจ้างทำงานบ้าน ทั้งนี้เชื่อว่าในอนาคตปัญหาการใช้แรงงานเด็กของไทยจะคลี่คลายและหมดไป
             จากนั้น นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษเนื่องในวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก ว่า เรื่องการต่อต้านและขจัดการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบให้หมดไปนั้นเป็นสิ่งที่ท้าท้าย แต่ไม่เป็นเรื่องที่เกินความสามารถของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับประเทศไทยยังคงเผชิญต่อปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการถูกกล่าวหาว่าประเทศเรายังคงมีการใช้แรงงานเด็ก ในบางกิจการ ซึ่งส่งผลต่อการถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ถูกจับตามอง (Tier 2 Watch List) ดังนั้นสิ่งที่จะแสดงออกด้วยกันร่วมมือกันดำเนินการในหลาย ๆ กิจกรรม เพื่อมุ่งมั่นตั้งใจที่จะต่อต้านและขจัดการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบให้หมดไป สิ่งสำคัญคือ ความรักความปรารถนาดีต่อเด็ก ความร่วมมือจากเครือข่ายมูลนิธิต่าง ๆที่เกิดขึ้น จะทำให้เราสามารถก้าวพ้นภาวะแห่งการถูกกล่าวหาและเชื่อว่าเด็กไทยและเด็กในต่างประเทศเหล่านี้อาจจะถูกละเลยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่ต้องช่วยกันดูแลให้พวกเขาได้รับโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้เขาเติบโตอย่างมีอนาคต และปัจจุบันโอกาสในการทำงานก็มีมากกว่าอดีต หากทุกภาคส่วนร่วมด้วยช่วยกันก็จะส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กเหล่านี้มีอนาคตที่สดใสได้
            จากนั้น Ms. Simrin Singh ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเด็กจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ   ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยุติการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบของลูกจ้างทำงานบ้าน” โดยกล่าวว่า วิธีการที่จะให้การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบของลูกจ้างทำงานบ้านยุติลงเพื่อบรรลุผลได้นั้น จะต้องประกอบด้วย 3 แนวทาง คือ การคุ้มครอง การป้องกัน และการส่งเสริม ซึ่งทุกฝ่ายควรเปลี่ยนทัศนคติ เพราะตามธรรมชาติแล้วเด็กเหล่านี้จะต้องได้เล่น ได้เรียนรู้ สำหรับสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ ภาวะเศรษฐกิจ ความแตกต่างทางสังคม ชนชั้น ความแตกต่างเรื่องเพศ โอกาสการเข้าถึงระบบของรัฐทั้งการศึกษา การสาธารณสุข การย้ายถิ่นเข้ามาทำงานในเมือง ทั้งนี้ตามกฎหมายไทยแล้วเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีที่เข้าทำงานรับใช้ในบ้าน ถือว่าผิดกฎหมาย ฉะนั้นเป้าหมายที่ภาคส่วนต่าง ๆ รณรงค์ร่วมกันจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ร่วมกันทำงานอย่างมีคุณค่า