www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ก.แรงงาน ส่งสัญญาณนายจ้างค้างชำระเงินสมทบ จัดทีมเฉพาะกิจตรวจติดตามเร่งรัดหนี้ ยึด อายัดทรัพย์สินทั่วประเทศ

กระทรวงแรงงาน จัดทีมเฉพาะกิจเจ้าหน้าที่ผู้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามเร่งรัดหนี้ และยึด อายัดทรัพย์สิน ส่งสัญญาณนายจ้างที่ค้างชำระเงินสมทบ ตั้งเป้าลดเงินสมทบค้างชำระลงกว่า 2,000 ล้านบาทในปีนี้ พร้อมปล่อยขบวนคาราวานออกตรวจตามสถานประกอบการทั่วประเทศ เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ประกันตนและรักษาเสถียรภาพของกองทุน

  นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานกิจกรรมมอบวุฒิบัตร เหรียญตรา และพิธีปล่อยคาราวานรถยนต์ออกตรวจสถานประกอบการทั่วประเทศ ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามเร่งรัดหนี้ และยึด อายัดทรัพย์สินให้แก่จ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จำนวน 60 รายว่า ปัจจุบันมีสถานประกอบการ และนายจ้างบางส่วนไม่ชำระเงินสมทบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือชำระไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดเงินสมทบค้างชำระ โดยตัวเลข ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 พบว่าจำนวนเงินสมทบที่ค้างชำระทั้งสิ้น 3,665.39 ล้านบาท และในปี 2556 นี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมได้กำหนดแนวทางการติดตามเร่งรัดหนี้เงินสมทบ ซึ่งมีเป้าหมายให้เงินสมทบค้างชำระลดลงจำนวน 2,000 ล้านบาท โดยมีการทบทวนแนวทางและวิธีปฏิบัติในการตรวจติดตามเร่งรัดหนี้เงินสมทบ ตลอดจนการยึด อายัดทรัพย์สินเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้มีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามเร่งรัดหนี้และยึดอายัดทรัพย์สิน โดยได้จัดฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นข้าราชการระดับชำนาญการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 60 คน เพื่อมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถ เพื่อให้มีความพร้อมทางร่างกายในการปฏิบัติงาน ซึ่งแต่งตั้งเป็นชุดเฉพาะกิจ เพื่อทำหน้าที่ออกตรวจสอบสถานประกอบการทั่วประเทศในการเร่งรัดหนี้เงินสมทบ และยึด อายัดทรัพยสิน
             สำหรับแผนการตรวจสอบและกลุ่มเป้าหมายสถานประกอบการที่ได้รับการตรวจสอบในความรับผิดชอบของสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา จำนวน 21 หน่วยปฏิบัติรวมกลุ่มเป้าหมายสถานประกอบการที่มีเงินสมทบค้างชำระทั้งสิ้น 21,201 ราย เป็นจำนวนเงินสมทบโดยประมาณ 2,742.41 ล้านบาท โดยกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน – 30 สิงหาคม 2556 ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางในการตรวจสอบเป็น 2 แนวทาง ดังนี้
 แนวทางที่ 1 การออกตรวจ ณ สถานประกอบการสำหรับสถานประกอบการที่มีสถานะ A (ดำเนินกิจการอยู่)  ที่ค้างชำระเงินสมทบ 6 เดือนขึ้นไปและมีเงินสมทบค้างชำระตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป แนวทางที่ 2 การตรวจแฟ้มลูกหนี้กองทุนประกันสังคม ณ หน่วยปฏิบัติสำหรับทุกสถานประกอบการที่มีสถานะ S (หยุดกิจการชั่วครว) และสถานะ C (เลิกกิจการ) ทุกราย รวมทั้งสถานประกอบการที่มีสถานะ A นอกเหนือจากการออกตรวจสอบ ณ สถานประกอบการตามแนวทางที่ 1
             ทั้งนี้ ในการออกตรวจติดตามเร่งรัดหนี้ และยึด อายัดทรัพย์สิน ในลำดับแรกนั้นจะเป็นสถานประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ จำนวน 6 หน่วยปฏิบัติ ในระหว่างวันที่ 5-21 มิถุนายน 2556 หากสำนักงานประกันสังคมดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เชื่อมั่นว่า ลูกจ้าง ผู้ประกันตน จะสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากการประกันสังคมได้อย่างรวดเร็ว และลดหนี้ค้างชำระกองทุนประกันสังคม สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการสร้างเสถียรภาพให้กับกองทุน เพื่อจ่ายสิทธิประโยชน์ใหแก่ผู้ประกันตนในอนาคตได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน
             “เราต้องรู้หน้าที่ของเราดี ในการที่จะไปปฏิบัติงานเพื่อแก้ปัญหาในการเร่งรัดหนี้สินเงินกว่า 4 พันล้านบาทนับเป็นปัญหามาช้านาน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในหลายๆ ด้าน หากสำนักงานประกันสังคมหย่อนยานและยืดหยุ่นมากเกินไป สถานประกอบการขาดการนำส่งเงินเพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวม  ขอฝากนโยบายในฐานะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าต้องลดภาระหนี้สินการนำส่งเงินประกันสังคมในอนาคตให้ได้ สำหรับภารกิจในการเร่งรัดหนี้สินในครั้งนี้ ขอให้ทำความเข้าใจแก่สถานประกอบการให้ดี เพราะเงินจำนวนมากนั้นต้องนำมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นในกรณีชราภาพและเจ็บป่วยฯลฯ ไม่อยากให้สูญเสียเงินตรงนี้ไปเพราะทุกบาททุกสตางค์จะต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนมากที่สุด ขอฝากสำหรับ   เจ้าหน้าที่ว่าต้องรักในงาน รักองค์กรสำนักงานประกันสังคม ต้องช่วยกันทำงานให้เป็นองค์กรที่มีเสถียรภาพ   เป็นที่พึ่งต่อสังคมส่วนรวมต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าว
             นางสุภาวดี บุญลยางกูล นักวิชาการประกันสังคมชำนาญการ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดลพบุรี กล่าวถึงความรู้สึกในฐานะที่ได้เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ได้รับภารกิจเร่งรัดหนี้ว่า “รู้สึกตื่นเต้นและยินดีที่ได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามเร่งรัดหนี้ และยึด อายัดทรัพย์สิน ซึ่งปกติภารกิจดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทำอยู่แล้ว แต่การฝึกอบรมหลักสูตรในครั้งนี้   ทำให้ได้เพิ่มความเข้มข้นในการทำงานอย่างมีหลักการ โดยมีการอบรม 12 วันที่ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากค่ายพระราม 6 ทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงาน อาทิ การเจรจาต่อรอง การยึด อายัด การจำหน่ายทรัพย์สิน ซึ่งจะนำความรู้ดังกล่าวไปทำงานร่วมกับทีมงานที่จังหวัดให้เกิดประสิทธิผลต่อไป”
             นายสุรเชษฐ์ จิตหาญ เจ้าหน้าที่กองฝึกอบรม สำนักงานประกันสังคม เผยถึงความรู้สึกในการเข้าอบรมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามโครงการฯ นี้ว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในตัวแทนของประกันสังคมจากทั่วประเทศที่ในการเข้าฝึกอบบรมซึ่งถือเป็นหลักสูตรที่เข้มข้นมากกว่าที่เคยฝึกมา และนับว่าเป็นหลักสูตรการฝึกอบบรมที่ประทับใจที่สุดในชีวิต เพราะว่าได้รับความรู้และฝึกทักษะในการทำงานตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามเร่งรัดหนี้ และยึด อายัดทรัพย์สินของสำนักงานประกันสังคม  ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เข้มข้นกว่าที่เคยมีมา ผมมีความเชื่อมั่นว่าพวกเราเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนี้สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการทำงาน ให้กับสำนักงานประกันสังคมได้บรรลุเป้าหมาย”