www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ปลัดติวเข้มแรงงานจังหวัดทั่วประเทศชี้ทางลุยงานต้านยาเสพติด พร้อมย้ำทีมงานช่วย SMEs ต้องเข้าถึงประชาชน

กระทรวงแรงงานจัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ เพื่อมอบนโยบายด้านยาเสพติดเน้นเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงวัยแรงงานให้ห่างไกลยาเสพติด และมุ่งให้กำลังใจกับผู้หลงผิด พร้อมกำชับให้บุคลากรใส่ใจข้อร้องเรียนของ SMEs ทุกกรณี

 นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเปิดและร่วมบรรยายในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการงานด้านยาเสพติดและโครงการจ้างงานเร่งด่วน และพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ว่า การประชุมในวันนี้เป็นการมอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเริ่มจากปัญหายาเสพติดที่มีความสำคัญเพราะถือเป็นวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหานี้ต้องพึ่งพาการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน โดยปัจจุบันประชากรวัยแรงงานเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อปัญหายาเสพติดจึงต้องให้ความตระหนักสำคัญและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง กระทรวงแรงงานได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มผู้ใช้แรงงานเพื่อรณรงค์ให้เกิดความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเช่น โครงการ TO BE NUMBER ONE ทั้งนี้ การให้โอกาสผู้ที่กำลังติดยาเสพติดหรือเคยติดยาเสพติดมีความสำคัญอย่างมากต้องอาศัยกำลังใจเพื่อให้การผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ และไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ และสร้างความรู้สึกให้บุคคลเหล่านั้นรู้สึกมีคุณค่าต่อสังคม

 

                 ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า สำหรับด้านการรับเรื่องร้องเรียนและให้ความช่วยเหลือ SMEs  ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำผ่านศูนย์ปฏิบัติการที่ภาครัฐได้จัดตั้งขึ้น 3 ศูนย์ได้แก่ ศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยปลัดสำนักรัฐมนตรีเป็นประธาน ศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการให้พร้อมจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดทุกจังหวัดและในส่วนกลาง ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงแรงงานพบว่า มีผู้ประกอบการมาลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากศูนย์ดังกล่าวจำนวน 261 ราย โดยข้อร้องเรียนดังกล่าวจะถูกส่งให้ต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราค่าจ้าง 300 บาทที่ส่งมายังหน่วยงานของกระทรวงแรงงานโดยไม่มีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการปรับค่าจ้าง และอยู่นอกเหนือจากอำนาจของของกระทรวงแรงงาน หรือไม่อยู่ในมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการจึงขอกำชับให้บุคลากรทุกท่านให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องเหล่านั้น ด้วยการลงพื้นที่ไปพบผู้ประกอบการแบบรายบุคคล เข้าไปพูดคุยซักถาม วิเคราะห์และประเมินถึงสภาวะการณ์ที่แท้จริงถึงการประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจเช่น การบริหารรายได้กับรายจ่ายที่ไม่สมดุลกัน ปัญหาขาดการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อที่จะได้เข้าไปให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด และให้ความช่วยเหลือในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป