นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า โครงการเสริมสร้างแรงงานสมานฉันท์ “แรงงานสมานฉันท์ ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน” แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ดีในการเตรียมความพร้อมด้านแรงงานสัมพันธ์เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนให้แก่นายจ้าง ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะต้องสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในปัจจุบันอาเซียนเป็นกลุ่มประเทศที่มีความโดดเด่นทางด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งการเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าของนักลงทุนภายในและภายนอกภูมิภาค และเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง และคาดการณ์ว่าหลังจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ เศรษฐกิจของประเทศไทยจะขยายตัวมากขึ้น กฎระเบียบและมาตรฐานด้านต่างๆ จะมีความเป็นสากลมากขึ้น มีการพัฒนาค่านิยม และบรรทัดฐานร่วมกันมากขึ้น มีความเป็นเอกภาพ มีการสร้างกฎเกณฑ์และค่านิยมร่วมกัน
ประชาคมอาเซียนจะกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่นานาประเทศให้ความสนใจเข้ามาขยายลู่ทางการค้าและการลงทุน จึงเป็นได้ทั้งโอกาสสำหรับผู้ที่มีความพร้อม แต่ก็เป็นความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ปรับตัวไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสถานประกอบกิจการจนถึงขั้นลูกจ้างรวมตัวนัดหยุดงาน และนายจ้างตอบโต้ด้วยการปิดงาน ถึงแม้ว่าจะเป็นสิทธิของแต่ละฝ่าย แต่ก็พึงกระทำภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม ในมิติของแรงงานสัมพันธ์การยกระดับการพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ จึงเป็นวาระเร่งด่วน ในการสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง รวมถึงผู้ให้คำปรึกษาแนะนำของแต่ละฝ่ายก็ควรใช้ความสุจริตเป็นที่ตั้ง และคำนึงถึงจรรยาบรรณ เพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมให้มากกว่าประโยชน์ส่วนตน
นายเผดิมชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีต้องร่วมมือกันทำทุกฝ่าย โดยกระทรวงแรงงานจะร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูแรงงาน ส่วนภาคแรงงานจะต้องดูในส่วนของงานที่มีคุณค่า รวมถึงให้การคุ้มครองและเป็นที่ยอมรับอยู่ในระดับสากล อีกทั้งอะไรที่กระทำผิดกฎหมายต้องชี้แจงให้ได้และนำไปสู่ภาคปฏิบัติต่อไป
ทั้งนี้ว่า โครงการเสริมสร้างแรงงานสมานฉันท์ แรงงานสมานฉันท์ ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างและเจ้าหน้าที่ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันปัญหาความขัดแย้งและผลกระทบที่อาจเกิดจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ ๓๐๐ บาท รวมถึงการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
